ชาวเท็กซัสไร้ไฟฟ้า ผิงไฟในบ้านเผาวอดยาย-หลานดับ 4 ราย

วันที่ 22 ก.พ. 2564 เวลา 11:40 น.
ชาวเท็กซัสไร้ไฟฟ้า ผิงไฟในบ้านเผาวอดยาย-หลานดับ 4 ราย
หญิงชาวเท็กซัสเล่าวินาทีสูญเสียแม่และลูกไปด้วยวิกฤตภัยหนาวรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี

ซีเอ็นเอ็นเปิดเผยบทสัมภาษณ์ของแจ็คกี้ ฝ่าม เหงียน (Jackie Pham Nguyen) หญิงสัญชาติเวียดนามซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองชูการ์แลนด์ รัฐเท็กซัสเล่าวินาทีที่ต้องสูญเสียแม่และลูกไปหลังประสบภัยหนาวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี

เหงียนเปิดเผยว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วภัยหนาวในรัฐเท็กซัสส่งผลให้หลายครอบครัวต้องพยายามเอาชีวิตรอดเนื่องจากไม่มีน้ำและไฟฟ้าใช้รวมถึงครอบครัวของเธอด้วย

คุณยายลวน เลอ (Loan Le) แม่ของเธอมาหาเธอและลูกๆ ที่บ้านหลังจากที่บ้านของคุณยายไฟดับ "เราคิดว่าเราโชคดีจริงๆ เพราะเรายังมีไฟฟ้าใช้จนถึงหัวค่ำ" เหงียนกล่าว

แต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นไฟก็ดับลง เธอรีบจุดเตาไฟเพื่อให้ความอบอุ่น ขณะที่ลูกของเธอ โอลิเวีย (Olivia) วัย 11 ปี, เอดิสัน (Edison) วัย 8 ปี และโคเล็ต (Colette) วัย 5 ปี นั่งเล่นเกมกระดานกับคุณยายจนถึงประมาณ 21.30 น.

เหงียนเล่าว่า "ฉันพาลูกๆ เข้านอนและรู้สึกตัวอีกที่ก็อยู่ที่โรงพยาบาล ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเข้ามาพูดกับฉันว่าไม่มีใครตั้งใจให้เรื่องนี้เกิดขึ้น"

ก่อนหน้านั้นเกิดเพลิงไหม้ที่บ้านของเธอ เธอจำได้แต่ว่าขณะนั้นเธออยู่ที่ชั้นล่างของบ้านและไม่สามารถขึ้นไปหาลูกๆ ที่กำลังนอนอยู่ชั้นบนได้ เธอได้แต่กรีดร้องพยายามตะโกนเรียกลูกๆ หวังว่าพวกเขาจะออกมาและกระโดดหนีออกจากกองเพลิงไปได้แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้น

เหงียนกล่าวว่าการสูยเสียแม่และลูกๆ ของเธอเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ หัวใจของเธอแตกสลายและจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก

ดั๊ก อาดอลฟ์ (Doug Adolph) โฆษกเมืองชูการ์แลนด์เล่าวว่าเหงียนต้องพยายามหักห้ามใจที่จะไม่กลับเข้าไปในบ้าน และหน่วยดับเพลิงมาถึงในเวลาประมาณ 2.00 น. ซึ่งใช้เวลากว่าชั่วโมงจึงจะสามารถควบคุมเพลิงได้

อาดอลฟ์กล่าวว่ายังไม่สามารถระบุสาเหตุของเพลิงไหม้ได้แต่ครอบครัวนี้โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่าพวกเขาพยายามสร้างความอบอุ่นโดยการใช้เตาผิงไฟในบ้าน

ขณะที่พื้นที่ใกล้เคียงไม่มีไฟฟ้าใช้มาเป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมงแล้ว

ทั้งนี้ เธอได้เปิดรับบริจาคบนเว็บไซต์ GoFundMe ซึ่งขณะนี้สามารถรวบรวมเงินได้แล้วกว่า 289,655 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเธอระบุว่าเงินเหล่านี้จะนำไปมอบให้แก่องค์กรหรือมูลนิธิ

Photo by Angela Weiss / AFP