วลาดิมีร์ ปูติน กับความหวังเป็นผู้นำตราบจนวันตาย

วันที่ 07 เม.ย. 2564 เวลา 20:30 น.
วลาดิมีร์ ปูติน กับความหวังเป็นผู้นำตราบจนวันตาย
เส้นทางการเป็น “ประธานาธิบดีตลอดชีพ” ของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม เมื่อล่าสุดปูตินลงนามกฎหมายฉบับใหม่ที่เปิดทางให้เจ้าตัวดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซียได้อีก 2 สมัย สมัยละ 6 ปี หลังวาระผู้นำสมัยปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2024

นั่นหมายความว่าหากปูตินชนะการเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้งในปี 2024 และปี 2030 เขาจะนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีรัสเซียไปจนถึงปี 2036 และในตอนนั้นเขาจะมีอายุ 83 ปี ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เป็นการปูทางไปสู่การเป็นประธานาธิบดีของรัสเซียตลอดชีวิตของปูติน

ปูตินก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีรัสเซียสมัยแรกเมื่อปี 2000 โดยบริหารประเทศ 2 สมัยติดจนถึงปี 2008 จากนั้นก็สลับให้ ดิมิทรี เมดเวเดฟ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แล้วตัวเองขยับลงไปเป็นนายกรัฐมนตรี ในปี 2008-2012 เนื่องจากรัฐธรรมนูญขณะนั้นกำหนดให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัยติดกัน

ตำแหน่ง “ประธานาธิบดีตลอดชีพ” หรือ President for life ก็คือ ตำแหน่งที่ผู้นำคนใดคนหนึ่งสถาปนาตัวเองหรือได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเพื่อแก้ไขปัญหาการดำรงตำแหน่งที่มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเช่นในกรณีของปูติน เพื่อเป็นการขจัดความท้าทายต่ออำนาจและความชอบธรรมของคนคนนั้นในอนาคต และบางครั้งตำแหน่งนี้ยังให้อำนาจเจ้าของตำแหน่งแต่งตั้งคนที่จะมาสืบทอดตำแหน่งต่อด้วย

และกรณีของปูตินก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้นำประเทศเปลี่ยนแปลงกติกาการเมืองเพื่อปูทางไปสู่การสืบทอดอำนาจ

ปี 2018 สภาประชาชนจีนมีมติท่วมท้นผ่านร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยกเลิกการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีไว้ที่ 2 ปีที่บังคับใช้มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1990 ถือเป็นการเปิดทางให้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง อยู่ในอำนาจได้ตลอดไป ทั้งที่จะครบวาระในปี 2023

นอกจากนี้ ทางพรรคคอมมิวนิสต์ยังไฟเขียวให้บรรจุชื่อและแนวคิดทางการเมืองของสีจิ้นผิงไว้ในรัฐธรรมนูญของพรรค ซึ่งเป็นการบอกว่าสีจิ้นผิงรวบอำนาจทางการเมืองทั้งหมดไว้ในมือ ไม่ต่างจากการยกฐานะของสีจิ้นผิงให้เท่าเทียมกับเหมาเจ๋อตงที่ชาวจีนยกย่องให้เป็นบิดาผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

หรืออย่างกรณี ซาปาร์มูรัต นิยาซอฟ ประธานาธิบดีคนแรกของเติร์กเมนิสถานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเผด็จการจอมกดขี่มากที่สุดคนหนึ่งของโลก หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเขาประกาศว่าจะปกครองเติร์กเมนิสถานตลอดชีวิต และในที่สุดในปี 1999 สภาเติร์กเมนิสถานก็แต่งตั้งให้เขาเป็น “ประธานาธิบดีตลอดชีวิต”

