posttoday
 AirAsia จากกำไร 350 ล้าน สู่การเอาตัวรอดจากขาดทุน 5,100 ล้าน

AirAsia จากกำไร 350 ล้าน สู่การเอาตัวรอดจากขาดทุน 5,100 ล้าน

30 มีนาคม 2564

ย้อนรอยความรุ่งเรืองของ AirAsia เมื่อโควิดเด็ดปีกพวกเขา ผลประกอบการล่าสุด ขาดทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 2,440 ล้านริงกิต

แอร์เอเชีย (AirAsia) ขาดทุนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะสมทั้งปี 2020  5,100 ล้านริงกิต ผลพวงจากการระบาดของโควิด

สายการบินแอร์เอเชียเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 ขาดทุนสุทธิถึง 2,440 ล้านริงกิต หรือ 590.72 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขขาดทุนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดบริการสายการบินและเป็นการขาดทุนรายไตรมาสต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6  

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แอร์เอเชียขาดทุนหนักในไตรมาสที่ 4 มาจากเที่ยวบินของสายการบินที่ลดลงถึง 88% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 จนรายได้ดิ่งลงถึง 92% เนื่องจากหลายประเทศในอาเซียนยังคงปิดประเทศตามมาตรการป้องกัน Covid-19 รวมถึงการที่ทางสายการบินต้องจ่ายค่าเสื่อมราคาสำหรับเครื่องบินที่ไม่ได้ถูกใช้งาน ดอกเบี้ยที่เกิดจากสัญญาเช่าเป็นเงินสูงถึง 654.2 ล้านริงกิต และการขาดทุนจากการประกันราคาน้ำมันล่วงหน้าอีก 391 ล้านริงกิต

แม้ในปีนี้จะเริ่มมีสัญญาณว่าการท่องเที่ยวจะได้กลับมาอีกครั้งหลังจากหลายประเทศฉีดวัคซีนให้ประชาชน โดยรายงานขององค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) คาดว่าผลประกอบการของสายการบินจะฟื้นตัวในช่วงไตรมาสที่ 2 แต่การฟื้นตัวยังเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจในช่วงขาลงและมาตรการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังโรค สถานการณ์แบบนี้ยังเป็นอันตรายกับบรรดาสายการบินที่เจ็บหนักมาตั้งแต่ปีที่แล้ว หนึ่งในนั้นก็คือสายการบินแอร์เอเชีย

นี่คือเส้นทางการโลดแล่นในโลกธุรกิจของสายการบินแอร์เอเชียจนขึ้นแท่นเป็นสายการบินโลว์คอสต์ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียก่อนที่จะถูก Covid-19 เด็ดปีก

1.แอร์เอเชียก่อตั้งเมื่อปี 1993 โดยรัฐวิสาหกิจ DRB-HICOM ของรัฐบาลมาเลเซีย เริ่มปฏิบัติการบินเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 1996 แต่หลังจากนั้นก็ขาดทุนอย่างหนัก จนกระทั่งเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2001 โทนี่ เฟอร์นันเดซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบัน และบริษัท Tune Air ของ คามารูดิน เมอรานูน เข้าซื้อกิจการในราคาหุ้นละ1 ริงกิต โดยขณะนั้นแอร์เอเชียมีหนี้สะสม 11 ล้านเหรียญสหรัฐ

2.ทั้งสองคนช่วยกันบริหารจนแอร์เอเชียกลับมามีกำไรได้อีกครั้งในปี 2002 และเริ่มเปิดเส้นทางใหม่ในประเทศ และขยายสู่เส้นทางระหว่างประเทศไฟล์แรกมายังกรุงเทพฯ ในปี 2003 หลังจากนั้นก็เริ่มแตกสาขาเป็น Thai AirAsia ขยายเส้นทางไปสิงคโปร์ มาเก๊า จีน และแถบประเทศเพื่อนบ้าน     

3.ปลายปี 2008 แอร์เอเชียประกาศเพิ่มเส้นทางการบินอีก 106 เส้นทางจากเดิมที่มีอยู่ 60 เส้นทาง แต่ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเส้นทางเก่าที่ยุติการบิน ปี 2011 แอร์เอเชียเคยตกลงรวมกิจการกับมาเลเซียแอร์ไลนส์ด้วยการแลกหุ้น (Share swap) แต่สุดท้ายถูกรัฐบาลมาเลเซียยกเลิก

