หมอไม่มีหน้ากากอนามัย ก็เหมือนนักรบที่ไร้เกราะ

วันที่ 09 มี.ค. 2563 เวลา 08:40 น.
หมอไม่มีหน้ากากอนามัย ก็เหมือนนักรบที่ไร้เกราะ
การขาดแคลนหน้ากากอนามัยคือปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการจัดหาให้เพียงพอกับความต้องการของโรงพยาบาลซึ่งเป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับโรค Covid-19

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ยืนยันกับประชาชนว่าหน้ากากอนามัยจะไม่ขาดตลาด เพราะมีสต๊อกสินค้าเกินความต้องการ สำทับด้วยคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ยืนยันว่ามีหน้ากากอนามัยเพียงพอ

แต่ความเป็นจริงคือ ประชาชนทั่วทุกหัวระแหงบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าหาซื้อหน้ากากอนามัยไม่ได้ ถึงมีก็มีแบบจำกัดมากๆ และราคาแพงหูฉี่ จนประชาชนต้องพากันไปต่อแถวรอซื้อที่องค์การเภสัชกรรมกันตั้งแต่ตีสาม หนำซ้ำบางคนต้องกลับบ้านมือเปล่าทั้งที่นั่งรถมาก็ไกล

และตอนนี้ไม่เพียงแต่ประชาชนเท่านั้นที่แทบจะหาหน้ากากอนามัยมาใช้ไม่ได้ โรงพยาบาลหลายแห่งทั่วประเทศยังขาดแคลนอย่างหนัก แพทย์และพยาบาลต้องใช้หน้ากากอนามัยแผ่นเดียวทั้งวัน แม้จะไม่ใช่วิธีการที่ถูกสุขอนามัยนัก แต่ก็จำใจใส่ เพราะหน้ากากอนามัยของโรงพยาบาลกำลังจะหมดลง

คาดว่าอีกไม่นานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสในประเทศไทยอาจเข้าสู่ระยะที่สาม นั่นคือ จำนวนที่เพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อไม่มีประวัติการติดต่อกับผู้คนจากจีน หรือคนที่มาจากประเทศเสี่ยงอื่นๆ หรือไม่เคยมีประวัติการเดินทางไปประเทศเสี่ยง ตัวเลขผู้ติดเชื้อคงเพิ่มขึ้นวันละหลายคน

การขาดแคลนหน้ากากอนามัยคือปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการจัดหาให้เพียงพอกับความต้องการของโรงพยาบาลซึ่งเป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับโรค Covid-19

หากเกิดการระบาดไปทั่วประเทศ บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องรักษาผู้ป่วยคือกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด การเสียแพทย์พยาบาลไปแม้เพียง 1 ชีวิตก็ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเขาหล่านี้คือกำลังสำคัญ

จริงอยู่ว่าการขาดแคลนหน้ากากอนามัยในโรงพยาบาลในบ้านเราก็เคยเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่นที่ประเทศจีนมาแล้ว และแม้ว่าสถานการณ์ในไทยอาจไม่ร้ายแรงเหมือนที่เมืองอู่ฮั่น แต่การรับมือกับการขาดแคลนหน้ากากอนามัยของรัฐบาลไทยก็แสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพ

รัฐบาลมีเวลาเตรียมความพร้อมหลายสัปดาห์ก่อนที่การแพร่ระบาดจะลุกลามมาจนถึงขั้นที่หน้ากากอนามัยและเจลล้างมือจะขาดตลาด แต่ประชาชนก็ยังไม่ได้เห็นมาตรการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังจากทางรัฐบาล

จะมีก็แต่การนำหน้ากากอนามัยจำนวนน้อยนิดออกมาจำหน่ายตามจุดต่างๆ ซึ่งหมดในเวลาอันรวดเร็ว แต่มาตรการนี้เข้าถึงคนกลุ่มเล็กๆ เท่านั้น และเป็นเพียงการสร้างภาพสร้างผลงานของรัฐมนตรีที่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอย่างแท้จริง

ส่วนอีกประเทศหนึ่งที่มีการระบาดอย่างหนักอย่างญี่ปุ่นก็ต้องเผชิญภาวะหน้ากากอนามัยขาดแคลนเช่นกัน

โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียวถึงกับต้องขึ้นป้ายแจ้งแพทย์และพยาบาลว่าให้แต่ละคนเบิกหน้ากากอนามัยได้วันละ 1 ชิ้นเท่านั้น เนื่องจากสต็อกหน้ากากอนามัยกำลังจะหมด

ความขาดแคลนนี้ส่งผลให้แพทย์รายหนึ่งในกรุงโตเกียวตัดสินใจไม่สวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากกังวลว่าการใช้หน้ากากอนามัยซ้ำจะทำให้ทั้งตัวเองและคนไข้เสี่ยงติดเชื้อโรคหนักกว่าเดิม

ขณะที่สมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปในกรุงโตเกียวเผยว่า โรงพยาบาลและคลินิกบางแห่งกำลังชั่งใจว่าจะปิดให้บริการชั่วคราวหรือไม่ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่เชื้อโคโรนาไวรัสจะแพร่กระจายในกลุ่มผู้ป่วย

ส่วนในจีนนั้นแพทย์และพยาบาลนับร้อยต้องติดเชื้อโคโรนาไวรัส เพราะต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยมีอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไม่เพียงพอ

ประเทศไทยเรามีเวลาไม่มากแล้ว ก่อนที่การแพร่ระบาดจะเข้าสู่ระยะที่สาม รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุขต้องร่วมกันวางแผนแก้ปัญหาความขาดแคลน และวางแนวทางให้ทุกโรงพยาบาลมีอุปกรณ์จำเป็น เช่น หน้ากากอนามัย ถุงมือ ชุดป้องกันการติดเชื้อ เจลล้างมือ พอเพียงสำหรับบคลากรและคนไข้

ทีมแพทย์และพยาบาลที่รับมือกับโรค Covid-19 อยู่ในแนวหน้าต้องเผชิญความเสี่ยงที่จะติดเชื้อมากพออยู่แล้ว ยิ่งมีหน้ากากอนามัยไม่พอใช้โดยที่รัฐบาลไม่ใส่ใจแก้ปัญหายิ่งเป็นการบั่นทอนกำลังใจคนทำงาน

ไม่ต่างกับการส่งขุนพลเข้าสู่สนามรบโดยที่ไม่มีชุดเกราะให้พวกเขาสวม

บทความแนะนำ