
พัทยาปักหมุด Wellness Tourism ดันเทรนด์วิ่ง ล่องเรือ และ Pride สู่อนาคตท่องเที่ยว
จากเมืองพักผ่อนสู่เมืองแห่งคุณภาพชีวิต พัทยาและชลบุรีกำลังใช้พลังของ Wellness Tourism เทรนด์วิ่ง ล่องเรือ และความหลากหลาย สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มากกว่าการพักผ่อน
KEY
POINTS
- พัทยากำลังปรับภาพลักษณ์จากเมืองท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนสู่การเป็นศูนย์กลาง "Wellness Tourism" ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีผ่านกิจกรรมและบริการด้านสุขภาพที่ครบวงจร
- เมืองพัทยาส่งเสริมเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ (Active Lifestyle Tourism) โดยชูกิจกรรมการวิ่งริมชายหาด การจัดมาราธอน และการล่องเรือยอชต์ เพื่อดึงดูดนักเดินทางที่ต้องการผสมผสานการออกกำลังกายเข้ากับการพักผ่อน
- พัทยาใช้จุดแข็งของการเป็นเมืองที่เป็นมิตรต่อกลุ่ม LGBTQ+ และการเปิดรับความหลากหลาย (Pride) เป็นส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่อบอุ่นและเท่าเทียม เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่
“ชลบุรีเป็นจังหวัดที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้หลากหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว นักเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง และผู้ที่สนใจกิจกรรมด้านสุขภาพ” - นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี”
“Wellness Tourism” หรือการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง คำถามคือ ถ้าเทรนด์นี้กำลังมา จุดหมายปลายทางของ Wellness คือที่ไหนบ้างในใจคนทั่วโลก? เพราะเมื่อกระแสเวลเนสมาทุกคนล้วนอยากเป็นเวลเนส กินดีอยู่ดีสุขภาพดี...แต่มีที่ไหนที่จะมอบความดีเหล่านั้นได้ครบในโลกกว้างใบนี้...
ถ้ามีคนบอกคุณว่าในประเทศไทย จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะเมืองพัทยา กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการตอบโจทย์นักเดินทางกลุ่มดังกล่าว ด้วยจุดแข็งทั้งด้านการท่องเที่ยวทางทะเล กิจกรรมกลางแจ้ง โรงแรมคุณภาพ และโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวปรากฏชัดในกิจกรรม “KTC x Pride Run to Yacht” ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการท่องเที่ยว โรงแรม และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองถึงอนาคตของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในจังหวัดชลบุรี
จากจุดหมายพักผ่อน สู่เมืองแห่งคุณภาพชีวิต
“วันนี้ชลบุรีกำลังเปลี่ยนจากเมืองท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน ไปสู่เมืองที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตมากขึ้น ภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury”
ทพญ.ณัฏฐ์ศรัย ชัยจินดารัตน์ อุปนายกสมาคมสมาพันธ์ท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี และนายกสมาคมการท่องเที่ยวและบริการศรีราชา เกาะสีชัง กล่าวถึงทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัด
แม้เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ชลบุรียังคงส่งสัญญาณเชิงบวก โดยเฉพาะในพื้นที่พัทยาที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาเกือบ 90% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่ยังคงเลือกเดินทางมายังจุดหมายปลายทางแห่งนี้
นอกจากการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแล้ว จังหวัดยังเดินหน้าผลักดันแนวคิด Tourism for All เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม พร้อมส่งเสริมกิจกรรมและประสบการณ์รูปแบบใหม่ ทั้งการท่องเที่ยวเชิงอาหาร การพักผ่อนระยะยาวสำหรับผู้สูงวัย และการผลักดันพัทยา ศรีราชา และบางแสน ให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการจัดงานแต่งงานและกิจกรรมของกลุ่ม LGBTQ+ จากทั่วโลก
เมื่อ "วิ่ง" และ "ล่องเรือ" กลายเป็นไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่
หนึ่งในภาพสะท้อนของ Wellness Tourism ที่ชัดเจนที่สุด คือการเติบโตของกิจกรรม Active Lifestyle Tourism ซึ่งผสมผสานการท่องเที่ยวเข้ากับการออกกำลังกาย
กิจกรรมวิ่งริมชายหาด มาราธอนระดับนานาชาติ การแข่งขันไตรกีฬา รวมถึงการล่องเรือยอชต์ในอ่าวไทย กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการมากกว่าการนอนพักในโรงแรม แต่ต้องการประสบการณ์ที่ช่วยเติมพลังให้ชีวิต
“Wellness ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสปาหรือการดูแลสุขภาพ แต่ครอบคลุมถึงการใช้ชีวิต การพักผ่อน การออกกำลังกาย คุณภาพการนอน สุขภาพจิต และกิจกรรมที่สร้างความสุขให้กับผู้คน” นายชัยรัตน์ รัตโนภาส นายกสมาคมสปาแอนด์เวลเนสภาคตะวันออก กล่าว
