จีนเปิดประชุมสภาใหญ่ครั้งที่ 13 มีอะไรน่าจับตามอง

วันที่ 22 พ.ค. 2563 เวลา 14:27 น.
จีนเปิดประชุมสภาใหญ่ครั้งที่ 13 มีอะไรน่าจับตามอง
ฮ่องกงส่อเค้าวุ่นต่อ จีนเล็งดันกม.มั่นคงคุมม็อบฉบับใหม่-เพิ่มงบกลาโหม 6.6%

วันนี้ (22 พ.ค.) จีนเปิดประชมุสภาประชาชนแห่งชาติประจำปี 2020 ซึ่งเป็นการเปิดประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NCP) ชุดที่ 13 ครั้งที่ 3 ที่มีสมาชิกเข้าร่วมเกือบ 3 พันคน ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง หลังจากที่ถูกเลื่อนกำหนดการเปิดประชุมสภามาสองเดือนครึ่งเนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนา2019ระบาด

ในการประชุมครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวของบรรดาบุคคลระดับสูงของรัฐบาลปักกิ่ง และสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์คนสำคัญ ท่ามกลางมาตรการควบคุมโรคด้วยการให้ผู้เข้าประชุมทุกคนสวมใส่หน้ากาก แต่ไม่ได้มีการนั่งเว้นระยะห่างแต่อย่างใด

การประชุมครั้งนี้ นายหลี่ เคอเฉียง นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้กล่าวรายงานผลการทำงานของรัฐบาล โดยคาดว่าจะเป็นการยกย่องความสำเร็จของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง รวมถึงการมุ่งเน้นนโยบายสำคัญเช่นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคงทางทหาร และเรื่องฮ่องกง

จีนไม่ตั้งเป้าเศรษฐกิจในปีนี้

นายหลี่ ได้กล่าวในระหว่างการเปิดประชุมสภาว่า แม้สถานการณ์โควิดโดยรวมในจีนจะดีขึ้น แต่จากช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมที่ผ่านมา จีดีพีโดยรวมของจีนหดตัวถึง 6.8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งถือนับเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ โดยหลังจากนี้จีนมีแผนจะไม่กำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้ แต่จะให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูการจ้างงานและมาตรฐานการดำรงชีวิตของพลเมืองในภาพรวม อีกทั้งเล็งเพิ่มค่าใช้จ่ายในภาครัฐจำนวนมหาศาล เหตุที่จีนไม่กำหนดเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจเนื่องจาก ปัจจัยความไม่แน่นอนของไวรัสที่การระบาดยังไม่สิ้นสุด โดยเบื้องต้นคาดว่าปีนี้จะขาดดุลคลังอย่างน้อยร้อยละ 3.6 ของจีดีพี เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขาดดุลร้อยละ 2.8 ของจีดีพี ซึ่งรัฐบาลเตรียมระดมซื้อขาดพันธบัตรมูลค่า 1 ล้านล้านหยวน รวมถึงให้หน่วยงานท้องถิ่นปรับแผนการใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม เพื่อดำเนินโครงการฟื้นโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เศรษฐกิจได้รับกระทบจากไวรัสอย่างหนัก

งบกลาโหมเพิ่ม 6.6% จากปัจจุบัน

ขณะเดียวกันปีนี้จีนยังเล็งเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศอีกราว 6.6 % จากปี 2019 โดยจางเย่ซุ่ย โฆษกประจำการประชุมสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน (CPPCC) กล่าวว่าจีนมีความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณด้านการทหาร และไม่มีการปกปิดงบประมาณทหารแต่อย่างใด

จางระบุว่าจีนยื่นรายงานค่าใช้จ่ายทางทหารให้แก่สหประชาชาติ เป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี 2007 ตั้งแต่ที่มาของเงินไปจนถึงรายละเอียดการใช้จ่ายงบประมาณ จีนได้อธิบายไว้อย่างละเอียดแล้ว โดยที่ผ่านมาจีนใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศของจีนครองสัดส่วนราวร้อยละ 1.3 ของจีดีพี (GDP) มาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 2.6

กฎหมายความมั่นคงฮ่องกงฉบับใหม่

ในบรรดาหลายเรื่องที่มีการหารือในขั้นต้น ประเด็นเกี่ยวกับฮ่องกงได้รับการจับตามองมากที่สุด โดยจีนเตรียมหารือเกี่ยวกับกฎหมายรักษาความสงบเรียบร้อยในฮ่องกงฉบับใหม่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่การประท้วงยังคงไม่สิ้นสุด

ความเคลื่อนดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้สถานการณ์ม็อบประท้วงในฮ่องกงกลับมาคุกกรุ่นอีกครั้ง เนื่องจากกฎหมายฉบับใหม่ที่จีนจะหารือนั้น ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในการจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลปักกิ่งในฮ่องกง แต่รายละเอียดในประเด็นดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน แต่ก็มีรายงานจากฝั่งฮ่องกงแล้วเช่นกันว่าบรรดากลุ่มต่อต้านรัฐบาลปักกิ่งเตรียมนัดเคลื่อนไหวต่อต้านแล้ว