posttoday
ทำไมชาวนาไทยถึงยากจนข้ามศตวรรษ?

ทำไมชาวนาไทยถึงยากจนข้ามศตวรรษ?

05 พฤษภาคม 2563

เมืองไทยนั้นเจริญมาได้เพราะขายข้าวมาก่อน แต่ผ่านมาเป็นร้อยปีนับแต่เปิดตลาดข้าวไปสู่ชาวโลก ชีวิตชาวนาก็ยังไม่เจริญสักที

ผู้เขียนคิดมาเสมอว่า เมืองไทยเราจริงจังกับการเป็นผู้ส่งออกข้าวติดอันดับโลก แต่ไม่สนใจที่จะทำให้ชาวนารวยที่สุดในโลก พอตกอันดับชาติส่งออกก็ทุนรนทุราย แต่กับเรื่องปัญหาชาวนาไม่ค่อยใส่ใจนัก

เมืองไทยนั้นเจริญมาได้เพราะขายข้าวมาก่อน แต่ผ่านมาเป็นร้อยปีนับแต่เปิดตลาดข้าวไปสู่ชาวโลก ชีวิตชาวนาก็ยังไม่เจริญสักที

ความบิดเบี้ยวที่ว่านี้เกิดจากอะไร?

ผู้เขียนลองพลิกงานวิจัยจากต่างประเทศดู พอจะเห็นคำตอบรางๆ แม้จะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายแต่ทำให้มองเห็นมุมมองจากการศึกษาปัญหาโดยคนต่างชาติได้ จึงขอสรุปคร่าวๆ ดังนี้

1. แต่ก่อนคนไทยปลูกข้าวเอง สีเองกินเอง ไม่ค่อยมีหนี้ จนกล่าวกันว่าใครซื้อข้าวกินถือว่าขี้เกียจและเป็นพวกที่อยากทำให้ราคาข้าวต่ำ กระทั่งสมัยรัชกาลที่ 4 เปิดตลาดส่งออกข้าว มีการส่งเสริมให้ปลูกข้าวด้วยการลดภาษีที่ดินซึ่งไทยต่ำที่สุดในเอเชีย สภาพดินฟ้าก็เอื้อกับการปลูกข้าวอย่างมาก แต่ผลผลิตต่ำอย่างเหลือเชื่อ เพราะการจัดการชลประทานและที่ดินไม่ดี แถมระบบค้าขายยังให้เอกชนนำ รัฐบาลแทบไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น

ทำไมชาวนาไทยถึงยากจนข้ามศตวรรษ?

2. เมื่อประมาณ 100 ปีก่อนพม่าเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุด มีสภาพดินฟ้าเหมือนไทย แต่ระบบชลประทานดีกว่ามาก (เพราะอังกฤษสร้างให้) ทำให้ผลผลิตสูงแซงไทย ส่วนไทยมีการเสนอโครงการชลประทานใหญ่ๆ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่ล้มไปเกือบหมด เหลือแค่โครงการเล็กๆ ทุกวันนี้ข้าวไทยไม่ได้แข่งกับพม่า แต่ยังต้องแข่งกับเวียดนามแบบหายใจรดต้นคอกัน เพราะเรายังไม่ทันเรื่องเพิ่มผลผลิต และชลประทานไม่ครอบคลุม (ปัญหาเดิมๆ)

3. ประมาณปีพ.ศ. 2460 กว่าๆ ชาวนาผูกติดกับโรงสีของคนจีนกับฝรั่งแบบเต็มตัว จีนในไทยส่งออกข้าวไปเอเชียบูรพา มาลายา สิงคโปร์ ฝรั่งส่งออกข้าวไปยุโรปกับอเมริกา "คนไทยปลูกอย่างเดียว" ตอนหลังโรงสีเป็นของคนเชื้อสายจีน 90% ทุกวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้น สมัยนั้นรัฐบาลพยายามจะแทรกแซงการผูกขาดของโรงสี แต่ทำได้นิดหน่อย เช่นตั้งสหกรณ์ ซึ่งหลักการดีแต่ผลสัมฤทธิ์จิ๊บจ๊อย และทุกวันนี้ก็ยังอีหรอบเดิม

ทำไมชาวนาไทยถึงยากจนข้ามศตวรรษ?

4. หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อพ.ศ. 2475 เพราะกลัวการผูกขาดคณะราษฎรจึงตั้งบริษัทข้าวไทย ได้โรงสีข้าวของคนจีน 10 โรงใหญ่มาจัดการ ซึ่งได้ผลพอควร แต่แล้วหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยถูกบังคับให้ขายข้าวราคาถูกมากให้อังกฤษผู้ชนะสงคราม (โทษฐานร่วมมือกับญี่ปุ่น) ทั้งๆ ที่ตอนนั้นความต้องการข้าวในตลาดโลกสูงมาก แต่ไทยขายแล้วเข้าเนื้อ แถมรัฐบาลยังผูกขาดการค้าข้าวเพื่อเอาไปประเคนให้อังกฤษ 1.5 ล้านตัน ชาวนากับคนกินตายหยังเขียด ดีที่มีตลาดมืดมาช่วยไว้

5. รัฐบาลเลิกผูกขาดการส่งออกข้าวอย่างเด็ดขาดในปีพ.ศ. 2498 แต่กลับเก็บค่าพรีเมี่ยมค้าข้าวจากผู้ส่งออก ซึ่งมีปัญหาฉ้อราษฏร์บังหลวงอย่างเลวร้าย แถมยังทำให้ราคาข้าวต่ำสำหรับผู้บริโภค เพราะข้าวราคาถูกมีความสำคัญต่ออำนาจทางการเมือง สุดท้ายพวกพ่อค้าก็ไปกดราคาเอาจากชาวนา เพื่อที่จะเจียดเงินมาจ่ายพรีเมี่ยมให้รัฐ ต่อมานับแต่ช่วงพ.ศ. 2520 เป็นต้นมาประเทศที่เราเคยขายข้าวให้เริ่มพัฒนาการเกษตร ทำให้การส่งออกลดลง ไทยจึงเลิกพรีเมี่ยม แต่ชาวนาก็ยังแย่เหมือนเดิมเพราะ "พ่อค้าคนกลาง"

ทำไมชาวนาไทยถึงยากจนข้ามศตวรรษ?

6. นับแต่ปลายศตวรรษที่ 19 คนกลางเริ่มมีบทบทาทซื้อข้าวจากชาวนาไปขายโรงสี บางครั้งข้าวราคาดีโรงสีจะไปซื้อกับชาวนาเอง แต่เวลาส่งมาบางกอกเพื่อไปขายเมืองนอก ต้องผ่านคนกลางอยู่ดี นักวิชาการฝรั่งบอกว่าปัญหาเกษตรกรรมไทยคือระบบที่ผูกติดกับคนกลาง และคนกลางไม่ใช่แค่ซื้อผลผลิต แต่ยังปล่อยกู้ กว้านซื้อทีดินมาปล่อยเช่าทำนา ประสานงานนำเข้าส่งออก ฯลฯ

7. ส่วนชาวนาไม่มีความรู้เรื่องกลไกราคากับตลาดและขาดกระแสเงินสด จึงต้องพึ่งคนกลาง ยิ่งชาวนาต้องพึ่งฟ้าพึ่งฝน ไม่มีอะไรจำนองต้องผูกผลผลิตเป็นค่าใช้หนี้ให้คนกลาง ผลผลิตที่ขายก็ขายในฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งเมื่อราคาต่ำก็คนกลางก็ยิ้มอีก แต่ชาวนาขมขื่น เวียนเป็นวงจรอุบาทว์ ในปีพ.ศ. 2481 ที่ปรึกษากระทรวงการคลังประเมินว่า 50% ของราคาข้าวส่งออกเป็นต้นทุนเกี่ยวกับพ่อค้าคนกลาง โรงสี และนายหน้าส่งออก แต่คนที่ได้ส่วนแบ่งมากที่สุดคือคนกลาง ทุกวันนี้ก็ยัง ....เหมือนเดิม

ทำไมชาวนาไทยถึงยากจนข้ามศตวรรษ?

8. แต่จะไปโทษคนกลางก็ไม่ได้ เขาตั้งเงินกู้มีดอกเบี้ยสูงเพราะความเสี่ยงที่จะปล่อยเงินให้ชาวนามันสูง โดยเฉพาะชาวนาที่ไม่มีสินทรัพย์จำนองแล้ว มีแต่ตัวกับแรงทำนาในที่ของคนอื่น คนกลางก็เลยถูกมองเป็นผู้ร้ายไป ทั้งๆ ที่ทำตามระบบตลาด (ที่รัฐสนับสนุน) และต้องแบกรับความเสี่ยงแทนชาวนา โดยเฉพาะต้นทุน อีกเรื่องคือการให้การศึกษากับชาวนาเรื่องธุรกิจ อันนี้จำเป็นมาก เพราะไทยส่งออกข้าวอันดับต้นๆ ของโลก คนกลางกับโรงสีฟันกำไรกันสนุก แต่ชาวนาไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยเลย

จนกล่าวได้ว่ารัฐปล่อยให้การส่งออกเป็นตัวชี้นำนโยบายข้าว ไม่ใช่ความอยู่ดีกินดีของชาวนา

9. การเริ่มขายปลีกข้าวด้วยตนเองเป็นการริเริ่มที่ดี แต่ขาดการรวมพลังสร้างอำนาจต่อรอง ส่วนคนเมืองที่จะช่วยก็ไม่รู้จะฮิตๆ เลิกๆ หรือเปล่า และโครงสร้างใหญ่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เกรงว่าจะเจอตอจากผู้มีอิทธิพลในตลาด รัฐบาลจึงต้องเป็นที่พึ่งอย่างยิ่งให้ชาวนา แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิด วิธีช่วยชาวนาเสียที

บทความโดยกรกิจ ดิษฐาน

ทำไมชาวนาไทยถึงยากจนข้ามศตวรรษ?

หนังสืออ่านประกอบ

  • Economic Change in Thailand, 1850-1970 โดย James C. Ingram
  • A history of rice policies in Thailand โดย Ammar Siamwalla
  • From Competition to Constraint: The International Rice : Trade in the Nineteenth and Twentieth Centuries โดย A. J. H. Latham
  • ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยจนถึง พ.ศ.2484 - โดย ฉัตรทิพย์ นาถสุภา, สมภพ มานะรังสรรค์ บรรณาธิการ
  • สังคมชนบทและภาคเศรษฐกิจข้าวของไทย พ.ศ. 2423-2473 โดย เดวิด บรูซ จอห์นสตัน ผู้แต่ง, พรภิรมณ์ เอี่ยมธรรม บรรณาธิการแปล

ข่าวล่าสุด

แพลน บี ชวนชม Immersive Art “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เฉลิมพระเกียรติในหลวง 28 ก.ค.

แพลน บี ชวนชม Immersive Art “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เฉลิมพระเกียรติในหลวง 28 ก.ค.