เขามองว่า แม้ชลบุรียังไม่ถูกจดจำในฐานะ Wellness Destination อย่างชัดเจนเท่ากับเชียงใหม่ ภูเก็ต หรือเกาะสมุย แต่จังหวัดมีองค์ประกอบครบถ้วน ทั้งกิจกรรมกีฬา กิจกรรมทางทะเล โรงพยาบาลมาตรฐานสากล และธุรกิจบริการที่สามารถเชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศด้านสุขภาพได้
สำหรับพัทยา จุดแข็งสำคัญคือความสามารถในการผสานกิจกรรมทางทะเลเข้ากับไลฟ์สไตล์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งริมชายหาดในยามเช้า โยคะริมทะเล การล่องเรือยอชต์เพื่อพักผ่อน หรือแม้แต่แนวคิด Sleep Tourism ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มองหาคุณภาพการนอนและการฟื้นฟูร่างกายระหว่างการเดินทาง
พฤติกรรมการใช้จ่ายที่บอกเล่าอนาคตของการท่องเที่ยว
แนวโน้มดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงในพฤติกรรมการเดินทาง แต่ยังปรากฏชัดผ่านข้อมูลการใช้จ่ายของผู้บริโภค
นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า ข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดท่องเที่ยวพบว่า หากไม่นับกรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรีมียอดใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวสูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
“ชลบุรีเป็นจังหวัดที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้หลากหลายกลุ่ม ทั้งครอบครัว นักเดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง และผู้ที่สนใจกิจกรรมด้านสุขภาพ”
นอกจากนี้ ข้อมูลยังพบว่าในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 ยอดใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเติบโต 6% ขณะที่โรงแรมที่มีจุดเด่นด้าน Wellness และอยู่ในระดับราคาที่เข้าถึงได้ มียอดใช้จ่ายเติบโตประมาณ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนชัดว่า นักท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้มองหาที่พักเพียงเพื่อค้างคืน แต่กำลังเลือกจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ช่วยยกระดับสุขภาพและคุณภาพชีวิต
Pride Month กับนิยามใหม่ของเมืองท่องเที่ยวแห่งความสุข
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการท่องเที่ยวยุคใหม่ คือการสร้างพื้นที่ที่เปิดกว้างและเคารพความหลากหลาย
ตลอดเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็น Pride Month พัทยายังคงได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับกลุ่ม LGBTQ+ มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ด้วยบรรยากาศที่เปิดกว้าง กิจกรรมสร้างสรรค์ และการบริการที่ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม
“การเป็น LGBTQ+ Friendly Destination ไม่ได้หมายถึงการจัดกิจกรรมเฉพาะในช่วง Pride Month แต่คือการสร้างวัฒนธรรมการบริการที่เปิดกว้าง เคารพความแตกต่าง และทำให้นักท่องเที่ยวทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่”
นางสาวศศิมา พานิชวิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงแรมอาร์เบอร์ โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ พัทยา กล่าว เธออธิบายว่า ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Wellness Hospitality ซึ่งผู้เข้าพักไม่ได้มองหาเพียงห้องพักที่สะดวกสบาย แต่ต้องการประสบการณ์ที่สร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงการได้เชื่อมต่อกับผู้คนที่มีความสนใจใกล้เคียงกัน
“สำหรับธุรกิจบริการ ความเข้าใจและการยอมรับความหลากหลายไม่ใช่เพียงภาพลักษณ์ แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของประสบการณ์ที่ดี และเป็นจุดเริ่มต้นของความประทับใจในระยะยาว”
ด้วยเหตุนี้ โรงแรมและธุรกิจบริการในพัทยาจึงเริ่มออกแบบกิจกรรมใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพ กีฬา ไลฟ์สไตล์ และการสร้างคอมมูนิตี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Experience-Driven Hospitality ที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก
จากวันนี้สู่อนาคต
เมื่อเทรนด์การเดินทางกำลังเปลี่ยนจากการ “เที่ยวเพื่อพักผ่อน” ไปสู่การ “เที่ยวเพื่อดูแลชีวิต” เมืองท่องเที่ยวที่สามารถเชื่อมโยงสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ ความยั่งยืน และความหลากหลายเข้าด้วยกัน จะกลายเป็นผู้ได้เปรียบในตลาดโลก
สำหรับชลบุรีและพัทยา การเติบโตของกิจกรรมวิ่ง การท่องเที่ยวทางทะเล การล่องเรือยอชต์ ธุรกิจ Wellness Hospitality และการเป็นเมืองที่เปิดรับความหลากหลาย อาจไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว แต่กำลังกลายเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวแห่งอนาคต ที่ผู้คนเดินทางมาไม่ใช่เพียงเพื่อพักผ่อน แต่เพื่อกลับไปพร้อมสุขภาพที่ดีขึ้น พลังชีวิตที่เติมเต็ม และความทรงจำที่มีความหมายมากกว่าเดิม







