หวั่นจลาจล! ชาวอเมริกันแห่ซื้อปืนก่อนเลือกตั้ง
เผยยอดซื้อปืนสหรัฐพุ่งกว่าปีที่แล้ว หวั่นเกิดจลาจลหลังเลือกตั้ง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ากองกำลังรักษาความปลอดภัยของสหรัฐได้รับแจ้งเตือนทั่วประเทศให้เตรียมพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงหลังการเลือกตั้ง โดยในปีนี้ชาวอเมริกันจำนวนมากแห่ซื้อปืนซึ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในครั้งนี้
โดยการสำรวจโดยสมาคมอุตสหกรรมปืนเปิดเผยว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายนที่ผ่านมามีการขายปืนมากกว่า 28.8 ล้านกระบอกในสหรัฐ ซึ่งมากกว่าในปีที่แล้วที่มีการซื้อขายปืน 28.4 ล้านกระบอก โดยรัฐอิลลินอยส์เป็นผู้นำในการซื้อขายปืน นอกจากนี้ยังมีการซื้อปืนจำนวนมากในเท็กซัส เคนทักกี ฟลอริดา และแคลิฟอร์เนีย
เอฟบีไอเปิดเผยตัวเลขจำนวนการซื้อปืนในสหรัฐในปีนี้พบว่า ในเดือนมีนาคมมีการซื้อปืนมากที่สุด (3.7 ล้านกระบอก) และเดือนมิถุนายน (3.9 ล้านกระบอก)
นอกจากนี้เอฟบีไอระบุว่าในวันที่ 21 มีนาคม เพียงแค่วันเดียวมีการซื้ออาวุธปืนถึง 2.1 แสนชิ้น ซึ่งเป็นวันที่มีการซื้อขายปืนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
การสำรวจโดยสมาคมการค้าอาวุธ มูลนิธิกีฬายิงปืนแห่งชาติพบว่า 40% ของการซื้อปืนทั้งหมดในปีนี้เป็นการซื้อครั้งแรก
โดยการสำรวจพบว่าวัยหนุ่มสาว, สตรี และคนผิวดำนิยมซื้อปืนมากขึ้นเนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย
ไมเคิล ซีเกล ศาสตราจารย์ที่วิทยาลัยสาธารณสุขบอสตันกล่าวว่า เมื่อใดที่ผู้คนหวาดกลัวคำตอบอย่างหนึ่งของพวกเขาคือการออกไปซื้อปืน และในปีนี้ก็เช่นกัน
ทั้งนี้ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วในปี 2016 มีการซื้อปืนจำนวนมากเช่นกันด้วยจำนวน 27.5 ล้านกระบอก


