ผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นอาจถึง1,700 คน มีโอกาสไวรัสแพร่กระจายมากกว่าที่เปิดเผย

วันที่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 13:02 น.
ผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่นอาจถึง1,700 คน มีโอกาสไวรัสแพร่กระจายมากกว่าที่เปิดเผย
ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของแต่ละปีจะมีคนจีนเดินทางมาเที่ยวในไทยประเทศไทยหลายล้านคน แม้ว่าจะเกิดสงครามการค้าและเศรษฐกิจที่ซบเซาลง แต่ก็ยังจะมีคนจีนหลักล้านเดินทางเข้ามาในไทยอยู่ดี

หากเป็นสถานการณ์ปกติย่อมเป็นเรื่องน่ายินดีที่เม็ดเงินจาการท่องเที่ยวและการจับจ่ายจะหมุนเวียนในไทยมากมาย แต่ในเวลานี้สถานการณ์ไม่ปกติ เพราะมีการระบาดของไวรัสคล้ายซาร์สในประเทศจีน และตรวจพบชาวจีนที่ป่วยด้วยไวรัสคล้ายซาร์สในไทยแล้ว

ล่าสุด สหรัฐประกาศจะเริ่มทำการคัดกรองเที่ยวบินที่มาจากอู่ฮั่น ที่สนามบินซานฟรานซิสโก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และ JFK ของยครนิวยอร์ก ซึ่งทั้งคู่ได้มีเที่ยวบินตรงจากอู่ฮั่น และจะดำเนินการคัดกรองที่สนามบินลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีเที่ยวบินเชื่อมต่อจากอู่ฮั่นหลายเที่ยวบิน

ในส่วนของประเทศไทย ประกาศว่าจะทำการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ตแล้วและในไม่ช้าก็จะดำเนินการแบบเดียวกันที่จังหวัดกระบี่

อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้อาจตอบรับสถานการณ์ได้ไม่เพียงพอ เพราะมีความเป็นไปได้ที่จีนจะแจ้งตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยไม่ตรงกับความเป็นจริง และอาจมีผู้ติดเชื้อเดินทางปะปนเข้ามา

ในเวลานี้ได้เข้าสู่ช่วงเดินทางกลับภูมิลำเนาของชาวจีนเพื่อกลับไปฉลองเทศกาลตรุษจีน จึงเกิดความกลัวว่าไวรัสจะแพร่ขยายออกไปก่อนวันหยุดตรุษจีน เพราะชาวจีนหลายร้อยล้านคนจะเดินทางไปทั่วประเทศ หรือเยี่ยมสมาชิกในครอบครัวย้ายไปอาศัยอยู่ในต่างประเทศ ยังไม่รวมช่วงพักผ่อน ดังนั้นเชื้ออาจจะแพร่กระจายจากอู่ฮั่นไปยังที่อื่นได้ง่ายในช่วสงเวลานี้

ช่วงเดินทางและพักผ่อนก่อนและหลังเทศกาลตรุศจีน เรียกว่า "ชุนหยุน" กินเวลา 15 วันก่อนเทศกาล และ 15 วันหลังเทศกาล เมื่อรวมกับวันเฉลิมฉลองแล้วจะกินเวลาถึง 40 วัน ช่วงนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นช่วง 40 วันอันตราย ที่ไวรัสอาจแพร่กระจายได้มากที่สุด

เฉพาะการเดินทางโดยรถไฟ ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดและสะดวกที่สุด ปีที่แล้วมีคนจีนเดินทางในประเทศช่วงตรุษจีนโดยรถไฟ 406 ล้านคน ในปีนี้คาดว่าจะมีถึง 440 ล้านคน

ที่น่ากังวลคือ มีนักวิทยาศาสตร์เตือนว่าตัวเลขที่แท้จริงของการระบาดของไวรัสคล้ายซาร์สในประเทศจีนอาจสูงกว่ารายงานอย่างเป็นทางการ

