ยิ่งเล่นยิ่งถูกกิน แล้วทำไมคนจนยังลงทุนกับหวยแบบสุดตัว

วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 16:31 น.
ยิ่งเล่นยิ่งถูกกิน แล้วทำไมคนจนยังลงทุนกับหวยแบบสุดตัว
 

นี่เป็นคำถามโลกแตก เพราะเราเชื่อว่าหลายคนซื้อหวยด้วยความหวังว่าจะถูกรางวัลเข้าสักวัน แต่จนแล้วจนรอดไม่ถูกสักที บางคนอาจจะมีโชคบ้างแต่เมื่อคิดสะระตะแล้ว เงินที่ซื้อหวยไปยังไม่เท่ากับรางวัลที่ได้มา

แล้วทำไมเราจึงยังฝากความหวังกับหวยอยู่อีก?

เรื่องนี้มีการวิจัยโดยคณาจารย์คณะทฤษฎีและพฤติกรรมองค์กร แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกี เมลลอน ประเทศสหรัฐ ซึ่งศึกษาพฤติกรรมการเซื้อลอตเตอรี่ของคนจนในสหรัฐ ซึ่งมีพฤติกรรมเหมือนกับคนจนทั่วโลก (รวมถึงประเทศไทย) ที่มักจะเจียดเงินจำนวนไม่น้อยเพื่อเสี่ยงดวงกับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ผลตอบแทนไม่คุ้มค่าเอาเลย

ในรายงานการวิจัยระบุว่า การเล่นหวยในสหรัฐมีผลตอบแทนเพียง 0.53 เซนต์ต่อเงินทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ซื้อหวยไปแต่คนก็ยังทุ่มให้กับมันโดยเฉพาะคนจน ลอตเตอรี่ของรัฐก็เป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในหมู่คนยากจนที่เล่นมากที่สุด แต่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อหวยน้อยที่สุด

ทีมงานวิจัยจึงได้ทำการทดลองแล้วพบว่า คนๆ หนึ่งจะซื้อลอตเตอรี่มากขึ้นเมื่อตระหนักว่ารายได้ของตนลดลง ส่วนอีกพวกหนึ่งจะซื้อลอตเตอรี่เมื่อคิดว่าตัวเองมีโอกาสจะถูก ไม่ว่าจะรวยหรือจะจนก็ตามมีโอกาสถูกเท่าๆ กัน

การซื้อหวยยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองของคนจนๆ เพราะทำให้พวกเขาคิดว่าตัวเองก็มีโอกาสที่จะรวย และเมื่อคนรวยและคนจนมีโอกาสเท่าเทียมกันในเกมนี้ นี่จึงเป็นโอกาสที่หาได้ยากสำหรับคนจนที่จะเกิดความรู้สึกว่าตัวเองมีศักยภาพเท่ากับคนที่มีเงินมากว่าตน นั่นคือคือศักยภาพในการซื้อ เดิมพัน และถูกรางวัล (หรือถูกกิน) เท่ากันไม่ว่าจะมาจากพื้นเพไหน

ผู้ทำการวิจัยชี้ว่า ไม่ควรจะคิดว่าคนจนเล่นหวยจนเกินตัวเพราะความไม่รู้หรือมีความบกพร่องในการประเมินผลได้ผลเสีย แต่คนจนเล่นหวยจนเกินฐานะของตัวเองก็เพราะมีเหตุผลด้านเศรษฐกิจ นั่นก็คือลอตเตอรี่ให้โอกาสกับพวกเขาในการช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากความยากจน (ถูกรางวัลแบบเบี้ยหัวแตก) และเป็นหนึ่งในโอกาสที่น้อยนิดสำหรับพวกเขาในการรวยแบบทันตาเห็น (ถูกรางวัลระดับแจ็คพ็อต)

บทสรุปอันแสนจะยอกย้อนของงานวิจัยนี้ก็คือ คนจนเล่นหวยก็เพราะพวกเขาตระหนักว่าตัวเองจน ยิ่งรู้สึกว่าจนก็ยิ่งจะเล่นหวย ด้วยโอกาสถูกที่น้อยนด ทุกครั้งที่พวกเขาซื้อหวยไป ก็เท่ากับผลาญ 0.47 เหรียญสหรัฐในทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ซื้อหวยไปแล้ว

