ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เล็งเปิดเส้นทางเที่ยวปลอดโรคร่วมกัน

วันที่ 07 พ.ค. 2563 เวลา 18:21 น.
ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เล็งเปิดเส้นทางเที่ยวปลอดโรคร่วมกัน
ไต้หวันอาจได้ร่วมเขต"ท่องเที่ยวปลอดโรค" หลังออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ชูโมเดลรับทัวริตส์จากประเทศคุมโควิดได้แล้ว

จากวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมาซึ่งรัฐบาลนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย เห็นในหลักการร่วมกันถึงแผนโมเดลการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ "trans-Tasman travel bubble" หรืออาณาเขตการท่องเที่ยวปลอดโรคระหว่างกัน จากที่ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สามารถคุมการแพร่ระบาดภายในประเทศได้แล้ว เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยว หลังการผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ของทั้งสองชาติ

เขตการท่องเที่ยวปลอดโรคหรือ "Travel Bubble" คือการที่รัฐบาลอนุญาตให้พลเมืองของตนสามารถเดินทางไปมาหาสู่เฉพาะประเทศที่สามารถคุมโควิดได้แล้วเท่านั้น ในที่นี้คือออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งบางพื้นที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มแล้ว โดยไม่ต้องเข้ามาตรการกักกันโรคเป็นเวลา 14 วัน

แผนการดังกล่าวอาจไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเท่าใดนัก เนื่องจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มีสัมพันธุ์ใกล้ชิดกันในทุกระดับอยู่แล้ว แต่มีรายงานว่านิวซีแลนด์อาจรวมประเทศอื่นๆในเอเชียอย่างไต้หวัน ซึ่งมีผลงานการคุมการระบาดโควิดอย่างมีประสิทธิภาพ อยู่ในลิสต์ประเทศเส้นทางท่องเที่ยวปลอดโรคด้วย

Chris Roberts ผู้บริหารสูงสุดจากคณะกรรมการการท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ เผยว่า แผนนี้ต้องเป็นไปในรูปแบบมาตรการป้องกันด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ทั้งยังเป็นไปได้ว่าอาจนำไปปรับใช้กับประเทศอื่นๆที่สามารถควบคุมการระบาดของโควิดได้แล้วอย่าง ไต้หวัน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ในช่วงระยะเวลา 12-18 เดือน

กรณีของไต้หวัน ถือเป็นประเทศที่มีประวัติการคุมโควิดในระดับดีมาก โดยช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไต้หวันไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง6วันติด ไม่พบการระบาดในระดับชุมชนในประเทศ มีแต่การพบผู้ติดเชื้อที่มีประวัติเดินทางกลับจากต่างประเทศในระดับเลขหลักเดียวเท่านั้น

ขณะที่กรณีของเกาหลีใต้ ก็มีระบบรับมือการระบาดอย่างรัดกุม รวมถึงการให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจคัดกรองเชื้อในเชิงรุก จนส่งผลให้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาจนวันนี้ เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียงเลขหลักเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ดี คาดว่าแผนนี้จะเริ่มนำร่องใช้เฉพาะนิวซีแลนด์กับออสเตรเลียก่อน ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวคาดว่าสองประเทศนี้อาจเปิดพรมแดนระหว่างกันช่วงเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่โรงเรียนในสองประเทศปิดภาคเรียน และเป็นฤดูไฮซีซั่นการเล่นสกีในนิวซีแลนด์

แฟ้มภาพ : AFP