ปิดตำนาน50ปี โบอิ้งยุติผลิตเครื่อง747

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 15:10 น.
ปิดตำนาน50ปี โบอิ้งยุติผลิตเครื่อง747
ปิดฉาก"Queen of the Skies" โบอิ้งยุติสายการผลิตจัมโบ้เจ็ท747ใน2ปีข้างหน้า

โบอิ้ง (Boeing) ผู้ผลิตอากาศยานสัญชาติสหรัฐ เตรียมปิดฉากเตรียมยุติสายการผลิตเครื่องบินรุ่น747 ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นดังอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของโบอิ้ง หลังเครื่องดังกล่าวถูกผลิตออกมานานกว่า 50 ปีในหลายรุ่น

การส่งมอบ747ล็อตสุดท้ายจะมีขึ้นภายใน2ปีข้างหน้า โดยผู้ที่จะได้รับมอบ747-8 จำนวน 15 ลำสุดท้าย หนึ่งในนั้นคือรัฐบาลสหรัฐซึ่งได้สั่งซื้อเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันใหม่จำนวน 2 ลำเมื่อปี2017 ส่วนที่เหลือจะถูกส่งมอบให้กับบริษัทขนส่งเอกชนอย่าง UPS และ Volga-Dnepr ของรัสเซีย

ที่ผ่านมาสายการบินบริติชแอร์เวย์ของอังกฤษ ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่มีเครื่อง747ประจำฝูงบินมากที่สุดถึง 34 ลำ โดยทั้งหมดเตรียมจะถูกปลดประจำการภายในปี 2024 เช่นเดียวกับสายการบินสัญชาติเนเธอร์แลนด์อย่าง KLM และสิงคโปร์แอร์ไลน์ ต่างก็ปลดประจำการเครื่อง747แล้วพร้อมกับเปลี่ยนให้เป็นเครื่องคาร์โก้ขนสินค้าในบางส่วน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจากฝั่งโบอิ้ง มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโควิดซึ่งกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินโลกในระยะยาว โดยการการยุติผลิตเครื่อง747นี้มีขึ้นตามมาหลังจากที่แอร์บัสได้ประกาศยุติผลิตเครื่องA380 เช่นเดียวกัน ถือเป็นการเปลี่ยนแผนการตลาดของสองยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอากาศยานที่หันไปมุ่งพัฒนาเครื่องบินขนาดเล็กและขนาดกลางแทน ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 777,787, A330 และA350 ซึ่งจากเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้เครื่องบินขนาดกลาง สามารถทำการบินได้ไกลไม่แพ้กับเครื่องบินขนาดใหญ่ ซึ่งหลายสายการบินทั่วโลกต่างหันมาใช้เครื่องบินลักษณะดังกล่าวในการให้บริการผู้โดยสารเนื่องจากมีต้นทุนที่ประหยัดกว่าการใช้เครื่องบินลำใหญ่อย่าง A380 หรือเครื่อง747 ประกอบกับโบอิ้งประสบภาวะขาดทุนจากเครื่องรุ่นดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2016

สำหรับโบอิ้ง 747 มีฉายาว่า "ราชินีแห่งท้องฟ้า" เนื่องจากรูปร่างอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเครื่อง โดย747-100ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกช่วงทศวรรษที่1970 ด้วยฐานะเครื่องบินโดยสารแบบสองชั้นลำแรกแบบ4เครื่องยนต์ ก่อนที่หลังจากนั้นจะถูกผลิตออกมาในหลายรุ่น จนถึงรุ่นล่าสุดคือ747-8

นับตั้งแต่747ลำแรกให้บริการเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว "ราชินีแห่งท้องฟ้า"ได้ให้บริการผู้โดยสารทั่วโลกแล้วกว่า 3.5 พันล้านคน