Coinbase บริษัทคริปโตที่ฮ็อตที่สุดแล้วในตอนนี้

วันที่ 15 เม.ย. 2564 เวลา 10:24 น.
Coinbase บริษัทคริปโตที่ฮ็อตที่สุดแล้วในตอนนี้
ปรากฏการณ์ Coinbase Effect กำลังจะเป็นตัวชี้นำทิศทางของคริปโต หลังทำให้ตลาดหุ้นต้องสั่นสะเทือน

Coinbase Global, Inc. หรือที่รู้จักกันในชื่อ Coinbase เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ดำเนินการแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ดำเนินการจากระยะไกลโดยไม่มีสำนักงานใหญ่อย่างเป็นทางการ บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2012 โดยไบรอัน อาร์มสตรอง (Brian Armstrong) และเฟรด เออห์แซม (Fred Ehrsam)

ณ เดือนมีนาคม 2021 Coinbase เป็นบริษัทแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐตามปริมาณการซื้อขาย และเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2021 Coinbase เเข้าตลาดหลักทรัพย์ครั้งแรกในดัชนี Nasdaq ผ่านการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยตรง ปรากฏว่ามันสร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนไปตลาดและทั่ววงการหุ้นคริปโตเคอร์เรนซี่

Coinbase เปิดตลาด Nasdaq ที่ 381 เหรียญสหรัฐต่อหุ้นสูงกว่าราคาอ้างอิง 52% และเพิ่มขึ้นสูงถึง 429.54 เหรียญสหรัฐก่อนจะปิดตลาดที่ 328.28 ดอลลาร์ ด้วยมูลค่าตลาดประมาณ 86,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากที่ทำมูลค่าได้ถึง 112,000 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงก่อนหน้านี้

สำนักข่าว Bloomberg ชี้ว่า การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จของ Coinbase ซึ่งมีมูลค่าเพียง 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐในรอบการระดมทุนล่าสุดในปี 2018 เท่านั้น มันยังเป็นชัยชนะของ Nasdaq ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการเข้าจดทะเบียนโดยตรงครั้งแรกหลังจากเอาชนะตลาดหุ้นนิวยอร์กมาเพราะอานิสงส์ของการเปิดตัวของ Coinbase นอกจากนี้ Coinbase ยังเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดที่วิธีการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยตรง

เอลีเซีย ฮาส (Alesia Haas) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Coinbase กล่าวในการให้สัมภาษณ์เมื่อเช้าวันพุธว่าสาเหตุหนึ่งที่ บริษัทเลือก Nasdaq เป็นเพราะตลาดหุ้นแห่งนี้เสนอสัญลักษณ์สัญลักษณ์ "COIN" ซึ่งตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กไม่มีให้

“ในที่สุดพวกเขาก็มีสัญลักษณ์ COIN และนั่นเป็นสัญลักษณ์ที่ยอดเยี่ยมมากที่เราจะได้มา”

การเข้าตลาดหุ้นของ Coinbase ช่วยทำให้คริปโตสู่กระแสหลักของการลงทุนมากยิ่งขึ้น ทำให้กลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพเข้าถึงโทเค็นดิจิทัลซึ่งเติบโตขึ้นเป็นอุตสาหกรรมมูลค่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเวลาไม่ถึงทศวรรษ เฉพาะแค่ Bitcoin ซึ่งเป็นเหรียญคริปโตดั้งเดิมและใหญ่ที่สุดมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐหลังจากที่พุ่งขึ้นมากกว่า 800% ในปีที่ผ่านมา และทั้งนี้ Bitcoin ควบคู่ไปกับ Ethereum คิดเป็น 56% ของรายได้จากการซื้อขายของ Coinbase ในปี 2020

“นับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่สำหรับอุตสาหกรรม (คริปโต) และความชอบธรรม (ของคริปโต) ที่จะเข้าตาของนักลงทุนและหน่วยงานกำกับดูแล” เมที กรีนสแปน (Mati Greenspan) ผู้ก่อตั้ง Quantum Economics กล่าวกับ Bloomberg TV

Coinbase ดำเนินการในฐานะบริษัทปฏิบัติการระยะไกลโดยไม่มีสำนักงานใหญ่หลังการระบาดของโควิด-19 มียูสเซอร์ในแพลตฟอร์มของบริษัทที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว 43 ล้านคน นักลงทุนสถาบัน 7,000 แห่ง และพันธมิตรระบบนิเวศทางการเงิน 115,000 รายในกว่า 100 ประเทศ

นอกจากนี้ยังรายงานรายรับสุทธิ 1,140 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2020 เพิ่มขึ้นจาก 483 ล้านเหรียญสหรัฐในปีก่อนหน้า บริษัทยังรายงานรายได้สุทธิ 322 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้หลังจากประกาศขาดทุนในปี 2019 และจากทรัพย์สินมูลค่าในตลาดคริปโตทั้งหมด 782,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แพล็ตฟอร์มของ Coinbase ครอบครองสัดส่วนมูลค่าตลาด 90,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในเดือนเมษายนปี 2021 นิตยสาร Fortune เขียนเกี่ยวกับ "Coinbase Effect" ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในโลกของสกุลเงินดิจิทัล คือราคาของสกุลเงินดิจิทัลจะเริ่มสูงขึ้นในไม่กี่วันหลังจากที่ข่าวการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่นกรณีที่เกิดขึ้นกับ Coinbase โดยในช่วงเวลาที่ Coinbase เข้าตลาดนั้นราคาของ Bitcoin พุ่งขึ้นถึง 60,000 เหรียญสหรัฐได้อีกครั้งก่อนที่จะถอยลงมา และเมื่อเปิดตลาดวันต่อมาหุ้นของ Coinbase ก็ถอยลงมาด้วย

แต่ Coinbase ก็ถูกมองในด้านลบด้วยโดยเฉพาะการปฏิบัติต่อพนักงวานเรื่องเพศและเชื้อชาติ The New York Times รายงานในเดือนธันวาคมปี 2020 ว่าจากข้อมูลถึงปี 2018 ผู้หญิงที่ Coinbase ได้รับค่าตอบแทนโดยเฉลี่ยน้อยกว่าผู้ชาย 8% ในงานและตำแหน่งที่เทียบเคียงได้ภายในบริษัท และพนักงานผิวดำได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าพนักงานที่มีบทบาทใกล้เคียงกัน 7%

นอกจากนี้ ในเดือนมิถุนายน 2020 Coinbase ยังถูกโจมตีในหลังจากที่ซีอีโอปฏิเสธที่จะแถลงเกี่ยวกับ Black Lives Matter ในตอนแรกโดยอ้างถึงวัฒนธรรมไม่อิงการเมืองของบริษัท ต่อมาในเดือนกันยายน 2020 วีอีโอของบริษัทเผยแพร่บล็อกโพสต์โดยเน้นว่า Coinbase จะไม่เข้าร่วมในกิจกรรมทางสังคมโดยอ้างว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวไดส่งผลเสียต่อบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น Google และ Facebook และเสนอแพ็คเกจชดเชยการลาออกสำหรับผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของบริษัท

Photo by Chris DELMAS / AFP