เปิดตำนานเจ้าหญิงลิเลียน 'รักต้องห้าม'กษัตริย์-สามัญชน

  • วันที่ 21 มิ.ย. 2562 เวลา 21:30 น.

เปิดตำนานเจ้าหญิงลิเลียน 'รักต้องห้าม'กษัตริย์-สามัญชน

จากลูกสาวคนงานเหมือง สู่อาชีพนางแบบ ผู้มัดใจเจ้าชายแห่งราชวงศ์สวีเดน

หากจะพูดถึงตำนานความรักอันเป็นที่โจษจันในสวีเดน คงหนีไม่พ้นเส้นทางความรักที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นศึกรักที่ต้องต่อสู้กับกฎมณเฑียรบาลอันเคร่งครัดตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษ ระหว่างเจ้าชายเบอร์ทิล ดยุกแห่งฮัลลันด์ เจ้าชายผู้มีสายเลือดอันสูงส่ง และลิเลียน นางแบบสาวที่เป็นเพียงสามัญชนทั้งยังเป็นคนต่างชาติ

หญิงสามัญชนต้องอดทนรอวันเสกสมรสกับเจ้าชายนานถึง 30 ปี จนกระทั่งสามารถเอาชนะตำนานรักต้องห้าม ได้ และกลายมาเป็นเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์สวีเดน

ลิเลียน มีชื่อจริงว่า ลิลเลียน เมย์ เดวิส เกิดเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 1915 ที่เมืองสวอนซี แคว้นเวลส์ ประเทศสหราชอาณาจักร มีชีวิตที่ไม่ได้สุขสบายนักตามวิถีของสามัญชนคนชั้นแรงงานในเมืองสวินซีที่เป็นอุตสาหกรรม และพ่อของเธอเป็นคนงานเหมือง และท้ิงครอบครัวไปตั้งแต่ตอนที่เธอยังเด็ก ลิเลียนต้องเติบโตด้วยสองมือของแม่ที่คอยเลี้ยงดูเธอมา

ลิเลียน เติบโตขึ้นมาเป็นหญิงชาวเวลส์ที่มีหน้าตาดี เมื่อายุ 18 ปี ย้ายมาทำอาชีพนางแบบ นักร้อง และเป็นนักบัลเลต์จนโด่งดัง ต่อมาก็ได้พบรักกับ อิวาน เครก นักแสดงชายชาวสกอต ทั้งคู่แต่งงานในปี 1940 และอยู่กินด้วยกันมาระยะหนึ่ง แต่ไม่นานหลังจากแต่งงาน ฝ่ายชายถูกเกณฑ์เป็นทหารในกองทัพอังกฤษไปรับใช้ชาติที่แอฟริกาใต้ และหายไปจากชีวิตของลิเลียนเกือบตลอดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่เส้นทางความรักทรหดของลิเลียน เริ่มต้นขึ้นในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง

ท่ามกลางภาวะสงครามอันโหดร้าย และสภาพเศรษฐกิจที่พังพินาศ ลิเลียนต้องเปลี่ยนอาชีพจากนางแบบมาทำงานในโรงพยาบาลเพื่อดูแลทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บ และในคืนงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 28 ปีของลิเลียนปี 1943 ที่ไนท์คลับแห่งหนึ่ง เธอก็ได้พบกับเจ้าชายเบอร์ทิลเป็นครั้งแรก

ตอนที่มีคนบอกว่าผู้ชายที่กำลังจ้องมองเธออยู่คือเจ้าชายแห่งสวีเดน ลิลเบียนโพล่งขึ้นมาว่า "(ถ้าเขาเป็นเจ้าชายจริงๆ) อย่างนั้นฉันก็เป็นราชินีชีบาแล้วล่ะ"

ราชินีชีบา เป็นพระราชินีที่ปรากฏในพระคัมภีร์ไบเบิลที่ว่านางได้เสด็จไปเข้าเฝ้ากษัตริย์ซาโลมอน เป็นชื่อราชินีที่คนทั่วไปรู้จักกันดีลิเลียนจึงเอ่ยขึ้นมาล้อเลียน

แม้จะไม่เชื่อในตอนแรก แต่ทั้งคู่ได้มีพูดคุยกันและแลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ และหลังจากการพบกันครั้งนั้นทั้งสองก็รักกันในที่สุด โดยที่ลิเลียนยังแต่งงานกับเครก และเครกเองก็ยังรับใช้ชาติอยู่ในสมรภูมิแดนไกล

อย่างไรก็ตาม หลังสงครามโลกสิ้นสุดลงได้ 2 ปี ทั้งคู่ก็ตกลงหย่าจากกันโดยไม่มีเรื่องขุ่นเคืองกัน เพราะปรากฎว่าเครกก็อยากจะแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนพอดี

คราวนี้ความรักระหว่าง ลิเลียนกับเจ้าชายเบอร์ทิลก็ไม่มีอุปสรรควส่วนตัวขัดขวางอีกต่อไปอีก

