'เควิน แพลงค์' จากคนไม่เอาถ่านสู่สุดยอดซีอีโอ
เปิดประวัติเควิน แพลงค์ เจ้าของ Under Armour จากเด็กเกเรสู่เส้นทางนักธุรกิจเบอร์ต้นๆ ของโลก
เมื่อวันที่ 15 มี.ค. ที่ผ่านมาอยู่ดีๆ หุ้นของ Under Armour บริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาก็พุ่งขึ้นถึง 24.20 เหรียญสหรัฐซึ่งอยู่ในจุดสูงสุดในรอบหลายเดือนหลังจากปีที่แล้วเคยร่วงลงอย่างหนักอยู่ที่เพียง 7.71 เหรียญสหรัฐเท่านั้น โดยในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นของบริษัทเติบโตขึ้นกว่า 36% จากปีที่แล้ว
โดยทอม นิคิก นักวิเคราะห์มองว่าความสำเร็จครั้งนี้เป็นเพราะบริษัทใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมรวมถึงผลิตภัณฑ์ล่าสุดก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีการใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ที่มีชื่อเสียงมากขึ้น รวมถึงความเชี่ยวชาญของแพทริก ฟริสก์ ซีอีโอคนใหม่ที่เพิ่งมาทำหน้าที่นี้เมื่อปี 2020
ผู้ที่สร้างให้ Under Armour มาถึงจุดนี้ได้คือชายหนุ่มชาวอเมริกันคนหนึ่งที่มีชื่อว่า เควิน แพลงค์ เขาผู้นี้เคยได้ชื่อว่าเป็นคนที่ไม่เอาถ่าน แต่การให้โอกาสและการปรับปรุงตัวเองทำให้กลายมาเป็นเจ้าของธุรกิจและสุดยอดซีอีโอได้อย่างสง่างาม
วัยเด็กของแพลงค์เป็นช่วงเวลาที่ลำบากมาก เพราะพ่อแม่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลูกๆ ถึง 5 คน แต่ด้วยการสูญเสียคุณพ่อซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวไป ทำให้แพลงค์ซึ่งเป็นน้องคนเล็กของบ้านต้องกัดฟันเก็บเงินเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนมหาวิทยาลัย ทันทีที่เข้าสู่รั้วสถานศึกษา ด้วยความคึกคะนองของเด็กผู้ชายก็ก่อเรื่องจนทำให้แทบจะหมดอนาคต ด้วยความที่เขาเป็นคนเรียนหนังสือไม่เอาไหน อีกทั้งยังสร้างวีรกรรมเด็ดด้วยการก่อคดีเมาแล้วขับ เป็นเหตุให้ทางมหาวิทยาลัยต้องยื่นซองขาวเชิญให้พ้นจากการเป็นนักศึกษา
เคราะห์ดีที่ความสามารถทางกีฬาของแพลงค์เตะตากรรมการ เขามีความความสามารถในการเล่นฟุตบอลได้ยอดเยี่ยม ทำให้โค้ชของทางมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ดึงตัวมาพร้อมกับมอบทุนนักกีฬาของมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นโอกาสให้เดินบนเส้นทางชีวิตใหม่ที่สดใสกว่าเดิม
ในช่วงมหาวิทยาลัยแพลงค์หาหนทางทุกอย่างเพื่อที่จะหาเงินเลี้ยงตัวเอง เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นเด็กส่งดอกไม้ตามมหาวิทยาลัย และในช่วงวันวาเลนไทน์ซึ่งเป็นวันแห่งความรักต้องทำงานหนักเป็น 2 เท่า เพราะยอดสั่งดอกไม้มีเข้ามาตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงค่ำของอีกวัน และวันนี้เองก็เป็นวันพิเศษที่ทำให้เขาได้พบรักกับแฟนสาว เดซิรีย์ แจ็กเคอลีน หญิงสาวผู้ที่กลายมาเป็นคู่ชีวิตของเขาจนทุกวันนี้
เมื่อไรที่เว้นช่วงจากการส่งดอกไม้ ก็ต้องเข้าฝึกซ้อมฟุตบอลทุกเย็น และการฝึกซ้อมในแต่ละวันหนักหนาสาหัสมากทั้งยังรีดเหงื่อนักกีฬาแต่ละคนจนเปียกโชกไปทั้งตัว แพลงค์เองก็รู้สึกไม่สบายตัวทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นเวลาซ้อมหรือว่าลงแข่งขัน และไม่ใช่เขาคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเช่นนี้เพราะนักกีฬาทุกคนก็รู้สึกแบบนี้
จากจุดนี้เอง แพลงค์จึงปิ๊งไอเดียในการออกแบบเสื้อกีฬาคุณสมบัติพิเศษที่ความบางของผ้าเบาบางกว่าเดิม ทำให้มีการดูดซับเหงื่อและแห้งเร็วกว่าเดิม หลังจากที่ได้ทดลองนำเนื้อผ้าที่ซื้อมาตัดเป็นเสื้อผ้านักกีฬา แพลงค์นำเสื้อและกางเกงเหล่านี้ไปให้นักกีฬาของทางมหาวิทยาลัยทดลองใช้ ผลปรากฏว่าทุกคนพึงพอใจกับชุดกีฬาตัวนี้มาก และหลังจากนั้นก็มียอดสั่งซื้อเข้ามาจนนับไม่ถ้วน
หลังจากจบมหาวิทยาลัยแพลงค์เริ่มต้นเข้าสู่การก่อตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า Under Armour ช่วงแรกของการค้าขายต้องเช่าห้องแถวเพื่อเป็นแหล่งผลิตและส่งออกสินค้า เขาต้องตื่นแต่เช้าเพื่อตระเวนส่งชุดกีฬาไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ ดอกผลของความพยายามก็เป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก เพราะโรงเรียนและมหาวิทยาลัยในมลรัฐต่างๆ เริ่มสั่งเสื้อมากขึ้นจนสามารถขยับขยายเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ากีฬาประเภทต่างๆ หรือชุดกีฬาของผู้หญิงซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
ยอดขายจากวันวานในปี 1996 บริษัท Under Armour ทำยอดขายได้เพียง 1.7 หมื่นเหรียญสหรัฐเท่านั้น แต่ ณ เวลาปัจจุบันมูลค่าทรัพย์สินรวมของแพลงค์อยู่ที่ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ แย่งส่วนแบ่งการตลาดของสินค้ากีฬาชื่อดังไปได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังได้รับการยกย่องจากนิตยสารฟอร์บส์ในปี 2012 ให้เป็นสุดยอดซีอีโอสัญชาติอเมริกันที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี
โดยนิตยสารแวดวงธุรกิจ ฟอร์บส์ ให้เหตุผลว่า เควิน แพลงค์ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างไม่รู้จบ อีกทั้งยังเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ไต่เต้ามาจากร้านค้าเล็กๆ และสร้างผลิตภัณฑ์ด้วยการลองผิดลองถูกด้วยมือตนเองทั้งสิ้น ไม่ได้อาศัยบารมีความรวยจากพ่อแม่แต่อย่างใด
ภาพโดย Under Armour/Wikipedia


