
คนรุ่นใหม่ ยอมเปย์หลักแสน-ล้าน ซื้อของแต่งบ้าน มองเป็นสินทรัพย์ลงทุน
คนรุ่นใหม่รสนิยมดี ยอมเปย์หลักแสน-ล้าน ซื้องานดีไซน์-ของแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ มองเป็นสินทรัพย์ ลงทุนระยะยาว
KEY
POINTS
- คุยกับ “วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์” ผู้ก่อตั้ง NORSE Republics ผู้นำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และงานดีไซน์ สไตล์สแกนดิเนเวีย
- เผยอินไซด์กำลังซื้อคนรุ่นใหม่วัย 35-45 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยสร้างตัว ทั้งผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ พร้อมลงทุนกับเฟอร์นิเจอร์และงานดีไซน์คุณภาพ
- ยอมเปย์หลักแสนถึงหลักล้านบาท ซื้อแต่งบ้าน มองเป็นสินทรัพย์ลงทุน สร้างมูลค่าได้ในระยะยาว
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว และซัพพลายสะสมสูง แต่ตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านยังคงเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสินค้าดีไซน์และแบรนด์พรีเมียมที่ยังได้รับความสนใจจากผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการอยู่อาศัย
“โพสต์ทูเดย์” ได้พูดคุยกับ วีกฤษฏิ์ พลาฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นอร์ส รีพับบลิค จำกัด หรือ NORSE Republics ซึ่งเป็นผู้นำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์และงานดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวีย มากว่า 10 ปี ถึงภาพรวมตลาดเฟอร์นิเจอร์และงานดีไซน์ตกแต่งบ้าน
เขาได้ฉายภาพให้ฟังว่า เห็นพฤติกรรมใหม่ของกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่ม "Young Self-Made" หรือผู้สร้างฐานะด้วยตัวเอง ที่ขับเคลื่อนตลาดด้วยความรู้และการมองการณ์ไกลด้านการลงทุน
วีกฤษฏิ์ เปิดเผยว่า จากการสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ในประเทศไทยคือ Generation Y ที่มีอายุระหว่าง 35-45 ปี ซึ่งมีสัดส่วนราว ๆ 60% ในภาคที่พักอาศัย (Residential) ซึ่งคนกลุ่มนี้มีลักษณะเฉพาะที่น่าสนใจคือ
“ลูกค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่สร้างฐานะด้วยตัวเอง เป็นเจ้าของกิจการ ที่เริ่มมีครอบครัว และมองหาการตกแต่งบ้านที่สะท้อนคาแรกเตอร์และความสำเร็จของตนเอง
และที่สำคัญคือใช้เงินที่หามาได้ด้วยตัวเองในการตัดสินใจซื้อ ต่างจากสมัยก่อนที่มักมาเป็นครอบครัวและให้พ่อแม่ช่วยเลือก แต่คนวัย 35 ปีในยุคนี้เป็นกลุ่ม Self-made ที่ใช้เงินที่สร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง จึงมีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสูงและเลือกทุกอย่างด้วยตัวเอง”
พฤติกรรมการซื้อ 80% ศึกษาข้อมูลมาอย่างดี
วีกฤษฏิ์ เล่าต่อว่า คนกลุ่มนี้ไม่ได้ซื้อตามแฟชั่นหรือคำบอกเล่า แต่ซื้อด้วย "ความรู้" เพราะจากที่พบคือ ลูกค้าประมาณ 80% ที่เดินเข้าโชว์รูมจะรู้ความต้องการชัดเจน ศึกษาข้อมูลผู้ออกแบบหรือดีไซเนอร์ และวัสดุมาแล้ว
บางรายศึกษาเปรียบเทียบราคากับตลาดต่างประเทศ และคำนวณค่าขนส่งมาเสร็จสรรพ ซึ่งพวกเขาจะมาพร้อมกับภาพในหัวและงบประมาณที่ตั้งไว้ มักจะไม่ขอให้ช่วยออกแบบใหม่ทั้งหมด แต่จะมาเพื่อเลือกชิ้นงานที่ใช่ด้วยตัวเอง
ยอมเปย์หลักแสนถึงล้าน เพื่อสิ่งที่มีคุณค่า
ถึงแม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่กำลังซื้อนั้นมหาศาลหากสินค้านั้นตอบโจทย์คุณค่าทางจิตใจ เขาเล่าต่อว่า เคยมีกรณีที่ลูกค้าวัยนี้ เปิดบิลครั้งละ 1 ล้านบาท เพื่อซื้อเก้าอี้วินเทจ หรือมีลูกค้าบางรายซื้อโคมไฟราคา 500,000 บาท จำนวน 5 ตัวเพื่อแต่งบ้านเพียงหลังเดียว
ซึ่งสะท้อนว่า ลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับ "Original Object" และความภูมิใจในการครอบครองของแท้ พวกเขาจึงมองข้ามสินค้าเลียนแบบราคาถูกในออนไลน์ เพราะต้องการคุณค่าทางอารมณ์และความยั่งยืน
มองการแต่งบ้านเป็นสินทรัพย์ระยะยาว
ซึ่งจากที่กล่าวมา สะท้อนว่าเป็นกลุ่มที่มีวิสัยทัศน์แบบนักลงทุน พวกเขาเข้าใจว่าเฟอร์นิเจอร์คลาสสิกคือการลงทุน (Investment)
ซีอีนอร์ส รีพับบลิค ระบุว่า งานดีไซน์ระดับคลาสสิกหรือชิ้นงานระดับตำนาน มาสเตอร์พีช จากสแกนดิเนเวีย มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา สามารถรีเซลได้ และส่งต่อเป็นมรดกถึงรุ่นลูกได้ไม่ต่างจากงานศิลปะหรือนาฬิกาหรู ยกตัวอย่างเช่น โคมไฟคลาสสิกของแบรนด์ Louis Poulsen รุ่น Piano Lamp ที่เคยผลิตยุค 1930 ปัจจุบันมีราคาประมูลสูงถึง 35,000 เหรียญสหรัฐฯ (ราวๆ กว่า 1.2 ล้านบาท) ซึ่งแพงกว่าของใหม่หลายเท่า
โดยมองว่าการซื้อของแท้เป็นการเก็บสะสมทรัพย์สินที่ราคาจะเพิ่มขึ้นทุกปี และหากในอนาคตต้องการเปลี่ยนสไตล์ ก็ยังสามารถขายต่อได้ในราคาที่ดีแบบนี้เป็นต้น
เฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่แค่ของแต่งบ้าน แต่เป็น"สินทรัพย์" ของคนรุ่นใหม่
อีกหนึ่งอินไซด์ที่น่าสนใจ วีกฤษฏิ์เล่าว่า นอร์ส รีพับบลิค ได้เปิดตัวบริการดีไซน์เซอร์วิสด้วย ซึ่งพบว่ามีกลุ่ม นักธุรกิจชาวเมียนมายุประมาณ 35 ปีเช่นกัน ที่เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ
คนกลุ่มนี้เริ่มมีครอบครัวและประสบความสำเร็จสูง นิยมจ้างทีม Design Service ของเราให้เข้าไปช่วยวางเลย์เอาต์และเลือกเฟอร์นิเจอร์เพื่อสร้างบ้านที่สะท้อนความสำเร็จของตนเองในไทย รวมถึงกลุ่มชาวญี่ปุ่น ไต้หวัน และรัสเซีย ที่เป็นลูกค้าหลักในย่านสุขุมวิท
เทรนด์แต่งบ้านยังโตต่อ
ทั้งนี้ เขาบอกว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 พฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้คนหันมาให้ความสำคัญกับการแต่งบ้านมากขึ้น ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของนอร์ส รีพับบลิค เปลี่ยนจากเดิมที่แบ่งครึ่งกับงานโครงการ มาเป็นรายย่อย (Residential) ถึง 70% และงานโครงการ (Commercial) 30%
อะไรที่ฮิตในเกาหลี ก็จะฮิตในไทยด้วย
โดยมองว่าตลาดยังโต โดยเฉพาะอิทธิพลจากเกาหลี เพราะเทรนด์การแต่งบ้านในไทยได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากเกาหลีใต้ ทั้งในแง่บันเทิงและสไตล์การตกแต่งบ้านแบบมินิมอลร่วมสมัย หากสิ่งใดฮิตในเกาหลี ก็มีแนวโน้มจะฮิตในไทยตามมา
นอร์ส รีพับบลิค หลงใหลงานสแกนดินิเวียดีไซน์
สำหรับ นอร์ส รีพับบลิค เริ่มต้นก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2015 วีกฤษฏิ์ เล่าว่า ซึ่งในขณะนั้นเป็นเขาเป็นนักเรียนด้านการออกแบบ (Design) ที่มีความชื่นชอบในงานดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียเป็นทุนเดิม
ด้วยความชอบของเขา ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ตัวชิ้นงานออกแบบเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงไลฟ์สไตล์และปรัชญาการใช้ชีวิต ของชาวสแกนดิเนเวียน เช่น วิธีการแต่งบ้านและการให้ความสำคัญกับ "ความเท่าเทียม" (Equality) ซึ่งเขามองว่างานดีไซน์ที่ดีควรถูกสร้างมาเพื่อให้ทุกคนในสังคมได้ใช้งานในพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่แค่เพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
“ในช่วงเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีก่อน ผมสังเกตเห็นว่าเฟอร์นิเจอร์และงานออกแบบในตลาดเมืองไทยยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่ผมมองเห็นศักยภาพและเชื่อว่าดีไซน์เหล่านี้มีโอกาสเติบโตในไทยได้”
แบรนด์แรกที่ นอร์ส รีพับบลิค นำเข้ามาทำตลาดคือ HAY ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีความร่วมสมัยและเข้าถึงง่าย โดยเปิดตัวครั้งแรกในรูปแบบ Pop-up Store (Christmas Market Pop up) ที่สยามเซ็นเตอร์ เมื่อเดือนธันวาคม 2015 เพื่อให้คนได้เลือกซื้อของตกแต่งบ้านในช่วงเทศกาล
เนื่องจากในช่วง 10 ปีที่แล้ว คำว่า “สแกนดินิเวียดีไซน์” ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางในไทย แบรนด์จึงต้องใช้กลยุทธ์ เน้นการสื่อสารข้อมูลอย่างหนัก มีการจัดงานนิทรรศการและกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจในคุณค่าและเรื่องราวของงานดีไซน์
แต่หลังจากประสบความสำเร็จกับแบรนด์ HAY ในปี 2017 แบรนด์ได้นำเข้าแบรนด์อื่น ๆ ตามมาเพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มพรีเมียมและลักชัวรีมากขึ้น จนปัจจุบัน มีแบรนด์ดีไซน์ระดับโลกในเครือของนอร์สรวมกว่า 15 แบรนด์ส่วนใหญ่มาจากเดนมาร์กและสเปน
ปี' 69 คว้า Louis Poulsen เสริมพอร์ต
การขยับตัวล่าสุด นอร์ส รีพับบลิค เดินหน้าขยายพอร์ตสินค้า ด้วยการคว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Louis Poulsen (หลุยส์ โพลเซน) แบรนด์โคมไฟระดับตำนานจากเดนมาร์กในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวนิทรรศการ "PH Centenary Traveling Exhibition" เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของ System PH
หนึ่งในผลงานออกแบบที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นไอคอนแห่งวงการแสงสว่างของโลก โดยตั้งเป้าผลักดันยอดขายรวมของบริษัทเติบโตมากกว่า 15%
การดึง Louis Poulsen เข้ามาเสริมพอร์ตครั้งนี้ เขาบอกว่า ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มแบรนด์ แต่เป็นการต่อยอดแนวคิดของ นอร์ส รีพับบลิค ที่ต้องการยกระดับการใช้ชีวิตผ่านงานออกแบบ
วีกฤษฏิ์ มองว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือโคมไฟเพียงเพื่อการใช้งาน แต่เลือกลงทุนกับงานดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนและสามารถอยู่กับบ้านได้ในระยะยาว จึงมุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีรสนิยมชัดเจน ให้ความสำคัญกับคุณภาพและคุณค่าของงานออกแบบเหนือกระแสแฟชั่น ส่งผลให้เกิดฐานลูกค้าแบบ Loyalty ที่แข็งแรงและเติบโตต่อเนื่อง
ล่าสุดเปิดโชว์รูมแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร ย่านทองหล่อ สุขุมวิท 49 เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้สามารถสัมผัสเฟอร์นิเจอร์และงานออกแบบของจริง ซึ่งลงทุนราว 12 ล้านบาท ภายใต้แนวคิดที่ให้โชว์รูมเป็นมากกว่าพื้นที่ขายสินค้า แต่เป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจด้านการอยู่อาศัย
ด้านกลยุทธ์การตลาดจะเดินหน้า Active Marketing มากขึ้น โดยเปลี่ยนนิทรรศการให้เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้เรียนรู้เรื่องงานดีไซน์อย่างใกล้ชิด พร้อมขยายกิจกรรมนอกโชว์รูมและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสร้างบทสนทนาเกี่ยวกับการออกแบบและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่สนใจการแต่งบ้าน
ปัจจุบัน NORSE Republics วางบทบาทของตัวเองมากกว่าการเป็นผู้จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน แต่ต้องการเป็นผู้ถ่ายทอดวัฒนธรรมการอยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต งานศิลปะ และงานออกแบบเหนือกาลเวลา ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทเชื่อว่าจะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดลักชัวรีไลฟ์สไตล์ของไทย







