แม้แต่เครือโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลกก็ทำท่าว่าจะไปไม่รอด

วันที่ 04 มิ.ย. 2563 เวลา 21:28 น.
แม้แต่เครือโรงภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลกก็ทำท่าว่าจะไปไม่รอด
หลังจากนี้โรงภาพยนตร์อีกหลายแห่งทั่วโลกจะต้องปิดตัวลงอย่างถาวร

ในขณะที่อนาคตของโรงภาพยนตร์ในยุคหลัง Covid-19 ยังไม่แน่นอน เชนโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง AMC Theatres ของสหรัฐ ก็เริ่มส่งสัญญาณว่าอาจจะไปต่อไม่ไหว หลังจากต้องปิดโรงภาพยนตร์หลายแห่งทั่วโลกในช่วงที่ Covid-19 ระบาด

ในหนังสือที่ AMC Theatres ยื่นให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ก่อนที่จะมีการประกาศผลประกอบการระบุว่า บริษัท “ไม่มีรายได้เลย” ในช่วงล็อกดาวน์ ดังนั้นจึงไม่อาจการันตีได้ว่า AMC Theatres จะฟื้นตัวได้เร็วเหมือนธุรกิจอื่น หรือจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันหรือไม่

AMC Theatres คาดว่าในไตรมาสแรกของปีนี้จะขาดทุนราว 2,100-2,400 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังเผยว่ารายได้ลดลง 22% มาอยู่ที่ 941.5 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วที่อยู่ที่ 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าไตรมาสที่สองจะแย่กว่านี้

การฟื้นตัวกลับมาอีกครั้งยิ่งยุ่งยากซับซ้อนขึ้นเมื่อโรงภาพยนตร์ไม่สามารถจำหน่ายตั๋วได้เต็มความจุ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่าง อย่างน้อยก็น่าจะเป็นอย่างนี้ไปจนกว่าจะมีวัคซีน Covid-19 ออกมา

ทั้งยังต้องขึ้นอยู่กับว่าหลังยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์แล้ว บรรดาสตูดิโอจะกลับมาเดินหน้าเปิดตัวภาพยนตร์ใหม่เมื่อใดและมากน้อยแค่ไหน ซึ่งขณะนี้หลายสตูดิโอเลื่อนกำหนดฉายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ไปจนถึงปีหน้าแล้ว

เมื่อไม่มีภาพยนตร์ใหม่เข้าโรง โรงภาพยนตร์ก็ไม่สามารถดึงดูดคนดู

อุปสรรคทั้งหมดนี้อาจทำให้เจ้าของโรงภาพยนตร์ขาดเงินหมุนเวียนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

นอกจากนี้ อนาคตของ AMC Theatres ยิ่งมืดมนขึ้นไปอีกเมื่อสตูดิโอบางแห่งเริ่มหันไปพึ่งแพลตฟอร์มดิจิทัลในการเปิดตัวมากขึ้น

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ค่าย Universal ได้เปิดตัวภาพยนตร์แอนิเมชั่น Trolls World Tour ผ่านช่องทางสตรีมมิ่งเป็นเวลา 48 ชั่วโมง จากเดิมที่มีกำหนดเข้าโรงฉายในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และเตรียมเข้าฉายเมื่อโรงภาพยนตร์กลับมาเปิดอีกครั้ง

ทั้งนี้ ตามปกติแล้ว ภาพยนตร์ที่จะเข้าระบบสตรีมมิ่งจะต้องฉายในโรงภาพยนตร์แล้วอย่างน้อย 90 วัน แต่ Universal กลายเป็นค่ายแรกที่ฉีกกฎดังกล่าว

แต่ถึงอย่างนั้นการชิมลางช่องทางใหม่ของ Universal กลับได้ผลดีเกินคาด เพราะ Trolls World Tour ทำรายได้เกือบ 100 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 3 สัปดาห์แรกของการเปิดตัว ซึ่งถือว่าสูงกว่ารายได้ที่ภาพยนตร์เรื่อง Trolls ทำได้ในช่วงเวลา 5 เดือนที่ฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์เสียอีก

ทว่าเรื่องนี้กลับเป็นฝันร้ายของธุรกิจโรงภาพยนตร์อย่าง AMC Theatres เพราะเท่ากับโรงภาพยนตร์จะขาดรายได้ไปไม่น้อยจากการที่คนดูเพลิดเพลินกับภาพยนตร์อยู่ที่บ้าน

จึงไม่แปลกที่การเปลี่ยนแปลงกฎเดิมจะสร้างความไม่พอใจให้กับเครือโรงภาพยนตร์อย่าง AMC Theatres อย่างมากจนถึงขั้นประกาศแบนภาพยนตร์ของ Universal ไม่ให้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในเครือ

ขณะที่ในประเทศจีนพบว่าผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมไปดูภาพยนตร์ผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้นนับตั้งแต่ช่วงที่มีการล็อกดาวน์ เพราะนอกจากจะไม่ต้องกังวลกับ Covid-19 แล้ว ยังประหยัดกว่าด้วย โดยบรรดาผู้ให้บริการสตรีมมิ่งคิดค่าแพ็กเกจรายเดือนเพียง 2 เหรียญสหรัฐเท่านั้น ขณะที่ค่าตั๋วโรงภาพยนตร์อยู่ที่ 20 เหรียญสหรัฐ

ด้วยเหตุนี้ สมาคมภาพยนตร์แห่งประเทศจีนจึงคาดการณ์ว่าโรงภาพยนตร์กว่า 40% หรือราว 5,000 แห่งจากกว่า 12,000 แห่งในจีนจะต้องปิดตัวลงอย่างถาวร

ทางรอดของโรงภาพยนตร์ก็คือการปรับตัวเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจเสียใหม่ โดยอาจหันมาชูประสบการณ์แปลกใหม่ที่คนดูจะได้จากการชมภาพยนตร์ในโรงที่ช่องทางออนไลน์ทำไม่ได้