พูดง่ายๆ ก็คือ นี่คือการลงทุนที่ขาดทุนทันที 47%

ยิ่งร้ายไปกว่านั้น เมื่อคนจนซื้อหวยไปม่ถูก ทำให้พวกเขายิ่งจนลง ยิ่งบีบบังคับให้พวกเขาซื้อหวยหนักขึ้นไปอีก กลายเป็นวงจรอุบาทว์แห่งการถูกหวยกินและการเป็นคนจนลงไปเรื่อยๆ

ในประเทศสหรัฐ 50% ของครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 25,000 เหรียญสหรัฐต่อปี (ซึ่งถือเป็นคนมีรายได้ต่ำ) จะซื้อหวย และในกลุ่มนี้จะใช้เงินถึงกว่า 550 เหรียญสหรัฐต่อปีไปกับการซื้อหวย (ตัวเลขจากรายงานปี 1999)

แม้ว่ามันจะดูไม่สมเหตุสมผลที่คนจะทุ่มเทให้กับสิ่งที่เลื่อนลอย แต่ผู้วิจัยไม่คิดว่ามันคือการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผล (irrational) เพราะการซื้อหวยเป็นการซื้อความฝันอย่างหนึ่ง และจะว่าไปแล้วจับต้องไม่ได้เหมือนกับที่เราจ่ายเงินไปกับการเสพความบันเทิงรูปแบบต่างๆ

อย่างไรก็ตาม มันเป็นการซื้อความฝันที่ไม่สมเหตุสมผลทางเศรษฐศาสตร์สักเท่าไร เมื่อทันที่เราซื้อหวย เราจะขาดทุนทันทีในสัดส่วนที่มาก (ในสหรัฐคือครึ่งหนึ่ง) ขณะที่หากเราไปลงทุนอย่างอื่น เช่น พันธบัตรที่มีดอกเบี้ยชัดเจน แม้จะได้ผลตอบแทนเพียง 0.1% ก็ยังถือว่าดีกว่าขาดทุน 47% ในทันที่ซื้อการลงทุนอย่างแน่นอน

นักเศรษฐศาสตร์บางคนกล่าวว่า การซื้อหวยเป็นการเก็บภาษีแบบหนึ่ง แต่ผู้วิจัยเสนอว่ารัฐไม่ควรจะรีดภาษีจากคนจนด้วยวิธีนี้ เพราคนเล่นหวยมักเป็นคนจน แม้ยิ่งเล่นยิ่งจน แต่ยิ่งเล่นยิ่งหลง มันคืออาการเสพติดอย่างหนึ่งที่เลิกได้ยาก โดยที่ผู้ชนะเพียงผู้เดียวคือรัฐ อันเป็นเจ้ามือรายใหญ่ที่สุด

ผู้วิจัยเสนอว่า ไม่ควรที่จะเลิกหวยรัฐ เพราะจะยิ่งทำให้มันลงใต้ดิน แต่ "เจ้ามือ" ควรจะปรับให้อัตราผลตอบแทนยุติธรรมกว่านี้ โดยลดต้นทุนการดำเนินการ ลดรางวัลใหญ่ เพื่อที่จะเกลี่ยมาเพิ่มรางวัลย่อยๆ ให้มากขึ้น เพื่อที่โอกาสที่คนเบี้ยน้อยหอยน้อยจะมีโอกาสถูกมากขึ้น

สูตรนี้เสนอโดยนักวิจัยชาวอเมริกัน แต่แน่นอนว่ามันนำมาใช้ในไทยได้เหมือนกัน

อ้างอิง

Haisley, Emily et al. "Subjective Relative Income and Lottery Ticket Purchases". Journal of Behavioral Decision Making J. Behav. Dec. Making, 21: 283–295, (2008).

ภาพโดย

Krit Promsaka na Sakolnakorn / Post Today