"มูชาร์ราฟ" รอดแขวนคอ ศาลปากีฯพลิกคำตัดสินประหารเป็นโมฆะ

  • วันที่ 14 ม.ค. 2563 เวลา 12:11 น.

"มูชาร์ราฟ" รอดแขวนคอ ศาลปากีฯพลิกคำตัดสินประหารเป็นโมฆะ

ศาลปากีสถานพลิกคำตัดสิน โทษประหารชีวิตพลเอกเปอร์เวซ มูชาร์ราฟ เป็นโมฆะ ระบุไม่โทษประหารไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลสูงเมืองลาร์ฮอร์ Lahore High Court (LHC) ของปากีสถานได้มีคำสั่งเมื่อวานนี้ (13 ม.ค.)โดยระบุว่า ตามคำตัดสินของศาลพิเศษที่สั่งลงโทษประหารชีวิตด้วยวิธีแขวนคอ พลเอก เปอร์เวซ มูชาร์ราฟ อดีตประธานาธิบดีปากีสถาน เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ปี 2019 ด้วยความผิดฐานเป็นกบฎนั้น ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมให้ยกเลิกคำตัดสินประหารชีวิตดังกล่าว

รายงานระบุว่า ศาลสูงเมืองลาฮอร์ ทางตะวันออกของปากีสถานได้มีคำตัดสินว่า จากคำตัดสินของศาลพิเศษซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาจาก 3 ศาลคือ หัวหน้าผู้พิพากษาศาลสูงเปชวาร์ ผู้พิพากษาศาลสูงแคว้นสินธ์ และผู้พิพากษาศาลสูงลาฮอร์ ที่ตัดสินให้สั่งประหารชีวิตพลเอกเปอร์เวซ มูชาร์ราฟ เมื่อเดือนธันวาคมนั้น เนื่องจากกระบวนทางการกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่กระบวนการฟ้องร้อง ไปจนถึงการตั้งทีมสอบสวนเพื่อดำเนินคดี และมีคำสั่งให้ยกเลิกคำตัดสินโทษประหารชีวิต จากการที่ผู้พิพากษาศาลพิเศษตัดสินโทษลงโทษมูชาร์ราฟด้วยข้อหาทรยศชาติไปก่อนหน้านี้ 

นอกจากการพลิกคำตัดสินประหารแล้ว ศาลเมืองลาฮอร์ ยังระบุว่า ไม่พบความผิดของพลเอกมูชาร์ราฟ ในโทษฐานทรยศชาติ ดังนั้นเขาจึงพ้นจากการตกเป็นผู้ต้องหาคดีดังกล่าว และไม่มีคดีความใดติดตัว

ก่อนหน้านี้ที่ศาลพิเศษปากีสถานสั่งตัดสินประหารชีวิตมูชาร์ราฟ นับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศที่มีการสั่งลงโทษอดีตประธานาธิบดีและอดีตผู้นำกองทัพด้วยโทษประหาร

กองทัพปากีสถานยังคงทรงอิทธิพลอย่างมากในประเทศ รวมถึงนายทหารระดับสูงหลายรายได้รับเอกสิทธิ์คุ้มกันไม่ถูกดำเนินคดี โดยการพลิกคำตัดสินนี้มาจากการที่ทหารของพลเอกมูชาร์ราฟ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินของคณะตุลาการสามคนเมื่อเดือนธันวาคม เพื่อพิจารณาทบทวนโทษประหารชีวิตดังกล่าว

ทั้งนี้พลเอกมูชาร์ราฟ ได้ใช้กำลังทหารล้มล้างรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี นาวาซ ชารีฟ เมื่อปี 1999 จนนำไปสู่การนองเลือดทางการเมืองครั้งใหญ่ โดยการพิจารณาคดีในข้อหากบฏเริ่มต้นเมื่อปี 2013 ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายคดีของพล.อ.มูชาร์ราฟ จากการที่เขาใช้อำนาจระงับการใช้รัฐธรรมนูญและประกาศใช้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินในปี 2007 ส่งผลให้ประชาชนทั่วประเทศรวมตัวประท้วง กระทั่งเขาต้องลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2008 โดยขณะนี้นายมูชาร์ราฟกำลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ซึ่งศาลได้อนุญาตให้เขาเดินทางออกจากปากีสถานเพื่อไปรักษาตัวเมื่อหลายปีก่อนแล้ว

แฟ้มภาพ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