ระหว่างดำรงตำแหน่งก่อนจะเสียชีวิตในปี 2006 นิยาซอฟสร้างลัทธิบูชาตัวเองไปทั่วประเทศ อาทิ ออกกฎหมายบังคับให้ประชาชนเรียกตัวเองว่า Türkmenba?y ซึ่งแปลว่า บิดาแห่งชาวเติร์กเมนทั้งปวง ควบทั้งเก้าอี้นายกฯ แม่ทัพ และผู้นำพรรคการเมืองพรรคเดียวของประเทศ

หรือแม้กระทั่งสร้างอนุสาวรีย์เป็นรูปหล่อของตนเองที่ทำด้วยยทองคำขนาดสูง 15 เมตรที่สามารถหมุนได้รอบทิศ ไปจนถึงการเปลี่ยนชื่อเมือง “Krasnovodsk” เป็น “Türkmenba?y” ตามชื่อของตนเอง เปลี่ยนชื่อเดือน “April” เป็น “Gurbansoltan” ตามชื่อมารดา แต่งหนังสือ Ruhnama เล่าถึงความดีของตัวเอง และบังคับให้นักเรียนเรียนในทุกระดับชั้น

ผู้ที่ได้ชื่อว่าประธานาธิบดีตลอดชีวิตอีกคนหนึ่งคือ อีดี อามิน ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของอูกันดา เขาดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 1971-1979 และมักจะรู้จักในชื่อ “นักฆ่าแห่งอูกันดา” และขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่โหดเหี้ยมที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ทั้งยังสถาปนายศให้ตัวเองยืดยาวว่า “ฯพณท่านฯ ประธานาธิบดีตลอดชีพ จอมพล อัลฮัจญี ด็อกเตอร์ อีดี อามิน ดาดา เจ้าแห่งสัตว์โลกและปลาแห่งท้องทะเล ผู้พิชิตจักรวรรดิอังกฤษในแอฟริกาและผู้พิชิตยูกันดาโดยเฉพาะ” โดยมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยมาแคเรริให้ตัวเองเสร็จสรรพ

ประเทศยูกันดาภายใต้การปกครองของอามินถือได้ว่าไร้ซึ่งสิทธิมนุษยชน เขามีนโยบายในการสังหารผู้คน เป็นพวกเผ่าพันธุ์นิยม มีการลงโทษนอกกระบวนการยุติธรรม เห็นแก่พวกพ้อง มีการฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีการบริหารจัดการเศรษฐกิจที่ไร้ประสิทธิภาพ ข้อมูลจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนคาดว่ามีผู้เสียชีวิตในขณะที่อามินดำรงตำแหน่งประมาณ 100,000-500,000 คน

สำหรับปูติน แม้จะบอกว่าตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงเลือกตั้งในปี 2024 หรือไม่ แต่ก็ไม่น่าจะผิดจากนั้น เนื่องจากมีการปูทางเตรียมสืบทอดอำนาจมาตั้งแต่แรกแล้ว เริ่มจากการที่เมดเวเดฟแก้กฎหมายให้ขยายระยะเวลาดำรงตำแหน่งจาก 4 ปีเป็น 6 ปีหลังนั่งตำแหน่งประธานาธิบดี

ตามด้วยการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญครั้งล่าสุดที่โหวตเมื่อปลายปีที่แล้วเปิดทางให้ปูตินอยู่ในตำแหน่งยาวๆ ซึ่งสอดแทรกมากับนโยบายประชานิยม และยาหอมสำหรับประชาชนหัวอนุรักษนิยมอย่างการห้ามคู่รักเพศเดียวกันสมรสกัน โดยให้ประชาชนเลือกโหวตเพียงรับหรือไม่รับร่างกฎหมายทั้งร่าง ไม่ได้ให้เลือกแยกแต่ละประเด็น

ทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านได้ไม่ยากเย็นนัก เช่นเดียวกับหนทางไปสู่ตำแหน่ง “ประธานาธิบดีตลอดชีวิต” ของปูติน

Photo by Alexei Druzhinin / SPUTNIK / AFP