เผยโฉมขีปนาวุธอิหร่านใช้ถล่มฐานสหรัฐในอิรัก

วันที่ 08 ม.ค. 2563 เวลา 12:11 น.
เผยโฉมขีปนาวุธอิหร่านใช้ถล่มฐานสหรัฐในอิรัก
รู้จักขีปนาวุธแบบ Fateh-313 และ Qiam 1 ที่อิหร่านใช้ถล่ม 2 ฐานทัพของสหรัฐในอิรัก

เมื่อช่วงเวลารุ่งสางของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่นของอิรัก หรือราว 8 นาฬิกาตามเวลาของไทย กองทัพอิหร่านได้เปิดฉากตอบโต้การสังหารนายพลโซเลมานี ด้วยการยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 15 ลูก ถล่มฐานทัพของสหรัฐสองแห่งในอิรัก

10 ลูกเป็นมิสไซล์แบบ Fateh-313 ได้พุ่งเป้าไปยังฐานทัพ Al-Asad airbase นอกกรุงแบกแดด จำนวนนี้ 6 ลูกจากทั้ง 10 โจมตีเข้าฐานดังกล่าว ขณะที่ขีปนาวุธแบบ Qiam 1 จำนวน 1 ลูกโจมตีเข้าสนามบินในเมือง Erbil ของเขตเคิร์ดขณะที่ Qiam 1 อีก 3 ลูกระเบิดกลางอากาศ และอีก 1 ลูกไปไม่ถึงเป้าหมาย 

มีรายงานว่าขีปนาวุธที่อิหร่านใช้โจมตีในครั้งนี้คือ ขีปนาวุธแบบ Fateh-313 และ Qiam 1

 

Fateh-313 missile

สำหรับขีปนาวุธแบบ Fateh-313 จัดเป็นขึปนาวุธพิสัยใกล้ภาคพื้นสู่ภาคพื้น แบบจรวดเชื้อเพลิงแข็ง อิหร่านเปิดตัวขีปนาวุธนี้ครั้งนี้เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2015 เป็นขีปนาวุธรุ่นใหม่ในตระกูล Fateh ลักษณะโดยทั่วไปของFateh-313 จะคล้ายกับขีปนาวุธ Fateh-110 ในรุ่นก่อนหน้า

บางรายงานบอกว่าจรวดที่อิหร่านใช้โจมตีนั้นอาจเป็นรุ่น Fateh-110 ซึ่งมีพิสัยการยิง 300 กิโลเมตร 

อย่างไรก็ดีสำหรับ จรวด Fateh-313 มีพิสัยการยิงได้ถึง 500 กิโลเมตร ด้วยระบบนำทางแบบ GPS และ Inertial Guidance จัดว่าเป็นมิสไซล์ที่มีขีดความสามารถในการยิงที่ครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วทั้งอ่าวอาหรับไปจนถึงบริเวณใกล้เคียง

Qiam 1

ส่วนขีปนาวุธแบบ Qiam 1 เป็นระยะสั้นจากภาคพื้นสู่ภาคพื้นแบบเชื้อเพลิงเหลวที่ออกแบบและสร้างโดยอิหร่าน โดยเป็นขีปนาวุธที่พัฒนาจากขีปนาวุธรุ่น Shahab-2 ร่วมดีไซน์ทางเทคนิคจากขีปนาวุธแบบ Hwasong-6 ของเกาหลีเหนือ มีพิสัยยิง 700-800 กิโลเมตร ประจำการในกองทัพอิหร่านตั้งแต่ปี 2017

จุดเด่นของขีปนาวุธชนิดนี้คือมีความแม่นยำสูง สามารถบรรจุหัวรบได้นำหนักถึง 640 กิโลกรัม

ในการโจมตีของอิหร่านพบว่าขีปนาวุธส่วนใหญ่นับสิบลูก มุ่งเป้าไปยังฐาน Al Asad Airbase ซึ่งเป็นฐานทัพขนาดใหญนอกกรุงแบกแดด โดยฐานทัพแห่งนี้เป็นฐานปฏิบัติการร่วมระหว่างกองทัพอากาศของอิรัก และกองทัพสหรัฐ ประมาณว่ามีทหารสหรัฐประจำการในอิรักมากถึง 5,000 นาย

ทั้งนี้ ฐาน Al Asad Airbase นอกจากจะเป็นฐานปฏิบัติการของทัพสหรัฐแล้ว ยังมีกองทหารบางส่วนของกองทัพออสเตรเลีย นอร์เวย์ และแคนาดา ประจำการอยู่ด้วย ซึ่งยังมีไม่รายงานว่าพบทหารในฐานดังกล่าวเสียชีวิตจากเหตุโจมตี