การประท้วงที่ฮ่องกงกลายเป็นการต่อต้านจีนเต็มรูปแบบ

วันที่ 06 ต.ค. 2562 เวลา 11:15 น.
การประท้วงที่ฮ่องกงกลายเป็นการต่อต้านจีนเต็มรูปแบบ
 

จุดเริ่มต้นของการประท้วงที่ฮ่องกงคือการต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่เมื่อแคร์รี่ หลั่ม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกงถอนกฎหมายตัวนี้ออกไปตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน การประท้วงก็ไม่ได้ยุติลงไปด้วย ทั้งยังกลายสภาพเป็นการจลาจลทำลายอาคารและสถานที่ราชการ สถานีขนส่งสาธารณะ และล่าสุดคือการมุ่งทำลายร้านค้าของคนจีนและชาวจีนแผ่นดินใหญ่

สำนักข่าว udn ในไต้หวันชี้ว่าการประท้วงได้กลายสภาพจากการต่อต้านกฎหมายส่งตัวให้จีน (ฝ่านซ่งจง) กลายเป็นการต่อต้านจีน (ฝ่านจง)

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า สำนักงานธนาคาร Bank of China (Hong Kong) ในย่านจิมซาจุ่ย ไม่เพียงแต่ถูกทำลายกระจกจนแตกยับเยินเท่านั้น แต่ผู้ประท้วงยังติดสติ๊กเกอร์คำว่า "ร้านของค้าของนาซีคอมมิวนิสต์จีน" การโจมตีครั้งนี้ทำให้ Bank of China ประกาศหยุดให้บริการตามสาขาต่างๆ ในฮ่องกงเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้า รวมถึงธนาคารอื่นๆ ที่มาจากจีนก็ต้องระงัีบการให้บริการลักษณะเดียวกันเพื่อความปลอดภัย

ด้านสำนักข่าวจีนในฮ่องกง หรือ CNA รายงานว่า ร้านของเสียวหมี่ (Xiaomi) แบรนด์สมาร์ทโฟนยอดนิยมของจีนก็ถูกทำลายโดยม็อบเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ข้าวของในร้านได้รับความเสียหายย่อยยับ

ส่วนร้านโยวผิ่น360 (Best Mart 360) ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับม็อบเสื้อขาวของแก๊งฮกเกี้ยนที่โจมตีผู้ประท้วง แม้ว่าร้านนี้จะชี้แจงแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งฮกเกี้ยน แต่ก็ยังถูกผู้ประท้วงโจมตีอย่างต่อเนื่อง

รอยเตอร์สรายงานว่า ผู้ประท้วงฉีดพ่นสีสเปรย์ข้อความต่อต้านพรรคคอมมิวนิสต์จีนไปทั่ว เช่น คำว่า"โค่นล้มพรรคคอมมิวนิสต์" ซึ่งในระยะหลังผู้ประท้วงใช้คำว่า "ไชนาซี" หรือ"นาซีคอมมิวนิสต์จีน" เพื่อโจมตีรัฐบาลจีน แต่มักจะขยายวงไปถึงธุรกิจของชาวจีนแหรือคนจีนแผ่นดินใหญ่ในฮ่องกงด้วย

ขณะเดียวกัน สื่อของทางการจีน เช่น CCTV ก็ประณามการโจมตีของ "ม็อบเสื้อดำ" (เฮยอี) เป็นเหมือนการโจมตีในคืน "คืนกระจกแตก" (Kristallnacht) ของพวกนาซีเมื่อวันที่ 9–10 พฤศจิกายน ค.ศ. 1938 จะเห็นได้ว่าแต่ละฝ่ายต่างใช้นาซีมาเป็นคำโจมตีกันและกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต