posttoday
ทับทิมที่ซื้อได้ทั้งประเทศ อัญมณีคู่บัลลังก์เมียนมาหายไปไหน

ทับทิมที่ซื้อได้ทั้งประเทศ อัญมณีคู่บัลลังก์เมียนมาหายไปไหน

24 กุมภาพันธ์ 2564

ย้อนตำนานทับทิมหงามุก อัญมณีคู่บัลลังก์เมียนมาที่ทุกวันนี้ก็ยังคงไม่กระจ่าง

ทับทิมหงาเม่าก์/หงามุก (Padamyar Ngamauk) หรือ Royal Ruby เป็นทับทิมสีแดงสดงดงามขนาดประมาณ 82 กะรัตหรือเทียบเท่ากับไข่นกพิราบถูกค้นพบที่เมืองโมก๊อก ประเทศเมียนมา โดยนาย "หงามุกคยี" คหบดีในเมืองแปร ต่อมาได้ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระเจ้าแผ่นดินในเวลานั้นจนกลายเป็นอัญมณีคู่บัลลังก์นับตั้งแต่นั้นมา

ทับทิมดังกล่าวตกทอดมาจนถึงราชวงศ์คองบอง ในรัชสมัยพระเจ้ามินดง พระองค์ได้นำทับทิมหงามุกให้คณะทูตการค้าชาวฝรั่งเศสตีราคา ซึ่งได้คำตอบว่าทับทิมเม็ดนี้มีค่าควรเมืองหรือมูลค่าเทียบเท่า "ประเทศหนึ่งประเทศ" เลยทีเดียว

และนั่นเหมือนจะเป็นเรื่องจริง ทับทิมหงามุกอยู่คู่บัลลังก์พม่ามาจนถึงสมัยพระเจ้าสีป่อ จนกระทั่งปี 1885 พม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ พระเจ้าสีป่อและพระนางศุภยาลัต พระมเหสี ถูกเนรเทศไปยังประเทศอินเดีย

ขณะที่ทุกคนกำลังสาละวนอยู่กับการเก็บสมบัติข้าวของที่จะนำไปอินเดีย พันเอกสลาเดน นายทหารชาวอังกฤษทำทีเข้ามาขอดูทับทิมหงามุกและอาสาดูแลพระราชทรัพย์ให้ เมื่อเดินทางไปถึงอินเดียทั้งสองพระองค์ก็พบว่าเครื่องเพชรต่างๆ รวมถึงทับทิมหงามุกหายไป

พระเจ้าสีป่อไม่ได้นิ่งนอนใจ พระองค์ทรงร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่อังกฤษครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็เหมือนจะไม่มีหวัง แม้กระทั่งในปี 1911 พระเจ้าสีป่อทรงเขียนพระราชหัตเลขาไปถึงสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 ที่เพิ่งเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์อังกฤษพระองค์ใหมว่าทับทิมหงามุกของราชวงศ์พม่าหายไปโดยกล่าวหาพันเอกสลาเดนว่ามีส่วนกับเรื่องนี้

พระเจ้าสีป่อทรงทำสำเนา 5 ฉบับและส่งให้พระเจ้าจอร์จที่ 5 ราชเลขาส่วนพระองค์ สภาสูงและสภาล่างของอังกฤษ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ของอินเดีย) จดหมายต้นฉบับของพระเจ้าสีป่อไม่สามารถหาพบได้ในขณะนี้แต่ข้อมูลย่อสามารถดูได้ในบันทึกของ อู ซาน ชเวซึ่งบันทึกไว้ว่าพระเจ้าสีป่อเสียพระทัยไม่ได้รับอนุญาตให้พบกับพระเจ้าจอร์จที่ 5 และพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทับทิมหงามุกและต่างหูเพชรเต็มสองกล่องใหญ่ที่ฝากไว้ให้สลาเดนดูแลยังไม่ได้ส่งคืนให้พระองค์ ซึ่งสลาเดนรับปากว่าหลังจากสรุปข้อตกลงที่จำเป็นแล้วจะส่งคืนไปให้

พระเจ้าสีป่อทรงไม่รู้ว่า พ.อ. สลาเดนเสียชีวิตไปแล้วเมื่อพระองค์เขียนจดหมาย และจดหมายดังกล่าวยังไม่ได้ถึงมือจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง สุดท้ายก็ได้รับคำตอบเพียงว่า "พ.อ. เอ็ดเวิร์ด สลาเดน ถึงแก่กรรมตั้งแต่ปี 1890 แล้ว"

