ทะเลจีนใต้พลิกผัน ฟิลิปปินส์หันซบสหรัฐเตรียมรับมือจีน

วันที่ 07 มิ.ย. 2563 เวลา 16:16 น.
ทะเลจีนใต้พลิกผัน ฟิลิปปินส์หันซบสหรัฐเตรียมรับมือจีน
หรือว่าอาเซียนกำลังจะเตรียมเผชิญหน้ากับจีนในศึกชิงน่านน้ำทะเลจีนใต้โดยมีสหรัฐเป็นมือที่สาม?

สถานะของจีนในทะเลจีนใต้ถูกสั่นคลอนครั้งใหญ่ เมื่อรัฐบาลฟิลิปปินส์กล่าวว่าจะไม่ระงับข้อตกลงทางทหารที่มีมาอย่างยาวนานกับสหรัฐ หลังจากที่หลายปีที่ผ่านมาประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เตพยายามล้มเลิกข้อตกลงนี้โดยชี้ว่าไม่ยุติธรรมกับฟิลิปปินส์

ที่ผ่านมา รัฐบาลแต่ดูเตร์เตแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐและพยายามเป็นถ้อยทีถ้อยอาศัยกับจีน แต่ในระยะหลังจีนเริ่มแสดงท่าทีแข็งกร้าวในทะเลจีนใต้มากขึ้น ทำให้ฟิลิปปินส์ต้องเปลี่ยนท่าทีอีกครั้ง โดยหันมาซบไหล่พันธมิตรที่คอยคุ้มกันฟิลิปปินส์มาอย่างยาวนาน นั่นคือสหรัฐ

เตโอโดโร ล็อกซิน รัฐมนตรีต่างประเทศของฟิลิปปินส์ได้ประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านทางทิวตเตอร์ว่าเขาได้แจ้งให้รัฐบาลสหรัฐทราบถึงการระงับความพยายามที่จะยกเลิกข้อตกลงทางการทหาร

ล็อกซินกล่าวในบันทึกการทูต การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก "สถานการณ์ทางการเมืองและพัฒนาการอื่น ๆ ในภูมิภาค” ซึ่งน่าจะหมายถึงการมองจีนเป็นภัยคุกคามในทะเลจีนใต้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

สหรัฐแสดงความยินดีกับการกลับลำของฟิลิปปินส์ โดยสถานทูตสหรัฐในกรุงมะนิลากล่าวในแถลงการณ์ว่า “พันธมิตรที่ยืนยาวของเราได้ประโยชน์ทั้งสองประเทศ และเราหวังว่าจะมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดต่อความมั่นคงและป้องกันประเทศกับฟิลิปปินส์”

Richard Heydarian นักวิเคราะห์ชาวฟิลิปปินส์กล่าวกับสำนักข่าว AFP ว่าการพลิกข้อตกลงแสดงให้เห็นว่าดูเตร์เตต้องตัดสินใจเลือกระหว่างจีนที่ก้าวร้าวมากและสหรัฐซึ่งพันธมิตรกับฟิลิปปินส์มาแต่เดิมและเอื้อประโยชน์มากกว่า

“นี่ไม่ใช่เวลาที่จะเริ่มต้นการแยกทางที่ไม่พึงปรารถนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่จีนสยายปีกอิทธิพลไปทุกที่” เขากล่าว

นักวิเคราะห์ทางการเมืองตีความว่าการกลับลำเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าภูมิภาคอาเซียนมีความกังวลเกี่ยวกับการที่จีนอวดแสนยานุภาพทางทหารในทะเลจีนใต้มากขึ้น ทั้งฟิลิปปินส์, เวียดนาม และมาเลเซียล้วนมีข้อพิพาทกับจีนเกี่ยวกับการอ้างสิทธิ์เหนืออาณาเขตในทะเลจีนใต้

ล่าสุดในสัปดาห์นี้ อินโดนีเซียซึ่งมีเรื่องบาดหมางกับจีนในกรณีทะเลจีนใต้เช่นกัน โดยปฏิเสธการลากเส้นน่านน้ำของจีนครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของทะเลจีนใต้ และส่งจดหมายไปถึงสหประชาติโดยชี้ว่าการอ้างน่านน้ำของจีนขัดต่อคำตัดสินของศาลโลกเมื่อปี 2016 ซึ่งจีนพิพาทกับฟิลิปปินส์ และฟิลิปปินส์เป็นฝ่ายชนะ

หลังจากนั้นฟิลิปปินส์เปลี่ยนตัวประธานาธิบดีเป็นดูเตร์เตซึ่งพยายามไม่เผชิญหน้าจีนและยังแข็งกร้าวกับสหรัฐ แต่ล่าสุด เขากลับเปลี่ยนท่าทีแบบ 360 องศาเลยทีเดียว

ในเดือนกุมภาพันธ์ ดูเตร์เตมีคำสั่งยกเลิกข้อตกลงการเยี่ยมเยือนของกองทัพ (Visiting Forces Agreement) สนธิสัญญาดังกล่าวอนุญาตให้กองทัพสหรัฐดำเนินการฝึกซ้อมร่วมขนาดใหญ่ในฟิลิปปินส์

ภายใต้ข้อตกลงรัฐบาลวอชิงตันและรัฐบาลที่กรุงมะนิลามีเวลา 180 วันหลังจากการออกประกาศยกเลิก หรือจนถึงเดือนสิงหาคมในกรณีนี้ ที่จะรื้อฟื้นข้อตกลงอีกครั้ง แต่ปรากฎซ่าดูเตร์เตรื้อฟื้นในเวลาก่อนเส้นตาย 2 เดือน

นักวิเคราะห์บางคนมองว่าการพลิกท่าทีของฟิลิปปินส์เป็นผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์สำหรับสหรัฐ เนื่องจากฟิลิปปินส์เป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาของสหรัฐเพียงประเทศเดียวที่อยู่ใกล้ทะเลจีนใต้

ทั้งนี้ สหรัฐเคยตั้งฐานทัพเรือทางตอนเหนือของกรุงมะนิลา แต่ต้องถอนทัพออกไปเพราะทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันไม่ได้เรื่องสัญญาเช่า

AFP PHOTO / US NAVY / MC2 Sean M. Castellano

 

บทความแนะนำ