มีอะไรในแผนปฏิรูประบบบำนาญของ "มาครง" ถึงทำให้คนฝรั่งเศสออกมาประท้วงเกือบล้าน

  • วันที่ 06 ธ.ค. 2562 เวลา 13:47 น.

มีอะไรในแผนปฏิรูประบบบำนาญของ "มาครง" ถึงทำให้คนฝรั่งเศสออกมาประท้วงเกือบล้าน

ปารีสแทบอัมพาต เซ่นแรงงานนับล้านประท้วงใหญ่วันแรก ต้านแผนปฏิรูประบบบำนาญ ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาบานปลายเป็นความรุนแรง ระบบขนส่งทั่วประเทศชะงัก

เมื่อวานนี้ (5 ธ.ค.) สหภาพแรงงานหลายกลุ่มในฝรั่งเศสได้นัดรวมตัวเดินขบวนประท้วงในหลายเมืองทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงปารีส เพื่อต่อต้านแผนการปฏิรูประบบบำนาญของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง

การเดินขบวนครั้งนี้ส่งผลให้มีรายงานเหตุปะทะรุนแรงระหว่างตำรวจปราบจลาจล กับผู้ประท้วง มีการยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ขณะมีรายงานว่าผู้ชุมนุมได้จุดไฟเผาทรัพย์สินสาธารณะต่างๆจนได้รับความเสียหาย

ในการประท้วงวันแรก พบว่าโรงเรียนหลายแห่งในกรุงปารีสหยุดทำการเรียนการสอน เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอาทิ หอไอเฟล และบางพิพิธภัณฑ์ได้ปิดให้บริการ เช่นเดียวกับระบบขนส่งมวลชนทั่วประเทศอย่างบริษัท SNCF ผู้ให้บริการรถไฟความเร็วสูง TGV ได้ประท้วงหยุดให้บริการเช่นกัน กระทบตารางเดินรถกว่า 90% ทั่วประเทศ มีเพียงบริการรถไฟภูมิภาคราว 30% เท่านั้นที่ยังให้บริการอยู่

บริการรถไฟฟ้ากรุงปารีส (Paris metro) ราว 10 สายหยุดวิ่ง มีเพียงบางสายเท่านั้นที่ยังให้บริการอยู่ ส่วนเที่ยวบินระยะสั้นภายในประเทศหลายร้อยเที่ยวบินก็งดให้บริการเช่นเดียวกัน

แกนนำสหภาพแรงงานอ้างว่ามีผู้ประท้วงนัดรวมตัวในกรุงปารีสนับล้านคน แต่บางรายงานระบุว่ามีอยู่ราว 8 แสนคน ขณะที่การประท้วงดังกล่าวได้ขยายวงไปยังเมืองใหญ่ทั่วประเทศทั้ง บอร์กโดซ์ นองต์ และลียง

ขณะเดียวกันคาดว่าผู้ประท้วงยังคงนัดรวมตัวประเทศต่อไปในวันนี้ ( 6 ธ.ค.) ที่บริเวณ Place de la Nation โดยทางด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ประกาศเตือนผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ในวันนี้ (6 ธ.ค.) การขนส่งมวลชนในกรุงปารีส (RATP) รถไฟระหว่างเมืองในฝรั่งเศส (SNCF) และเที่ยวบินของสายการบิน Air France จะเปิดให้บริการอย่างจำกัด และคาดว่ากลุ่มสหภาพแรงงานจะยังคงประท้วงหยุดงานต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 9 ธันวาคม

แผนบำนาญที่มาครงห้ามแตะ?

ฝรั่งเศสได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบบำนาญแห่งชาติที่ครอบคลุมในหลายอาชีพถึง 42 รูปแบบตามแต่ละสาขาอาชีพ ทั้งแต่ระบบบำนาญของแรงงานในภาครัฐ ไปจนถึงระบบบำนาญเอกชน มีรูปแบบแตกต่างกันออกไปทั้งในแง่เกณฑ์อายุการเกษียณ ไปจนถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับ

ที่ผ่านมา รัฐบาลมาครงยังไม่ได้เสนอแนวทางหรือรูปแบบอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะปฏิรูประบบบำนาญแห่งชาติอย่างไร แต่รัฐบาลเพียงแต่กล่าวว่าต้องการจัดทำระบบขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทนระบบบำนาญในปัจจุบัน ส่งผลให้หลายฝ่ายกังวลว่ารัฐบาลอาจใช้วิธีเพิ่มเพดานอายุเกษียณ หรืออาจลดผลประโยชน์ในระบบบำนาญ

สำหรับระบบบำนาญของฝรั่งเศสนั้น หากเป็นแรงงานในภาคเอกชนจะมีการคำนวนผลประโยชน์ที่จะได้รับหลังเกษียณที่ค่อนข้างซับซ้อน โดยยึดจากค่าจ้างสูงสุดที่ได้รับในรอบ 25 ปี ส่วนแรงงานในภาครัฐ ผลประโยชน์จะขึ้นอยู่กับรายได้ในช่วง 6 เดือนก่อนเกษียณ

 

ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเอดัวร์ ฟีลิป กล่าวว่า ภายใต้ระบบบำนาญรูปแบบเก่าจะยิ่งทำให้รัฐบาลขาดดุลงบประมาณสูงขึ้น โดยอาจสูงถึง 17,000 ล้านยูโร ในปี 2025 ซึ่งภายใต้ระบบบำนาญปัจจุบันส่งผลให้งบขาดดุลต่อจีดีพีของฝรั่งเศสสูงถึง 14% ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในประเทศขาดดุลต่อจีดีพีสูงที่สุดในโลกอยู่แล้ว

ไม่เพียงแค่นั้น มาครงยังตระหนักว่าในอนาคตฝรั่งเศสจะไม่ต่างจากในหลายๆประเทศที่เข้าสู่สังคมสูงวัย เขาจึงมองว่าระบบบำนาญรูปแบบใหม่ (universal pension) จะเป็นธรรมมากกว่าระบบในปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ฝรั่งเศสได้ขยายเพดานวัยเกษียณจากอายุ 60 ปี เป็น 62 ปี แต่ก็ยังคงอยู่ในมาตรฐานของกลุ่มประเทศ OECD ซึ่งในสหราชอาณาจักรนั้นอายุเกษียณอยู่ที่ 66 ปี

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