ประมาณ 26 ปีหลังจากการเสียชีวิตของสลาเดน พระเจ้าสีป่อสวรรคตถึงแก่กรรมในปี 1916 พระราชินีศุภยาลัตและพระธิดาทั้งสองกลับไปเมียนมาและประทับที่เลขที่ 24 ถนนโคมินโคชิน ในกรุงย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 14 กันยายน1924 นักข่าวจาก Bandoola Journal ไปถามพระราชินีกับพระธิดาเกี่ยวกับทับทิมหงามุก ราชินีตอบว่าไม่ได้นำทับทิมไปอินเดียด้วย แต่มอบให้สลาเดน และทรงไม่รู้ว่าใครเป็นผู้เก็บรักษาไว้

ตั้งแต่นั้นมารัชทายาทแห่งราชวงศ์พม่ายังคงไม่ลดละความพยายามที่จะตามหาทับทิมหงามุกแต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพม่าจะได้ทับทิมหงามุกกลับคืน

อย่างไรก็ตามมีข่าวลือว่าสลาเดนอาจถวายหงามุกแด่สมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย และทุกวันนี้หงามุกอาจกลายเป็นทับทิมเม็ดเล็กเม็ดน้อยที่ประดับตกแต่งอยู่บนมงกุฎของราชวงศ์อังกฤษก็เป็นได้

นอกจากนี้ยังมีคนตั้งข้อสังเกตถึงมงกุฎของจักรพรรดิแห่งอินเดียซึ่งขณะนี้ถูกเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์หอคอยแห่งลอนดอน มงกุฎแพรวพราวด้วยอัญมณีไม่แพ้ของราชวงศ์อังกฤษ ประดับด้วยเพชรกว่า 6,100 เม็ด แล้วยังมีอัญมณีอื่นๆ อีกจำนวนมากรวมถึงทับทิม ซึ่งระบุเพียงแต่ว่าเป็น "ทับทิมอินเดียน้ำงาม" ไม่ปรากฏชื่อหรือแหล่งที่มาแต่อย่างใด ผิดกับอัญมณีสำคัญอื่นๆ ของโลกที่มักมีชื่อเรียกขานและระบุแหล่งที่มาของอัญมณี

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 1925 พระราชินีศุภยาลัตสวรรคต พระราชธิดาองค์ที่ 4 ของพระเจ้าสีป่อส่งจดหมายถึงรัฐบาลอังกฤษลงวันที่ 15 ธันวาคม 1931 ขอส่งคืนอัญมณีของราชวงศ์แต่ไม่เป็นผล แถมพระองค์ยังถูกส่งไปควบคุมตัวที่เมืองมะละแหม่ง พระธิดาสิ้นพระชนม์ในเมืองมะละแหม่งในปี 1936 ต่อมาโอรสของพระธิดายังคงขอให้อังกฤษคืนทับทิมและเครื่องเพชรพลอยจนถึง 1959 

สุดท้ายแต่เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำเมียนมาในนั้นคือ อาณ์. เอช. แอลเลน ตอบในจดหมายลงวันที่ 9 พฤษภาคม 1959  ว่ารู้สึกเสียใจที่ต้องแจ้งว่าไม่สามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน

ปัจจุบันยังคงไม่มีคำตอบว่าทับทิมหงามุกอยู่ที่ใด ขณะที่รัชทายาทและชาวเมียนมายังคงตามหาทับทิมเม็ดนั้นและหวังลึกๆ ว่าจะสามารถนำกลับคืนมาได้ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วอาจไม่เหลือร่องรอยของหงามุกอยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม

จากประเทศที่เคยเป็นเจ้าของอัญมณีที่ทั่วโลกจับตามองมาวันนี้ธุรกิจอัญมณีของเมียนมากลับถูกแบนจากต่างประเทศ โดยนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาส่งผลให้นานาประเทศออกมาตรการคว่ำบาตรกองทัพเมียนมาและการลงทุนที่อาจนำเงินไปสู่กองทัพเมียนมา

ล่าสุดสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐกำหนดมาตรการคว่ำบาตรและห้ามนำเข้าทับทิมจาก 3 บริษทเมียนมา ได้แก่ Myanmar Ruby Enterprise, Myanmar Imperial Jade Co. และ Cancri (Gems and Jewellery) Co.

 

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด แมนยู พบ อิปสวิช พรีเมียร์ลีก วันนี้ 30 ส.ค.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด แมนยู พบ อิปสวิช พรีเมียร์ลีก วันนี้ 30 ส.ค.69