ประมวลภาพความอลังการพลุปีใหม่ทั่วโลกคืนส่งท้ายสู่ปี 2020

วันที่ 01 ม.ค. 2563 เวลา 12:35 น.
ประมวลภาพความอลังการพลุปีใหม่ทั่วโลกคืนส่งท้ายสู่ปี 2020
จากซิดนีย์ สู่ดูไบ และปารีส ชมความสวยงามของภาพดอกไม้ไฟต้อนรับศักราชใหม่ 2020

โพสต์ทูเดย์รวบรวมภาพบรรยากาศการจุดพลุเฉลิมฉลองเพื่อเข้าสู่ศักราชใหม่ในปี ค.ศ. 2020 หรือพุทธศักราช 2563 ให้ผู้อ่านได้ชม โดยครั้งนี้พบว่าบางเมืองที่เคยเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของการชมพลุเคาท์ดาวน์ของโลก โชว์ดอกไม้ไฟไม่อลังการเทียบเท่ากับหลายๆปีที่ผ่านมา

 

NZ Herald

โอ็คแลนด์

ที่เมืองโอ๊คแลนด์ของนิวซีแลนด์นับว่าเป็นเมืองใหญ่เมืองแรกๆของโลกที่เข้าสู่ศักราชใหม่ โดยที่หอคอยสกายทาวเวอร์อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองก็มีการจุดดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองเช่นทุกปี แม้ว่าปี 2019 ที่ผ่านมานิวซีแลนด์จะเจอเหตุการณ์รุนแรงสองครั้งคือ เหตุบุกกราดยิงมัสยิดไครสต์เชิร์ช วันที่ 15 มีนาคม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 51 ราย กับเหตุภูเขาไฟเกาะไวท์ระเบิดในเดือนธันวาคม ส่งผลให้มีคนเสียชีวิต 19 ราย

 

 

ซิดนีย์

ที่นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ แม้จะเกิดเหตุไฟป่าอย่างรุนแรง จนเกิดปัญหาฝุ่นควันปกคลุมหลายพื้นที่ของเมือง จนทางการต้องสั่งห้ามประชาชนจุดพลุเฉลิมฉลองปีใหม่ แต่ที่สะพานฮาร์เบอร์ ของอ่าวซิดนีย์ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของการชมดอกไม้ไฟปีใหม่ของโลก ก็ยังคงมีการจุดพลุเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่เช่นที่ผ่านมาทุกปี

 

 

ฮ่องกง

ตลอดปี 2019 ที่ผ่านมา เขตบริหารพิเศษฮ่องกงเผชิญการประท้วงทางการเมืองอันยืดเยื้อ จึงส่งผลให้ในคืนส่งท้ายปีใหม่ บรรยากาศการจุดพลุเฉลิมฉลองเงียบเหงากว่าทุกปี โดยมีการโชว์จุดพลุเฉลิมฉลองที่ยอดตึกบริเวณอ่าววิคตอเรียเพียงบางส่วนไม่อลังการเหมือนกับปีก่อนๆ โดยเน้นการโชว์เลเซอร์แสงสีแทนการจุดพลุ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจอย่างเข้มงวด

 

 

ดูไบ

ไฮไลท์การจุดพลุเฉลิมฉลองปีใหม่ในนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (ยูเออี) อยู่ที่การจุดพลุของตึกสูงที่สุดในโลก "เบิร์จ คาลิฟา" โดยปีนี้ยูเออีสร้างสถิติโลกในการจุดพลุส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ถึง 2 รายการซ้อน คือ การจุดพลุจากโดรนกลางอากาศ จำนวนมากถึง 173 ลำ และการแสดงน้ำตกพลุไฟ ที่มีการจุดพลุอย่างต่อเนื่องยาวที่สุดในโลก

 

มอสโก

กรุงมอสโกของรัสเซีย ก็มีการจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่ที่บริเวณจตุรัสแดง ท่ามกลางอุณหภูมิในเดือนธันวาคมที่อบอุ่นมากกว่าทุกปี โดยในปีนี้ชาวมอสโกเฉลิมฉลองปีใหม่ด้วยอุณภูมิไม่ถึงติดลบ และยังคงไม่มีหิมะตก

 

เบอร์ลิน

ผู้คนนับหมื่นคนรวมตัวกันที่หน้าประตูบราเดนบูร์กในกรุงเบอร์ลิน เพื่อชมความงามของการจุดพลุเฉลิมฉลองปีใหม่ แตกต่างกับเมืองอื่นๆอย่างนครมิวนิกและฮัมบูร์กที่ทางการสั่งห้ามจุดพลุดอกไม้ไฟจากความกังวลเกี่ยวกับอันตรายจากสิ่งแวดล้อมและอันตรายจากดอกไม้ไฟ โดยผลจากสถาบันวิจัยฟอร์ซาพบว่า 59% ของชาวเยอรมันจะสนับสนุนการห้ามการจุดพลุดอกไม้ไฟในใจกลางเมืองขณะที่ 37% คัดค้าน

 

 

ปารีส

กรุงปารีสของฝรั่งเศสถือเป็นแลนมาร์กไฮไลท์การชมความงามของดอกไม้ไฟ โดยทั้งชาวปารีสและนักท่องเที่ยวต่างรวมตัวกันเพื่อชมความงามของการจุดดอกไม้ไฟและดวงไฟที่ประดับประดาตามถนนชองเอลิเซ่ โดยจุดยอดนิยมนอกเหนือจากบริเวณหอไอเฟลแล้ว คือบริเวณถนนชองเอลิเซ่ที่จะมองเห็นการโชว์แสงสีบริเวณประตูชัย Arc de Triomphe

 

 

 

ลอนดอน

กรุงลอนดอนของอังกฤษแม้หอนาฬิกาบิ๊กเบนจะยังคงปิดซ่อมแซมครั้งใหญ่ ระฆังบนหอนาฬิกาบิ๊กเบนได้ดังขึ้นเพื่อเป็นสัญญาณการเข้าสู่ศักราชใหม่ พลุดอกไม้ไฟนับพันๆลูกได้ถูจุดขึ้นตลอดแนวแม่น้ำเทมส์บริเวณอาคารรัฐสภาจนถึงลอนดอนอายอย่างตระการตา

Photo : AFP

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต