เปิดเมืองเร็วเกินไปเสี่ยงโควิดระบาดระลอกสอง

วันที่ 16 เม.ย. 2563 เวลา 20:38 น.
เปิดเมืองเร็วเกินไปเสี่ยงโควิดระบาดระลอกสอง
ผู้เชี่ยวชาญหลายรายเห็นตรงกันว่าการผ่อนคลายหรือยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์เร็วเกินไปมีความเสี่ยงที่เชื้อโคโรนาไวรัสจะกลับมาระบาดอีกระลอก

นอกจากเมืองอู่ฮั่นของจีนแล้ว ในช่วงสัปดาห์นี้ยังมีอีกหลายประเทศในแถบยุโรปที่กำลังจะประกาศและประกาศผ่อนคลายการล็อกดาวน์ อาทิ เช็ก ที่ไฟเขียวให้เปิดกิจการร้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และจักรยาน ให้เล่นเทนนิสและออกไปว่ายน้ำได้

อิตาลีเริ่มเปิดร้านหนังสือและร้านซักรีด ขณะที่นักเรียนในเดนมาร์กเริ่มกลับไปโรงเรียนแล้ว ส่วนร้านเล็กๆ ในออสเตรียก็เริ่มกลับมาเปิดอีกครั้ง และเยอรมนีกำลังจะผ่อนคลายมาตรการบางส่วนในสัปดาห์หน้า ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐก็ประกาศว่าสหรัฐจะเดินหน้าธุรกิจอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ค.นี้

ขณะที่รัฐบาลไทยก็มีแผนจะผ่อนคลายหากสิ้นเดือนนี้สถานการณ์ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า การยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์เร็วเกินไปมีความเสี่ยงที่เชื้อโคโรนาไวรัสจะกลับมาระบาดอีกระลอก และอาจคุมยากกว่าระลอกแรก 

โจเซฟ อู่ จากมหาวิทยาลัยฮ่องกงเผยว่า ตรวบใดที่ยังไม่มีวัคซีน หรือการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หรือ herd immunity การผ่อนคลายให้ผู้คนกลับไปทำงาน ดำเนินธุรกิจ หรือไปโรงเรียนมีความเสี่ยงที่โรค Covid-19 จะกลับมาอีกโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ติดเชื้อมาจากนอกประเทศ (imported case) แม้ว่ารัฐบาลจะค่อยๆ ผ่อนคลายมาตรการและมีการติดตามการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิดก็ตาม   

ไม่เพียงแต่อู่เท่านั้นที่เตือนรัฐบาลว่าไม่ควรเปิดประเทศเร็วเกินไป 

พอล ครุกแมน เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ยังส่งเสียงเตือนไปยังทรัมป์ว่าแนวคิดที่จะเปิดประเทศในเดือนหน้าเป็นเรื่องที่ “บ้ามาก” เพราะสหรัฐยังไม่สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อจนอยู่ในระดับปลอดภัยที่ประชาชนจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้  

ครุกแมนยังกล่าวอีกว่า ตัวอย่างของโรคระบาดที่ใกล้เคียงที่สุดคือ ไข้หวัดสเปนเมื่อปี 1918 ที่ชี้ให้เห็นว่าประเทศที่รีบร้อนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติมีราคาที่ต้องจ่าย 

สำหรับสหรัฐอาจจะยังไม่ใกล้เคียงกับคำว่าพร้อมกลับสู่สภาพปกติด้วยซ้ำ เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตรายวันยังพุ่งสูง 

การตัดสินใจผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เชื้อโคโรนาไวรัสยิ่งระบาดเป็นวงกว้าง และต้องงัดมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดกว่าเดิมมาใช้ ทั้งยังอาจเป็นหายนะของทั้งบุคลากรทางการแพทย์และเศรษฐกิจหนักเข้าไปอีก

การตัดสินใจกลับมาเปิดเมืองต้องทำอย่างปลอดภัยและต้องมีแผนการบริหารความเสี่ยงรองรับ เพราะตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ ฮ่องกง ที่ควบคุมการแพร่ระบาดได้ในช่วงแรก แต่หลังจากผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่อเค้าว่าจะคุมไม่อยู่

กรณีของฮ่องกง ช่วงต้นเดือน มี.ค. ฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อราว 100 คน เพราะมีคำสั่งให้เว้นระยะห่างระหว่างกัน ให้ทำงานจากที่บ้าน แต่หลังจากข้าราชการเริ่มกลับไปทำงานที่สถานที่ราชการ อีก 2 สัปดาห์ต่อมาตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 160 คน

และหลังจากชาวฮ่องกงในต่างแดนทยอยเดินทางกลับบ้านเกิด ตัวเลขผู้ติดเชื้อของฮ่องกงก็พุ่งพรวดเป็น 2 เท่าตัว ทำให้ต้องหวนกลับมาใช้ข้อจำกัดการเดินทางเช่นเดิม

แต่กรณีของสิงคโปร์กว่าจะรู้ตัวก็ไม่ทันการณ์แล้ว หลังจากไม่ยอมล็อกดาวน์ทั่วประเทศตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นหลักร้อยคนในแต่ละวัน จากเดิมที่มีเพียงหลักสิบ

รัฐบาลไทยพึงดูตัวอย่างจากประเทศเหล่านี้ก่อนตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการ อย่าห่วงตัวเลขทางเศรษฐกิจมากเกินไปจนละเลยชีวิตประชาชน

เพราะหาก Covid-19 กลับมาระบาดหนักอีกระลอก ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจหนักหน่วงและยืดเยื้อกว่าระลอกแรก

Photo by ARIANA DREHSLER / AFP

บทความแนะนำ