posttoday

ลงคะแนนผ่านจดหมายโกงง่ายอย่างที่ทรัมป์อ้างจริงหรือ

05 พฤศจิกายน 2563

“การลงคะแนนผ่านจดหมาย (Mail-in Voting) อันตรายมาก อาจจะมีการโกงครั้งใหญ่เกิดขึ้น” ทรัมป์กล่าว

การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสในสหรัฐทำให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเลือกลงคะแนนผ่านจดหมายแทนการออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชนและป้องกันการติดเชื้อในวงกว้าง

โครงการเลือกตั้งสหรัฐ (US Elections Project) ระบุว่า ชาวอเมริกัน 63.9 ล้านคนใช้สิทธิ์เลือกตั้งด้วยวิธีดังกล่าวในปีนี้

นับตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มตั้งคำถามถึงความถูกต้องชอบธรรมในการลงคะแนนผ่านจดหมายในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่าอาจทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นและการโกงการเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ทรัมป์ทวีตว่า "การลงคะแนนแบบ Mail-In Voting ในปี 2020 จะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมที่สุดในประวัติศาสตร์ มันจะเป็นความน่าละอายใจอย่างมากต่อสหรัฐ ขอให้ชะลอการเลือกตั้งจนกว่าประชาชนจะลงคะแนนได้อย่างถูกต้องปลอดภัยและปลอดภัย"

นอกจากนี้ อัยการสูงสุด วิลเลียม บาร์ ยังอ้างว่าการลงคะแนนผ่านจดหมายเป็นการเปิดประตูให้มีการโกง โดยไม่มีหลักฐานพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างแต่อย่างใด

ทว่าผลการศึกษาวิจัยทั้งในระดับชาติและระดับรัฐแสดงให้เห็นว่าการโกงการเลือกตั้งเกิดได้น้อยมาก และถึงแม้จะมีการโกงบ้างเล็กน้อยก็เป็นกรณีที่เกิดขึ้นเดี่ยวๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน อาทิ การเลือกตั้งขั้นต้น (Primary Vote) ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาเมื่อปี 2018 ที่ต้องเลือกกันใหม่ เนื่องจากที่ปรึกษาของตัวแทนผู้สมัครพรรครีพับลิกันเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบัตรลงคะแนน

การศึกษาของศูนย์เบรนแนนเพื่อความยุติธรรมเมื่อปี 2017 พบว่า โดยรวมแล้วอัตราการโกงการเลือกตั้งของสหรัฐน้อยกว่า 0.0009% และการเลือกตั้งผ่านจดหมายก็เช่นเดียวกัน การวิเคราะห์การโกงการเลือกตั้งแบบ Mail-In Voting โดย Heritage Foundation พบว่า 20 ปีที่ผ่านมาพบการโกงการเลือกตั้งแบบนี้ 143 คดี หรือคิดเป็น 0.00006% เท่านั้น

นอกจากนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งของสหรัฐยังมีมาตรการหลากหลายในการป้องกันการโกง เช่น ในบางรัฐจะเปิดโอกาสให้ผู้ลงคะแนนติดตามบัตรลงคะแนนจนกว่าบัตรจะส่งถึงมือคณะกรรมการการเลือกตั้ง

และเจ้าหน้าที่ยังเปรียบเทียบลายเซ็นบนซองจดหมายเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ลงคะแนน และที่อยู่ที่ลงทะเบียนไว้ เพื่อไม่ให้มีการแอบอ้างเป็นผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนหรือขโมยบัตรเลือกตั้ง

ด้านเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) เผยเมื่อวันที่ 26 ส.ค.ว่า ไม่พบหลักฐานการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการลงคะแนนผ่านจดหมาย และการเปลี่ยนผลการเลือกตั้งในระดับใหญ่ทำได้ยากมาก

ส่วน สตีฟ ไซมอน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศรัฐมินนิโซตา เผยว่า “แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะโกงการเลือกตั้งในระดับที่ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลง สิ่งที่น่ากลัวกว่าคือ การโจมตีการเลือกตั้งแบบ Mail-In Voting ว่าทำให้เกิดการทุจริต ได้ทำลายความน่าเชื่อถือของระบบประชาธิปไตยทั้งระบบของเรา”

คณะกรรมการการเลือกตั้งยังเคยเตือนว่า การบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งน่ากังวลกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดการทุจริตการเลือกตั้ง และหากผู้คนปักใจเชื่อว่าผลการเลือกตั้งไม่ชอบธรรมแล้ว ก็ไม่สำคัญว่าการทุจริตจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

ข่าวล่าสุด

1 เม.ย.69 ถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท/วัน แบงก์ตรวจที่มา ป้องกันฟอกเงิน