จับคนมาทำเชื้อโรค! พบหลักฐานญี่ปุ่นใช้อาวุธเคมีฆ่าจีน

  • วันที่ 09 ก.ค. 2562 เวลา 16:18 น.
  • Exclusive

จับคนมาทำเชื้อโรค! พบหลักฐานญี่ปุ่นใช้อาวุธเคมีฆ่าจีน

 

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้ยึดครองภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน และตั้งหน่วยวิจัยอาวุธเคมีและชีวภาพขึ้นที่เขตผิงฟาง เมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียง ชื่อว่า Unit 731

Unit 731 จับชาวจีน (และเชลยศึกสัมพันธมิตร) มาทำการทดลองอาวุธเคมีและชีวภาพ มีคนจีนถูกจับมาเป็นหนูทดลองถึง 10,363 คน ตายไประหว่างถูกทดสอบในห้องแล็บถึง 3,000 คน แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายหมื่นคนเสียชีวิตจากการใช้อาวุธชีวภาพทดลองในพื้นที่จริง

เมื่อญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม ค่าย Unit 731 พยายามทำลายหลักฐานจนหมด นอกจากนี้แทนที่ผู้เกี่ยวข้องกับ Unit 731 จะถูกดำเนินคดีในฐานะอาชญากรสงคราม สหรัฐกลับให้สิทธิคุ้มครองพวกเขาเป็นการลับ เพื่อแลกเปลี่ยนกับข้อมูลการทดลองอาวุธชีวภาพกับมนุษย์แล้วนำข้อมูลเหล่านี้ไปพัฒนาโครงการอาวุธชีวภาพของสหรัฐ ซึ่งสหรัฐเคยใช้วิธีการนี้มาแล้วตอนที่บุกถึงเยอรมนี และให้การคุ้มครองนักวิจัยของนาซีที่พัฒนาจรวด V-2 เพื่อที่จะให้คนเหล่านี้ช่วยพัฒนาโครงการอวกาศของสหรัฐต่อไป

ไม่เพียงเท่านั้น คำให้การของพยานและผู้รอดชีวิตชาวจีนจากค่ายนรก Unit 731 ยังถูกชาติตะวันตกเมินเฉย โดยอ้างว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อโดยฝ่ายสหภาพโซเวียตและจีนคอมมิวนิสต์ ทำให้ไม่มีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับค่ายนรกจับคนมาทำเชื้อโรค "Unit 731" และทำให้หลักฐานที่สำคัญที่จะเปิดโปงความชั่วร้ายของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นต้องถูกปกปิดไปด้วย

อาคารที่ทำการ Unit 731 ภาพโดย ????

แต่ล่าสุด นักประวัติศาสตร์ชาวญี่ปุ่นชื่อเซยะ มัตสึโนะ ได้ค้นพบเอกสารของกองทัพญี่ปุ่นเมื่อปี 1939 ระบุว่า ญี่ปุ่นใช้กระสุนบรรจุสารพิษต่อระบบผิวหนัง หรือสารพิษพุพอง (Blister agent) และสารทำให้เกิดอาการคลื่นเหียนและเจ็บปวดอย่างรุนแรงในระบบทางเดินหายใจ (Sternutatory agent)

หลักฐานชิ้นนี้มีจำนวน 100 หน้า ถือเป็นหลักฐานแรกที่พบว่าญี่ปุ่นใช้อาวุธเคมีในการทำสงครามกับจีน บันทึกข้อมูลการใช้อาวุธเคมีในสนามรบที่มณฑลซานซีเมื่อปี 1939 โดยญี่ปุ่นเตรียมอาวุธเคมีไว้โจมตีกองทัพจีน สำหรับ Blister agent เป็นกระสุนสีเหลือง ส่วน Sternutatory agent เป็นกระสุนสีแดง หลังจากวิเคราะห์สถานการณ์แล้ว ฝ่ายญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะใช้กระสุนสีแดงกับกองทัพจีน

แน่นอนว่า ทหารจีนจะถูกสารเคมีเล่นงานจนเกิดแผลพุพองตามร่างกาย เจ็บปวดทรมานจนแทบจะตายทั้งเป็น

เซยะ มัตสึโนะผู้ค้นพบเอกสารนี้วิเคราะห์ว่า กองทัพญี่ปุ่นทราบกฎหมายระหว่างประเทศที่ห้ามใช้อาวุธเคมีเป็นอย่างดี (เพราะจะทำให้ผู้แพ้ต้องรับโทษหนักในฐานะอาชญากรสงครามตามอนุสัญญา Hague Convention ปี 1907) ดังนั้น กองทัพญี่ปุ่นจึงเลือกพื้นที่ภูเขาห่างไกลของมณฑลซานซีในการใช้อาวุธร้ายแรงนี้

