'ซิโนแวค' ไขข้อข้องใจทำไมผลทดลองวัคซีนประสิทธิภาพต่ำ

วันที่ 19 ม.ค. 2564 เวลา 11:30 น.
'ซิโนแวค' ไขข้อข้องใจทำไมผลทดลองวัคซีนประสิทธิภาพต่ำ
บริษัทซิโนแวค ไบโอเทค เจ้าของวัคซีนโคโรนาแวค ออกมาอธิบายถึงผลการทดลองประสิทธิภาพของวัคซีนหลังหลายฝ่ายเกิดคำถาม

บลูมเบิร์กรายงานว่าบริษัทซิโนแวค ไบโอเทค (Sinovac Biotech Ltd.) ของจีน ออกมาอธิบายถึงประสิทธิภาพของวัคซีนต้านโรคโควิด-19 โดยกล่าวว่าการที่ผลการทดลองประสิทธิภาพของวัคซีนที่ออกมาก่อนหน้านี้ไม่ตรงกันนั้น วัคซีนจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากมีการเว้นระยะในการฉีดวัคซีนโดสแรกและโดสที่ 2 นานขึ้น

อาสาสมัครเกือบ 1,400 คนจากทั้งหมด 13,000 คนที่เข้าร่วมการทดลองวัคซีน 'โคโรนาแวค' (CoronaVac) ของบริษัทซิโนแวคได้รับวัคซีน 2 โดสห่างกันเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ขณะที่อาสาสมัครส่วนใหญ่ในบราซิลได้รับการฉีดวัคซีนโดสที่ 2 หลังจากโดสแรกเพียง 2 สัปดาห์ ผลการทดลองประสิทธิภาพของวัคซีนจากอาสาสมัครส่วนใหญ่จึงเหลือเพียง 50.4% เท่านั้น

นอกจากนี้อาสาสมัครในการทดลองวัคซีนขั้นที่ 3 ในบราซิลซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาการทดลองทั้งหมด เป็นบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อเนื่องจากต้องสัมผัสกับเชื้อโรคจำนวนมาก กล่าวคือประสิทธิภาพของวัคซีนต่ำเนื่องจากอาสาสมัครเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง

โดยซิโนแวคกล่าวว่าวัคซีนอาจมีประสิทธิภาพในการปกป้องบุคลากรทางการแพทย์เหล่านี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหากได้รับวัคซีนโดสที่ 2 ห่างจากโดสแรกเป็นเวลา 21 หรือ 28 วัน

ขณะที่ผลการทดลองวัคซีนในอินโดนีเซียและตุรกีออกมาเป็น 65% ถึงกว่า 90% อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถสรุปได้เนื่องจากมีอาสาสมัครจำนวนน้อยเกินไป

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกกำหนดให้ผลการทดลองต้องมีประสิทธิภาพอย่างน้อย 50% จึงจะสามารถอนุมัติใช้ได้ และแม้จะยังคงมีความสับสนในประสิทธิภาพของวัคซีนแต่ผลการทดลองของโคโรนาแวคก็ยังเกิน 50% ซึ่งสามารถอนุมัติใช้ได้แล้ว โดยบราซิลเป็นประเทศล่าสุดที่มีการอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ขณะที่ตุรกีอนุมัติเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา

ทางบริษัทออกมาอธิบายต่อบลูมเบิร์กหลังเกิดคำถามจำนวนมากจากการที่ผลการทดลองทั้ง 4 แห่งมีผลออกมาไม่ตรงกัน จึงเกิดความกังวลว่าวัคซีนโคโรแวคจะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคหรือไม่ ขณะที่ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด ของอินโดนีเซียได้รับการฉีดวัคซีนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว และบราซิลก็ได้อนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินแล้วเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่มีข้อตกลงจัดซื้อวัคซีนดังกล่าว อาทิ ชิลี ฟิลิปฟินส์ สิงคโปร์ ฮ่องกง รวมถึงไทย โดยหน่วยงานกำกับดูแลในฟิลิปปินส์และฮ่องกงได้ขอข้อมูลที่ครบถ้วนมากขึ้นก่อนรับสินค้า ในขณะเดียวกันซิโนแวคกำลังส่งข้อมูลเพื่อตรวจสอบในประเทศจีน

Photo by SILVIO AVILA / AFP