ตลาดรถยนต์อินเดียวิกฤต แรงงานนับล้านเสี่ยงตกงาน

  • วันที่ 14 ส.ค. 2562 เวลา 12:11 น.

ตลาดรถยนต์อินเดียวิกฤต แรงงานนับล้านเสี่ยงตกงาน

สองปีก่อนหน้านี้ตลาดรถในอินเดียบูมกระฉูด แต่ปัจจุบันยอดขายตกต่ำสุดในรอบ 19 ปี

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ ตลาดรถยนต์ในอินเดียนับว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างพุ่งกระฉูด ถึงขนาดที่บางฝ่ายคาดว่าอินเดียจะก้าวขึ้นมาเป็นรายรถยนต์รายใหญ่ 1 ใน 3 ของโลก เทียบเคียงกับญี่ปุ่นและเยอรมนีภายในปี 2020 เป็นรองเพียงสหรัฐและจีนเท่านั้น

นักลงทุนรายใหญ่ทั่งในอินเดียและต่างชาติอาทิฮุนได เกีย ไม่เว้นแม้แต่บริษัทรถยนต์สัญชาติจีนต่างทุ่มเงินนับพันๆล้านดอลลาร์ในตลาดรถของอินเดีย

แต่ปัจจุบัน ทุกอย่างตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ยอดขายรถยนต์นั่งโดยสารส่วนบุคคลในเดือนกรกฎาคมตกต่ำถึง 31% ตามตัวเลขจากการเปิดเผยของสมาคมผู้ผลิตยานยนต์อินเดีย (SIAM) ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 9 ติดต่อกันแล้วที่ยอดขายรถยนต์ในอินเดียดิ่งลงถึงขีดสุด และนับว่าเป็นการตกต่ำมากที่สุดในรอบกว่า 18 ปี

 

 

"นี่เป็นความตกต่ำที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม" Vishnu Mathur ประธานของSIAM กล่าว

5 ปีก่อนหน้านี้ตลาดรถยนต์อินเดียพุ่งขึ้นอย่างกระฉูด โดยยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพิ่มถึง 33% คาดว่าสาเหตุที่ทำให้ตลาดรถของอินเดียตกต่ำอย่างต่อเนื่องมาจาก กฎระเบียบใหม่ด้านความปลอดภัย และเข้มงวดด้านการปล่อยมลพิษได้ผลักดันให้ราคารถยนต์สูงขึ้น กระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า ปัญหาการให้บริการสินเชื่อ รวมถึงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้างทำให้ผู้บริโภคอินเดียไม่กล้าใช้จ่าย

Maruti Suzuki บริษัทร่วมทุนระหว่างซูซูกิของญี่ปุ่น และบริษัทของอินเดีย เผยว่ายอดขายรถในเดือนก.ค.หล่นลงถึง 36.7% เช่นเดียวกับทาทามอเตอร์ก็หล่นลงถึง 31%

ด้าน times of india รายงานเช่นกันว่า ไม่เพียงแค่ยอดขายรถยนต์เท่านั้น แต่ยอดของรถสกู๊ตเตอร์ และรถจักรยานยนต์ก็ลดลง 16.8% เช่นกันด้วยยอดจำหน่ายเพียง 1.5 ล้านคันเท่านั้น หากเทียบกับเมื่อเดือนเดียวกันของปีที่แล้วอยู่ที่ 1.8 ล้านคัน

 

ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมอินเดียยังระบุอีกว่า ยอดขายที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา คนงานในโรงงานเกือบ 15,000 คนต้องตกงาน เช่นเดียวกับแรงงานในห่วงโซ่การผลิตอื่นๆทั้งตัวแทนจำหน่ายรวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนกว่า 330,000 คนก็เผชิญการตกงานเช่นกัน

สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของอินเดีย ได้ออกแถลงการเตือนเมื่อเดือนที่ผ่านมาเช่นกันว่า สถานการณ์วิกฤตเช่นนี้อาจทำแรงงานในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกว่าล้านคนเผชิญการถูกเลย์ออฟ

เรื่องนี้นับว่าเป็นความท้าทายอย่างมากสำหรับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งสมัยที่สองอยย่างถล่มทลาย ต้องเผชิญกับสภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดถอยที่สุดในรอบ 5 ปี รวมถึงอัตราการว่างงานที่สูงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Yengo Premium

ข่าวอื่นๆ