ต่างชาติวิจารณ์ไทยใช้กฎหมายหมิ่นฯเอาผิดแกนนำม็อบ
สื่อต่างประเทศเผยประเทศไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้ข้อหาดูหมิ่นราชวงศ์ในขณะที่มีแกนนำประทท้วงถูกเรียกตัวมากขึ้น
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าประเทศไทยเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มสิทธิระหว่างประเทศ หลังจากการตั้งข้อหาดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อผู้นำการประท้วงที่กระทำการไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
แหล่งข่าวสายตำรวจกล่าวกับรอยเตอร์ว่ามีการเรียกแกนนำผู้ประท้วงทั้งหมด 15 คนมารับทราบข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในการแสดงความคิดเห็นในการประท้วงในเดือนกันยายนและตุลาคม
"ไม่ควรมีใครถูกจับหรือจำคุกเพียงเพราะวิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือระบบการปกครอง" อามัล คลูนีย์ (Amal Clooney) ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนกล่าวในแถลงการณ์ของมูลนิธิคลูนีย์เพื่อความยุติธรรม
ทั้งนี้ อามัล คลูนีย์เป็นภรรยาของนักแสดงชื่อดังจอร์จ คลูนีย์ โดยเธอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศและสิทธิมนุษยชน และยังเป็นผู้แทนพิเศษว่าด้วยเสรีภาพสื่อของกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษเมื่อปี 2019
ด้านสหพันธ์นานาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชน (International Federation for Human Rights) ในกรุงปารีสกล่าวว่า "จะต้องไม่ใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในการทำให้แกนนำและผู้เข้าร่วมการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยเป็นอาชญากร"
ด้านน.ส.รัชดา ธนาดิเรกโฆษกหญิงของรัฐบาลกล่าวว่ารัฐบาลเปิดใจกว้างต่อสิทธิและเสรีภาพแม้จะมีการแสดงออกที่ไม่ยั้งคิดหลายประการซึ่งทำให้เสียงส่วนใหญ่ขุ่นเคือง แต่รัฐบาลต้องใช้อำนาจที่ได้รับอนุญาต"
รอยเตอร์รายงานว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไม่ได้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2561 และนายกรัฐมนตรีประยุทธ จันทร์โอชากล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้กฎหมายมาตรานี้เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระประสงค์ไม่ให้ดำเนินการตามมาตรานี้
ทั้งนี้ ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี"
Photo by Jack TAYLOR / AFP