ที่ทำการ Unit 731 ตรงกลางอาคารคือคุกลับ

Unit 731 มีเจ้าหน้าที่ในสังกัดถึง 10,000 ชีวิต ทำการทดลองกับมนุษย์ โดย "หนูทดลอง" ส่วนใหญ่คือเชลยศึก อาชญากร ผู้ต่อต้านญี่ปุ่น โจรป่า รวมถึงคนจรจัดและคนพิการทางจิต ไม่เพียงเท่านั้น หน่วยนี้ยังทำการผ่าตัดสดกับผู้ชาย ผู้หญิง เด็ก และทารก บางครั้งไม่ได้ใช้ยาสลบ เพื่อตรวจสอบปฏิกิริยาหลังจากใช้อาวุธเคมีกับคนเหล่านี้

แต่เท่านั้นนี้ยังไม่โหดพอ เพราะยังจับนักโทษมาทดลองเคลื่อนย้ายอวัยวะโดยตัดชิ้นหนึ่งไปต่อกับอีกส่วนหนึ่ง หรือตัดทิ้งไปเลยเพื่อสังเกตผลต่อร่างกาย เช่น ตัดกระเพาะทิ้งไปแล้วเชื่อมหลอดอาหารเข้ากับลำไส้โดยตรง

รูปแบบการทดลองยังมีอีกมากมายเกินสติปัญญาของคนปกติจะจินตนาการได้ เช่น การฉีดเชื้อโรคเพื่อทดสอบอาวุธเคมีชีวภาพกับคนเป็นๆ เมื่อได้เชื้อโรคที่ต้องการแล้ว กองทัพญี่ปุ่นจะนำไปใช้โจมตีเป้าหมายในจีน เชื้อโรคที่ได้จากหน่วย Unit 731 คร่าชีวิตชาวจีนไปถึง400,000 คน

อาคารที่เก็บอาวุธชีวภาพ ภาพโดย Markus Källande

นอกจากนี้ ยังพบการทดลองภาวะหิมะกัดจนคนเป็นๆ ถูกความหนาวเย็นกัดกินจนเนื้อตาย การบังคับให้คนที่มีเชื้อซิฟิลิสมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ปลอดเชื้อ เมื่อเป้าหมายติดเชื้อแล้ว จะทำการผ่าตัดเพื่อตรวจสอบร่างกายทุกๆ ระยะการติดเชื้อ และยังบังคับให้ผู้หญิงมีเพศสัมพันธ์เพื่อตั้งครรภ์ จากนั้นนำทารกมาทดลองต่อไป

ในเอกสารของหน่วยจะไม่ระบุว่ากวาดต้อนคนเป็นๆ มาทำอาวุธเชื้อโรค แต่ระบุโดยใช้รหัสว่า "ท่อนไม้" บางครั้งยังตีพิมพ์ผลงานการทดลองในวารสารทางวิทยาศาสตร์โดยโกหกว่าทำการทดลองกับไพรเมต หรือลิงใหญ่ เช่น ลิงแมนจูเรีย ซึ่งที่จริงแล้วในโลกไม่มีลิงพันธุ์นี้

หลังสงครามแล้ว ฝ่ายบัญชาการของญี่ปุ่นถูกดำเนินคดีในฐานะอาชญากรสงครามจนหมด แต่ผู้บัญชาการหน่วย Unit 731 คือ ชิโร อิชิอิ ซึ่งควรจะได้รับโทษขั้นร้ายแรงจากการนำมนุษย์มาทดลองอาวุธเคมีชีวภาพ เขากลับรอดไม่ไดอย่างเหลือเชื่อ เพราะสหรัฐให้ความคุ้มครองเขาโดยแลกกับการเปิดเผยข้อมูลการทดลอง

ดักลาส แมคอาร์เธอร์ ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพสัมพันธมิตรในญี่ปุ่น ได้แจ้งกับรัฐบาลสหรัฐว่า "เราอาจได้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งอาจรวมถึงคำให้การของอิชิอิ โดยบอกกับฝ่ายญี่ปุ่นว่าข้อมูลเหล่านั้นจะถือเป็นข้อมูลข่าวกรอง และจะไม่ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานเล่นงานอาชญากรสงคราม"

อ้างอิง

Report documenting how Japan used chemical weapons during Second Sino-Japanese War found for first time. KYODO. (JUL 8, 2019)

Harris, S.H. (2002). Factories of Death: Japanese Biological Warfare, 1932-1945, and the American Cover-up. Routledge. p. 83.

Gold, Hal.Unit 731 Testimony, Charles E Tuttle Co., 1996.p. 109

Nicholas D. Kristof New York Times, March 17, 1995. "Unmasking Horror: A special report. Japan Confronting Gruesome War Atrocity"

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Yengo Premium

ข่าวอื่นๆ