4.ช่วงต้นปี 2013 แอร์เอเชียมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 168% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2012 กำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 350.65 ล้านริงกิต และแม้ว่าราคาเฉลี่ยของน้ำมันเชื้อเพลิงจะขยับขึ้นอีก 1% สายการบินก็ยังมีกำไรถึง 1,880 ล้านริงกิตสำหรับปีงบประมาณ 2012

5.ก่อน Covid-19 ระบาด สถานะทางการเงินของแอร์เอเชียสั่นคลอนอยู่แล้ว โดยบริษัทผู้ตรวจบัญชี เอิร์นสต์ แอนด์ ยัง (Ernst & Young) ได้แสดงความกังวลถึงอนาคตของสายการบิน เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้ความต้องการการเดินทางทางอากาศลดลงส่งผลกระทบกับการเงินของสายการบิน

6.กิจการที่เอิร์นสต์ แอนด์ ยัง กังวลมากที่สุดคือ แอร์เอเชีย เอ็กซ์ (AirAsia X) เนื่องจากผลประกอบการที่ไม่สู้ดีในปี 2019 และในขณะนั้น แอร์เอเชีย เอ็กซ์ มีเครื่องบินเยอะเกินไป เพราะทางสายการบินสั่งซื้อเครื่องบินเพิ่มอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการแข่งขันที่ดุเดือด จนนำมาสู่ประกาศปรับโครงสร้างกิจการของแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ในเดือน ต.ค. 2020

7.และเมื่อ Covid-19 ส่งผลกระทบกับสายการบินรวมทั้งแอร์เอเชีย โทนี่ เฟอร์นันเดซ ถึงกับเอ่ยปากว่า วิกฤตนี้เป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มทำสายการบินเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

8.เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2020 แอร์เอเชีย แจแปน (AirAsia Japan) ประกาศยุติกิจการและยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดในญี่ปุ่น เนื่องจากผู้โดยสารลดลงในช่วงที่ Covid-19 ระบาด ก่อนจะประกาศล้มละลายในวันที่ 17 พ.ย. ปีเดียวกัน นับเป็นสายการบินแรกแห่งแรกในญี่ปุ่นที่ล้มในยุค Covid-19 ส่งผลให้ผู้โดยสาร 23,000 ไม่ได้รับเงินค่าตั๋วคืน ขณะที่แอร์เอเชียแจแปนเป็นหนี้ทั้งหมด 21,700 ล้านเยน

9.เดือน พ.ย. 2020 แอร์เอเชียประกาศทบทวนการลงทุนในแอร์เอเชีย อินเดีย (AirAsia India) ที่ร่วมลงทุนกับบริษัท ทาทา ซันส์ (Tata Sons) และในที่สุดปลายปีที่แล้วแอร์เอเชียก็ขายหุ้นให้ทาทา ซันส์ เหลือหุ้นที่ถือครองเพียง 16.33% ส่วนทาทา ซันส์มีหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 84% จาก 51% เพื่อนำเงินสดมาพยุงกิจการในอาเซียน

10.นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้สายการบินทั่วโลกต้องหยุดบินและขาดทุนไปตามๆ กันจนบางแห่งถึงกับล้มละลาย ขณะที่แอร์เอเชียก็ประสบปัญหาขาดทุนต่อเนื่องจนถึงไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้วที่เพิ่งประกาศล่าสุด ที่ขาดทุนมากที่สุดนับตั้งแต่ประกอบกิจการ รวมตัวเลขขาดทุนทั้งปี 2020 ที่ 5,100 ล้านริงกิต

11.หลังประกาศผลประกอบการ โทนี่ เฟอร์นันเดซ ยังเชื่อมั่นว่า แอร์เอเชียจะค่อยๆ ฟื้นตัวภายในปีนี้ในตลาดหลัก และจะฟื้นตัวเต็มที่ในอีก 2 ปีข้างหน้า

12.ขณะนี้แอร์เอเชียอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อระดมทุนรอบใหม่ โดยคาดว่าจะได้เงินราว 2,500 ล้านริงกิต และเงินกู้อีก 1,000 ล้านริงกิตจากธนาคาร 3 แห่งในมาเลเซีย

AFP PHOTO / FILES / MANAN VATSYAYANA

 

ข่าวล่าสุด

SCBX ชูวิสัยทัศน์ “Building for Everyone” ผสาน AI-บล็อกเชน ปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐานการเงินแห่งอนาคต

SCBX ชูวิสัยทัศน์ “Building for Everyone” ผสาน AI-บล็อกเชน ปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐานการเงินแห่งอนาคต