แต่ด้วยฐานันดรศักดิ์ ราชสมบัติ และอภิสิทธิ์ต่างๆ รวมทั้งสิทธิในการสืบทอดราชบัลลังก์ของเจ้าชายเบอร์ทิล พระราชโอรสองค์ที่สามแห่งกษัตริย์กุสตาฟ อัลดอฟ พระยศของเจ้าชายกลับกลายเป็นสิ่งต้องห้ามที่ไม่ให้ทั้งคู่สามารถแต่งงานและครองเรือนอยู่กับคนที่รักได้

พระบิดาไม่พอพระทัย ถึงกับทรงลั่นวาจา "ห้ามมิให้เจ้าชายเบอร์ทิลแต่งงานกับหญิงสามัญชนจนกว่าพระองค์จะทรงเสด็จสวรรคต"

ซ้ำร้ายไปกว่านั้นพระเชษฐาของเจ้าชายเบอร์ทิลสิ้นพระชนม์จากอุบัติเหตุเครื่องบินตก ทำให้พระโอรสของพระเชษฐากลายเป็นรัชทายาทหมายเลขหนึ่งแห่งสวีเดน ผู้ที่จะต้องสืบราชบัลลังก์ตามกฎมณเฑียรบาลแทน และทำให้ เจ้าชายเบอร์ทิลต้องทรงขึ้นระวางในการเป็นผู้สำเร็จราชการแทน เพราะพระโอรสของพระเชษฐามีพระชันษาเพียง 1 ปี ส่วนพระราชบิดาคือสมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟที่ 6 อดอล์ฟ ทรงมีพระชนมายุมากแล้ว

แม้จะไม่ได้ทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการ แต่ทรงต้องเตรียมตัวไว้ เพื่อไม่ให้ขัดกับกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันตติวงศ์ จะทรงแต่งงานกับลิเลียนไม่ได้

เมื่อการเสกสมรสของเจ้าเบอร์ทิลและลิเลียนจะไม่ได้รับการยอมรับ ทำให้ทั้งสองตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างเรียบง่ายและไม่เสกสมรสกว่า 30 ปี

ในช่วงเวลานี้ทั้ง 2 คนอยู่ด้วยกันอย่างไม่เป็นทางการ แม้จะเป็นความสัมพันธ์ที่ดูอื้อฉาว แต่สาธารณชนและสื่อต่างให้ความเห็นใจทั้งคู่มาก และสื่อหลีกเลี่ยงที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของทั้งสอง

ราชวงศ์สวีเดนมีท่าทีเย็นชาต่อลิเลียนในตอนแรก แต่เพราะอุปนิสัยเปี่ยมสเน่ห์ของลิเลียน ทำให้เธอได้รับการยอมรับทีละน้อยๆ และในปี 1972 เธอก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟที่ 6 อดอล์ฟ

หลังจากเวลาผ่านไปถึง 30 ปี สมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟที่ 6 อดอล์ฟ เสด็จสวรรคต และสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน เสด็จขึ้นสืบทอดราชบัลลังก์ พระองค์ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เจ้าชายเบอร์ทิลเข้าพิธีเสกสมรสกับลิเลียนได้ พร้อมกับพระราชทานพระยศให้กับอดีตนางแบบผู้เลอโฉมแห่งเวลส์เป็นเจ้าหญิงแห่งสวีเดน

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เจ้าหญิงลิเลียนก็ปฏิบัติพระกรณียกิจต่างๆ ช่วยพระสวามี แม้กระทั่งวันสุดท้ายของชีวิตของเจ้าชายเบอร์ทิล ก่อนที่จะทรงสิ้นพระชนม์ เจ้าหญิงลิเลียนก็ทรงอยู่เคียงข้างกับเจ้าชายในวินาทีสุดท้ายของชีวิต และยังช่วยสานต่อพระกรณียกิจของพระสวามีอยู่เรื่อยมา โดยเจ้าหญิงลิเลียนมักจะได้รับเชิญเป็นแขกผู้มีเกียรติในงานรับรางวัลโนเบล กระทั่งพระองค์มีพระชันษาได้ 91 ปี ก็ทรงปลีกตัวจากวงสังคมอย่างถาวร เนื่องจากทรงประชวรด้วยโรคอัลไซเมอร์ ก่อนสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2013 สิริพระชันษาได้ 97 ปี

เจ้าหญิงลิเลียนและเจ้าชายเบอร์ทิลทรงใช้ชีวิตคู่ร่วมกันโดยปราศจากพระโอรสหรือพระธิดาสืบสายเลือด และที่สำคัญเจ้าหญิงลิเลียนยังถือเป็นพระบรมวงศานุวงศ์สวีเดนที่มีพระชันษายืนที่สุดในรัชกาล

ทรงเป็นผู้หญิงที่ผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มานับไม่ถ้วน และทรงเป็นหญิงสามัญชนคนแรกๆ ที่มอบความปราชัยให้กับกฎมณเฑียรบาลอันเข้มงวด ด้วยพลังแห่งความรัก ที่แม้แต่พรมแดนเรื่องชนชั้นวรรณะยังไม่อาจขวางกั้น

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