เจ้าหน้าที่ในประเทศจีนกล่าวว่ามีผู้เสียชีวิต 2 รายและมีผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 45 รายโดยมีการระบาดที่ศูนย์กลางตลาดอาหารทะเลในใจกลางเมืองอู่ฮั่นซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากร 11 ล้านคน เป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญ

แพทย์คนหนึ่งจากองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ไม่น่าแปลกใจหากมี "การติดต่อจากคนสู่คนในวงจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ครอบครัวที่มีการติดต่อใกล้ชิดกัน ส่วนทางการจีนก็ยังไม่ตัดความเป็นไปได้เรื่องนี้เช่นกัน

แต่บทความที่ตีพิมพ์เมื่อวันศุกร์โดยนักวิทยาศาสตร์ที่มีศูนย์วิเคราะห์โรคติดเชื้อทั่วโลก MRC ที่ Imperial College ในลอนดอนกล่าวว่าจำนวนผู้ป่วยในอู่ฮั่นน่าจะอยู่ราวๆ 1,700 คน

นักวิจัยกล่าวว่า จากการประเมินของพวกเขาขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ว่ามีรายงานกรณีติดเชื้อในต่างประเทศ โดยพบ 2 ราย ในประเทศไทยและอีกหนึ่งในญี่ปุ่น

นักวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์ MRC ซึ่งให้คำแนะนำแก่องค์กรต่างๆ รวมถึงองค์การอนามัยโลก กล่าวว่าพวกเขาประมาณว่าน่าจะมีคนติดเชื้อ "1,723 คน" ในอู่ฮั่นจากการประเมินล่าสุดจนถึงวันที่ 12 มกราคม

ศาสตราจารย์นีล เฟอร์กูสันหนึ่งในผู้เขียนรายงานบอกสำนักข่าว BBC ว่า “การที่อู่ฮั่นที่ส่งออกผู้ป่วย 3 กรณีไปยังประเทศอื่นๆ หมายความว่าจะต้องมีอีกหลายกรณีมากกว่าที่ได้รับรายงาน”

"ผมรู้สึกกังวลมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว" เขากล่าวแต่ก็กล่าวเช่นกันว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตื่นตกใจ

ศาสตราจารย์นีล เฟอร์กูสัน แนะว่าผู้คนควรพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของการแพร่เชื้อจากมนุษย์สู่มนุษย์อย่างมีนัยสำคัญให้มากขึ้น และไม่น่าเป็นไปได้ที่การสัมผัสกับสัตว์จะเป็นแหล่งของการติดเชื้อเพียงอย่างเดียว

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในอู่ฮั่นกล่าวว่าชายวัย 69 ปีเสียชีวิตเมื่อวันพุธจากไสรัสดังกล่าว ซึ่งหลังจากมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว การสนทนาออนไลน์ในประเทศจีน เริ่มพูดถึงกันเรื่องความรุนแรงของการระบาดที่อู่ฮั่น และรัฐบาลอาจซ่อนข้อมูลที่แท้จริงไม่ให้จากประชาชนได้รับรู้

หลายคนบ่นเรื่องการเซ็นเซอร์โพสต์ออนไลน์ ขณะที่คนอื่นเปรียบเทียบกับปี 2003 ตอนที่รัฐบาลจีนถูกองค์การอนามัยโลกตำหนิเรื่องแจ้งจำนวนผู้ป่วยโรคซาร์สต่ำกว่าจำนวนที่เกิดขึ้นจริง

ผู้ใช้เครือข่าย Weibo รายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเรื่องแปลกที่มีรายงานพบผู้ป่วยไวรัสอู่ฮั่นในต่างประเทศคือญี่ปุ่นและไทย แต่ในประเทศจีนกลับไม่มีการติดเชื้อใดๆ นอกอู่ฮั่น พร้อมชี้ว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์

บทความแนะนำ