สื่อนอกมองรัฐบาลไทยเจอศึกหนักรับมือม็อบคนรุ่นใหม่

วันที่ 17 ต.ค. 2563 เวลา 13:00 น.
สื่อนอกมองรัฐบาลไทยเจอศึกหนักรับมือม็อบคนรุ่นใหม่
เจาะมุมมองสื่อต่างชาติต่อประชุมนุมประท้วงของกลุ่มนักเรียนนักศึกษาในประเทศไทย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กระบุว่า การประท้วงตลอดช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมามักจะจบลงด้วยการใช้มาตรการปราบปรามหรือการออกมายึดอำนาจของทหาร แล้วคนไทยก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติจนกว่าจะมีการประท้วงครั้งใหม่เกิดขึ้น วงเวียนเป็นวงจรอยู่เช่นนี้

ทว่าครั้งนี้รัฐบาลไทยต้องเผชิญปัญหาที่ใหญ่ขึ้น เพราะนักเรียนนักศึกษาที่ออกมาชุมนุมในครั้งนี้ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอำนาจเพื่อตัวเอง แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบการเมืองที่เอื้อให้เกิดรัฐประหารมาแล้วถึง 20 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2475

บลูมเบิร์กระบุต่อว่า การประท้วงครั้งนี้ใช้กลยุทธ์คล้ายกับการประท้วงในฮ่องกง ซึ่งรัฐบาลจะต้องใช้มาตรการที่เข้มงวดรุนแรงขึ้นในการหยุดยั้งคนรุ่นใหม่ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดการเสียชีวิตดังที่ทหารเคยใช้ความรุนแรงกับปราบปรามการประท้วงเมื่อปี 2516, 2519, 2535 และปี 2553

บลูมเบิร์กมองว่า ถึงแม้ว่าจะหยุดยั้งการชุมนุมได้สำเร็จ แต่รัฐบาลก็ยังต้องหาแนวทางในการสกัดกั้นการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล รวมทั้งชี้แจงความไม่พอใจต่างๆ ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นความไม่เท่าเทียม การคอร์รัปชั่น การใช้อำนาจโดยมิชอบที่เป็นเชื้อไฟให้เกิดการประท้วง

ฐิติพล ภักดีวานิช คณะบดีคณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเผยกับบลูมเบิร์กว่า “เนื่องจากการเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในโลกโซเชียลมีเดีย ดังนั้นแรงกระตุ้นของการเคลื่อนไหวจึงยังคงอยู่ในนั้น” และกล่าวเสริมอีกว่า แกนนำคนใหม่จะผุดขึ้นมาเรื่อยๆ หลังแกนนำคนอื่นๆ ถูกจับ แผนการของรัฐบาลอาจจะส่งผลตรงกันข้าม และทำให้ผู้คนออกมาร่วมประท้วงมากขึ้น

ฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระบุว่า คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่เข้าร่วมการชุมนุมเพราะกังวลเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ และยังรู้สึกอึดอัดคับข้องใจกับระบบการเมืองแบบยุคสงครามเย็นที่ปล่อยให้ทหารและการบวนการยุติธรรมมีอำนาจมากกว่านักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา

“ถ้าคุณถามว่าใครสนับสนุนพวกเขา ความอึดอัดคับข้องใจนั่นแหละที่เป็นตัวสนับสนุน การจะยุติความคับข้องใจนี้ได้ต้องอาศัยการประนีประนอมรอมชอม การเปลี่ยนแปลง และการปฏิรูป ซึ่งเรายังมองไม่เห็นในขณะนี้ เราเห็นแต่สิ่งที่ตรงกันข้าม”

ด้านเควิน ฮิวอิสสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองไทยและศาสตราจารย์เกียรติคุณจากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาแชเปิลฮิลล์เผยว่า รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ไม่เคยแสดงความจริงใจในการประนีประนอม และการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ชุมนุมน่าจะดำเนินต่อไป

“รัฐบาลคงคิดว่าถ้าจับคนเข้าคุกไม่กี่คนคงจะพอ แต่กลับกลายเป็นว่าคนหนุ่มสาวเหล่านี้ไม่กลัว ผมเห็นนักเรียนหญิงอายุ 15 ในเครื่องแบบปีนรั้วกั้นออกมาเผชิญหน้ากับตำรวจ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในเมืองไทย”