ยูเอ็นจี้ไทยปล่อยตัวผู้ชุมนุม ลั่นรัฐใช้ความรุนแรงโดยไม่จำเป็น

วันที่ 23 ต.ค. 2563 เวลา 16:30 น.
ยูเอ็นจี้ไทยปล่อยตัวผู้ชุมนุม ลั่นรัฐใช้ความรุนแรงโดยไม่จำเป็น
ผู้เชี่ยวชาญจากยูเอ็นจี้ไทยปล่อยตัวผู้ชุมนุมโดยไม่มีเงื่อนไขพร้อมหันหน้าเจรจาโดยสันติ

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม คณะผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติแถลงการณ์ (ยูเอ็น) ได้แก่ เคลมองต์ วูเล ผู้ตรวจการพิเศษด้านสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสันติ, ไอรีน ข่าน ผู้ตรวจการพิเศษด้านส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก และแมรี ลอว์เลอร์ ผู้ตรวจการพิเศษด้านสถานการณ์ของผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยให้สิทธิขั้นพื้นฐานของการชุมนุมโดยสงบและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น รวมถึงเรียกร้องให้ยุติการปราบปรามการประท้วงที่ดำเนินไปอย่างสันติ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า "การกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นมาตรการที่เข้มงวดเพื่อยับยั้งการประท้วงอย่างสันติและทำให้บุคคลที่เห็นต่างกลายเป็นอาชญากร"

"เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยอนุญาตให้นักศึกษา, นักปกป้องสิทธิมนุษยชน และคนอื่นๆ ประท้วงอย่างสันติ ประชาชนไทยควรได้รับอนุญาตให้แสดงความคิดเห็นและมุมมองทางการเมืองได้อย่างเสรีภาพทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์โดยไม่มีการฟ้องร้อง"

ยูเอ็นระบุว่า ประชาชนหลายพันคนเข้าร่วมการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยในกรุงเทพมหานครเพื่อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการปกครองและระบอบกษัตริย์โดยตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2563 มีการจับกุมบุคคลอย่างน้อย 80 คน บางคนถูกตั้งข้อหาปลุกระดมและจัดให้มีการชุมนุมที่ "ผิดกฎหมาย" และบางคนถูกตั้งข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำคามผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เนื่องจากใช้โซเชียลมีเดียเพื่อเรียกร้องประชาชนเข้าร่วมการชุมนุม และสองคนต้องโทษจำคุกตลอดชีวิตเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าใช้ความรุนแรงต่อสถาบันกษัตริย์

"เรากังวลอย่างมากที่ผู้มีส่วนร่วมในการชุมนุมโดยสันติถูกตั้งข้อหาตามกฎหมาย" ผู้เชียวชาญเรียกร้องให้ทางการปล่อยตัวประชาชนที่ถูกคุมขังทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อใช้เสรีภาพขั้นพื้นฐาน

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญอ้างถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมในวันที่ 15 ตุลาคม โดยกล่าวว่า "หน่วยงานความมั่นคงใช้กำลังโดยไม่จำเป็นกับผู้ประท้วงอย่างสันติ ความรุนแรงดังกล่าวมีแต่ความเสี่ยงที่จะทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยหาทางการเจรจากับพวกเขาในทันที"