posttoday

ยืนยัน Sputnik V ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

07 กรกฎาคม 2564

การศึกษาชี้วัคซีน Sputnik V ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ หลังเกิดประเด็นถกเถียงเมื่อรัสเซียอนุมัติใช้ก่อนทดลองเฟส 3

เว็บไซต์ Nature วารสารวิชาการชั้นนำของโลกเผยมีหลักฐานบ่งชี้ว่าวัคซีนต้านโควิด-19 Sputnik V ของรัสเซียปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ หลังจากที่เกิดประเด็นถกเถียงถึงประสิทธิภาพและผลข้างเคียงตั้งแต่รัฐบาลรัสเซียอนุมัติใช้วัคซีนดังกล่าวเมื่อปีที่แล้วก่อนเผยแพร่ผลการทดลองระยะแรก

ทั้งนี้ Sputnik V หรือ Gam-COVID-Vac ได้รับการอนุมัติใช้ใน 67 ประเทศทั่วโลก อาทิ บราซิล ฮังการี อินเดีย และฟิลิปปินส์ แต่วัคซีนดังกล่าวรวมถึง Sputnik Light ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดเข็มเดียวยังไม่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การยาแห่งสหภาพยุโรป (EMA)

วัคซีนดังกล่าวพัฒนาโดยสถาบันกาเมลายาของรัสเซีย ซึ่งได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขรัสเซียเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2020 หนึ่งเดือนก่อนที่จะมีการเผยแพร่ผลการทดลองระยะที่ 1 และ 2 และก่อนที่จะเริ่มทดลองระยะที่ 3 ด้วยซ้ำ ท่ามกลางข้อกังวลและการตั้งคำถามจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์

เมื่อเผยข้อมูลประสิทธิภาพ

ความกังวลเหล่านั้นเริ่มบรรเทาลงเมื่อมีการเปิดเผยผลการทดลองระยะที่ 3 ในเดือนก.พ. ระบุว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ 91.6% และป้องกันการเจ็บป่วยอาการหนัก 100%

แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการอนุมัติจาก WHO หรือ EMA แต่หลายประเทศรวมถึงเกาหลีใต้ อาร์เจนตินา และอินเดีย กำลังผลิตวัคซีน Sputnik V โดยอินเดียวางแผนผลิตอย่างน้อย 850 ล้านโดสเพื่อช่วยเร่งการฉีดวัคซีนในอีกหลายประเทศ เช่น ฮังการี และอิหร่าน ซึ่งกำลังนำเข้าวัคซีนกดังกล่าว และได้กลายเป็นกุญแจสำคัญในการฉีดวัคซีนของพวกเขา

อย่างไรก็ตามหน่วยงานด้านสาธารณสุขของบราซิลปฏิเสธการนำเข้า Sputnik V ในเดือนเม.ย. เนื่องจากกังวลว่าไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพ แต่ในเดือนมิ.ย. อนุมัติให้นำเข้าและฉีดให้ประชาชนได้ แต่เฉพาะวัยผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงเท่านั้น

ข้อกังวลด้านผลข้างเคียง

ข้อมูลจากการศึกษาจนถึงปัจจุบันพบว่าผลข้างเคียงของ Sputnik V คล้ายกับวัคซีนอะดีโนไวรัสอื่นๆ เช่น AstraZeneca และ Johnson & Johnson ยกเว้นการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันซึ่งยังไม่มีรายงานจากหน่วยงานของรัสเซียและประเทศอื่นๆ

เบื้องต้นการฉีดวัคซีนอาร์เจนตินาซึ่งฉีดไปแล้ว 4 ล้านโดสรวมถึงในอิตาลีไม่พบการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หรืออาการไม่พึงประสงค์ที่น่ากังวล รวมถึงบราซิลซึ่งฉีดวัคซีนดังกล่าวไปแล้ว 2.8 ล้านโดสยังไม่พบผู้เสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน และอาการข้างเคียงส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง

เช่นเดียวกับเซอร์เบียซึ่งฉีดวัคซีน Sputnik V ไปแล้วอย่างแพร่พลายจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน รวมถึงจากวัคซีนอะดีโนไวรัสยี่ห้ออื่นด้วย

รอ WHO และ EMA อนุมัติ

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าความกังวลเกี่ยวกับการติดตามผลข้างเคียงอาจเป็นสาเหตุที่ WHO และ EMA ยังไม่อนุมัติใช้วัคซีนดังกล่าวในกรณีฉุกเฉิน ขณะที่ WHO ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสถาบันกามาเลยาแล้ว และได้ตรวจสอบโรงงานผลิตวัคซีนแล้ว 9 แห่งจนถึงขณะนี้ได้แจ้งข้อกังวลต่อโรงงานผลิตแห่งเดียว

เช่นเดียวกับ EMA ซึ่งระบุว่าการอนุมัติวัคซีนกำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ผู้ผลิตวัคซีนอ้างว่าสหภาพยุโรปมีอคติต่อวัคซีนของรัสเซีย โดยอ้างคำพูดของเธียร์รี เบรตอน กรรมาธิการตลาดภายในของสหภาพยุโรปซึ่งกล่าวเมื่อเดือนมี.ค. ว่า "สหภาพยุโรปไม่ต้องการ Sputnik V อย่างแน่นอน" นอกจากนี้ EMA ยังมีจุดยืนสนับสนุน Pfizer จากสหรัฐ

อย่างไรก็ตามโฆษก EMA แย้งว่าวัคซีนทุกยี่ห้ออยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะผลิตจากประเทศใดก็ตาม

ความลังเลในการฉีดวัคซีนของรัสเซีย

ผลสำรวจในเดือนมี.ค. ชี้ให้เห็นว่า 62% ของชาวรัสเซียไม่ต้องการฉีดวัคซีน ขณะที่รัฐบาลกำลังพยายามเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีน โดยข้อมูล ณ วันที่ 28 มิ.ย. มีประชากรรัสเซีย 15% จากทั้งหมด 140 ล้านคนได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยจากหลายประเทศที่รับรองความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ Sputnik V รวมถึงในอาร์เจนตินา เวเนซุเอลา รัสเซีย และตุรกี

Photo by JUAN MABROMATA / AFP

ข่าวล่าสุด

"ครม." แก้เกมวิกฤตตะวันออกกลาง ออกมาตรการลดค่าครองชีพ ช่วยประชาชน