คลื่นผู้อพยพจากฮอนดูรัส ตะลุยพันไมล์ฝ่า 3 ประเทศบุกสหรัฐ

วันที่ 18 ม.ค. 2564 เวลา 18:00 น.
คลื่นผู้อพยพจากฮอนดูรัส ตะลุยพันไมล์ฝ่า 3 ประเทศบุกสหรัฐ
เพราะความยากจนและไม่มีงานทำ ทำให้ประเทศที่เกือบปลายสุดของอเมริกากลางต้องทิ้งบ้านเกิดฝ่าด่านสุดหินไปยังสหรัฐ

ผู้อพยพชาวฮอนดูรัสรวมตัวกันมากกว่า 8,000 คนเป็นกองคาราวานที่มุ่งหน้าไปยังสหรัฐ โดยพยายามฝ่านด่านพรมแดน 3 ประเทศ และประเทศแรกที่พยายามผลักดันผู้อพยพนี้ไม่ให้รุกเข้ามาคือกัวเตมาลา โดยตำรวจกัวเตมาลายิงแก๊สน้ำตาเมื่อวันอาทิตย์เพื่อสลายผู้อพยพชาวฮอนดูรัสหลายพันคนที่พยายามเดินเท้าเข้ามาในประเทศ ในขณะที่ทหารทุบตีผู้อพยพกลุ่มหนึ่งที่พยายามผลักดันสิ่งกีดขวางบุกข้ามพรมแดนเข้ามา

กลุ่มผู้อพยพเหล่านี้หนีความยากจนในประเทศรวมตัวกันไปแสวงหาโอกาสในสหรัฐ แต่พวกเขาต้องเดินเท้าผ่านประเทศเพื่อนบ้านคือกัวเตมาลา และยังต้องเดินข้ามเม็กซิโกที่มีความกว้างใหญ่ไพศาล รวมระยะทางแล้วไกลนับพันไมล์

ดาเนีย อิเนสโตรซา แม่บ้านวัย 23 ปีที่เดินทางมากับลูกสาวของเธอกล่าวว่าเธอทิ้งลูกสามคนไว้ข้างหลังอีกคนและฝาแฝดอายุสี่ขวบอีกคู่หนึ่ง เธอบอกว่า “เราไม่มีงานทำหรืออาหารดังนั้น ฉันจึงตัดสินใจไปสหรัฐ”

แต่กิลเยร์โม ดิอาซ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกัวเตมาลายืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า ผู้อพยพกลุ่มนี้จะไม่สามารถผ่านไปได้และเรียกร้องให้ผู้อพยพหันหลังกลับไปยังประเทศตัวเอง

ส่วนรัฐบาลเม็กซิโกกล่าวว่าจะไม่อนุญาตให้มี "การเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย" ของคาราวานผู้อพยพใดๆ ทั้งสิ้น และได้ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง 500 คนไปยังชายแดนรัฐเชียปัสและตาบาสโกใกล้กับกัวเตมาลาแล้ว

ส่วนมาร์ก มอร์แกน รักษาการผู้บัญชาการกรมศุลกากรและป้องกันชายแดนของสหรัฐเรียกร้องให้ผู้อพยพอย่าเสียเวลาและเงินไปเปล่าๆ เพราะสหรัฐยึดมั่นต่อหลักนิติธรรมและการสาธารณสุข แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐบาลในขณะนี้ก็ตาม

(ภาพโดย Johan ORDONEZ / AFP)