กลัวตายแต่ก็กลัวอด ชีวิตคนขายบริการเมืองไทยในวันที่ไร้แสงนีออน

วันที่ 05 เม.ย. 2563 เวลา 21:04 น.
กลัวตายแต่ก็กลัวอด ชีวิตคนขายบริการเมืองไทยในวันที่ไร้แสงนีออน
“ฉันคิดว่ารัฐบาลช้ามาก พวกเขาไม่สนใจคนอย่างเราที่ทำงานในอุตสาหกรรมทางเพศ” อลิซบอก

สำนักข่าว AFP รายงานว่า คำสั่งการชัตดาวน์ทำให้แหล่งบันเทิงในไทยต้องปิดฉากลง ส่วนแรงงานค้าประเวณีที่ถูกบังคับให้พลีร่างเพื่อเงินอย่างพิมก็ออกมาจากบาร์เพื่อหางานทำ แม้ว่าเธอจะกลัว แต่ต้องการเงินจากลูกค้าเพื่อมาจ่ายค่าเช่า

ย่านบันเทิงยามราตรีตั้งแต่ที่กรุงเทพฯ จนถึงพัทยาต่างก็เงียบสงบ ไนท์คลับและร้านนวดปิดให้บริการและนักท่องเที่ยวถูกปิดกั้นไม่ให้เข้าประเทศ

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้แรงงานค้าประเวณีประมาณ 300,000 คนต้องไม่มีงานทำ และถูกบีบให้ลงมาหากินตามท้องถนนท่ามกลางความเสี่ยงที่รุนแรงจากการระบาด

“ฉันกลัวไวรัส แต่ฉันต้องหาลูกค้าเพื่อจ่ายค่าห้องและค่าอาหาร” พิมสาวประเภทสองผู้ให้บริการทางเพศวัย 32 ปีบอกกับ AFP ระหว่างให้สัมภาษณ์ในย่านหนึ่งของกรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้านี้วิบวับไปด้วยแสงไฟนีออนแต่ตอนนี้บาร์และแหล่งบริการทางเพศมืดสนิท

ตั้งแต่วันศุกร์ คนไทยต้องอยู่ภายใต้เคอร์ฟิวระหว่างเวลา 22:00 ถึง 04:00 น. แต่บาร์และร้านอาหารปิดทำการหลายวันก่อนหน้านี้แล้ว

ผู้ให้บริการทางเพศหลายคนในกรุงเทพ เคยมีงานทำที่ค่อนข้างมั่นคงในบาร์โดยอาศัยทิปและยินดีที่จะกลับบ้านไปกับลูกค้า

เมื่อสถานที่ทำงานของพวกเขาปิดตัวลง ส่วนใหญ่ต้องกลับบ้านเกิดเพื่อรอวิกฤติสิ้นสุดลง

คนอื่น ๆ เช่นพิมต้องออกไปทำงานตามท้องถนน

รัฐบาลบอกว่าพร้อมที่จะบังคับเคอร์ฟิว 24 ชั่วโมงหากจำเป็นต้องควบคุมไวรัสที่ทำให้ไทยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 2,000 คนและเสียชีวิต 20 คนตามตัวเลขอย่างเป็นทางการ

พิมได้รับผลกระทบอย่างมากจากข้อจำกัดการเดินทาง เธอไม่ได้มีลูกค้าเป็นเวลา 10 วันแล้วส่วนบิลค่าใช้จ่ายก็ซ้อนกันเป็นตับ

อลิซเพื่อนของเธอซึ่งเป็นหญิงข้ามเพศและผู้ให้บริการทางเพศเหมือนกันถูกบังคับให้ย้ายจากบาร์อะโกโก้ไปหากินที่ริมถนน

“ฉันเคยทำเงินเยอะมาก บางครั้ง 10,000 - 20,000 บาทต่อสัปดาห์” อลิซบอก

“แต่เมื่อธุรกิจปิดตัวลงรายรับของฉันก็หยุดเช่นกัน ที่เรากำลังทำแบบนี้เพราะเรายากจน ถ้าเราไม่มีเงินจ่ายโรงแรมที่พักก็จะไล่เราออกไป”

ระหว่างรายงานข่าว AFP ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวขาจรเข้ามาใกล้ๆ กับกลุ่มคนขายบริการก่อนที่จะมีการเจรจาต่อรองอย่างรวดเร็วและเดินหายเข้าไปในโรงแรมใกล้เคียงซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ยังคงเปิดให้บริการในย่านนักท่องเที่ยวหลักของกรุงเทพฯ

แต่ความเสี่ยงของงานบริการทางเพศได้พุ่งสูงขึ้นเมื่อไวรัสแพร่กระจาย

ผู้ให้บริการทางเพศแห่กันกลับบ้านไปทั่วประเทศโดยคาดว่ากว่าจะมีการปลดล็อคมาตรการกักกันก็น่าจะเป็นเวลาหลายสัปดาห์ก่อนธุรกิจกลางคืนของประเทศไทยจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

มีความกลัวว่าการระบาดอาจยืดเยื้อนานหลายเดือน ทำให้สูญเงินดอลลาร์จากนักท่องเที่ยวหลายพันล้านจากระบบเศรษฐกิจและปล่อยให้คนทำงานนอกระบบต้องเผชิญกับความลำเค็ญ

คนเหล่านี้รวมถึงผู้ให้บริการทางเพศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถานบันเทิงยามค่ำคืนในประเทศไทย

มีความกังวลว่าโครงการฉุกเฉินของรัฐบาลไทยที่จะมอบเงินจำนวน 5,000 บาทให้แก่ผู้ว่างงานหลายล้านคนในช่วงสามเดือนข้างหน้าจะไม่รวมผู้ให้บริการทางเพศ เพราะพวกเขาไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีหลักฐานการจ้างงานที่เป็นทางการ

The Empower Foundation กลุ่มผู้สนับสนุนงานบริการทางเพศของไทยกล่าวว่าสถานบันเทิงทางเพศสร้างรายได้ประมาณ 6,4000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งหลายคนขายเซ็กซ์รูปแบบต่างๆ

ผู้หญิงกำลังได้รับผลกระทบจากไวรัสมากที่สุด หลายคนเป็นคนเป็นแม่และคนหารายได้หลักของครอบครัว แต่ถูกบังคับให้ทำงานทางเพศเนื่องจากขาดโอกาสหรือจบการศึกษาที่ให้เงินเดือนต่ำ

ทางกลุ่มได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้หาวิธีที่จะให้ความช่วยเหลือแก่แรงงานทุกคนที่สูญเสียรายได้

กลับมาที่ชีวิตของพิม เมื่อถึงเวลา 22.00 น. เคอร์ฟิวมาถึงแล้ว พิมและอลิซเตรียมพร้อมสำหรับการเดินเตร่ครั้งสุดท้ายเพื่อหาลูกค้า

“ฉันคิดว่ารัฐบาลช้ามาก พวกเขาไม่สนใจคนอย่างเราที่ทำงานในอุตสาหกรรมทางเพศ” อลิซบอก

"เรากลัวที่จะไม่มีอะไรกินมากกว่าไวรัส"

จากรายงาน Scared but desperate, Thai sex workers forced to the street / Photo by Aidan JONES / AFP