posttoday

วิกฤตแล้ว โรงพยาบาลเมียนมากำลังจะรับผู้ป่วยโควิดไม่ไหว

25 กันยายน 2563

ศูนย์กักกันเมียนมารับภาระหนักหลังมีผู้ถูกกักกันกว่า 45,000 ราย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ในประเทศเมียนมายังคงวิกฤตหลังเกิดการแพร่ระบาดระลอกสอง และกำลังประสบปัญหาจากมาตรการกักกันสูงสุดที่กำหนดให้ประชากรหลายหมื่นคนต้องกักตัว ส่งผลให้ศูนย์กักกันต้องแบกรับภาระอย่างหนัก

ทางการเมียนมากักตัวผู้ต้องสงสัยติดเชื้อโคโรนาไวรัสไว้มากกว่า 45,000 คน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย Covid-19 ผู้ต้องสงสัยที่ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ ผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วย และแรงงานชาวเมียนมาที่เดินทางกลับจากประเทศอื่น โดยใช้โรงเรียน วัดวาอาราม และตึกต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยอาสมาสมัครเป็นศูนย์กักตัว 

นอกจากนี้ มาตรการกักกันสูงสุดซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้โรคระบาดกลายเป็นภาระหนักของระบบสาธารณสุขที่ขาดแคลนงบประมาณต้องแบกรับภาระหนัก ยังรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อยเข้ารักษาในโรงพยาบาลหรือสถานกักตัวด้วย ทำให้ทั้งโรงพยาบาลและสถานกักกันทั่วประเทศกำลังจะรับมือไม่ไหว

Kyaw San Wai ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขกล่าวว่ามาตรการ "การกักกันสูงสุด" นี้เริ่มใช้เมื่อเดือนมีนาคมหลังจากที่มีผู้ป่วยยืนยันกรณีแรก แต่เมื่อมีจำนวนผู้ที่ต้องถูกกักกันเพิ่มขึ้นอย่างมากในปลายเดือนสิงหาคมโดยเฉพาะในย่างกุ้ง ส่งผลให้ศูนย์อนามัยและศูนย์กักกันแบกรับภาระที่หนักเกินไป

ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขขณะนี้เมียนมามีผู้ที่ถูกกักกันกว่า 45,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วกว่าสองเท่า

Kaung Myat Soe ผู้อำนวยการโรงพยาบาลในย่างกุ้งเผยว่า "ในประเทศอื่นๆ พวกเขาปล่อยให้ผู้คนอยู่บ้าน และจะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่อเมื่อเป็นกรณีร้ายแรงเท่านั้น แต่ในเมียนมาเรากังวลว่าเด็กเล็กหรือคนชราจะต้องบาดเจ็บล้มตายดังนั้นจึงทำการกักตัวพวกเขาด้วย"

ทั้งนี้ระบบสาธารณสุขของเมียนมาได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่อ่อนแอที่สุดในโลกจากการละเลยของรัฐบาลทหารมาหลายสิบปี

โดยเมื่อต้นปีมีเตียงรองรับผู้ป่วยหนักเพียง 330 เตียงสำหรับประชากร 54 ล้านคน และในปี 2018 องค์การอนามัยโลกประเมินจำนวนแพทย์ต่อประชากรไว้ที่ 6.7 ต่อประชากร 10,000 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสร้างและขอสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมเพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น

ขณะนี้รายงานผู้ติดเชื้อในเมียนมามีผู้ติดเชื้อรวม 8,344 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ถึง 1,052 ราย ในขณะที่มีผู้รักษาหายแล้ว 2,381 ราย และเสียชีวิต 150 ราย