เทเรซา เมย์ ลาออก ไม่ช่วยปลดล็อกอนาคตเบร็กซิต

  • วันที่ 25 พ.ค. 2562 เวลา 20:00 น.

เทเรซา เมย์ ลาออก ไม่ช่วยปลดล็อกอนาคตเบร็กซิต

ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นนายกฯ อังกฤษก็ยากรอดพ้นจากความวุ่นวาย

ในที่สุด นายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ ของอังกฤษ ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยม ซึ่งจะมีผลในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ หลังไม่สามารถนำพาสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปได้ การลาออกครั้งนี้ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นการปลดล็อกสหราชอาณาจักรจากการเจรจาต่อรองกับสหภาพยุโรป ทว่าแท้จริงแล้วกลับยิ่งทำให้สหราชอาณาจักรเผชิญความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ และเป็นไปได้ว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้นกับการเมืองที่อ่อนแออยู่แล้วของประเทศ รวมทั้งอนาคตที่ไม่แน่นอนของเบร็กซิต

อันดับแรกพรรคอนุรักษนิยมจะต้องเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ซึ่งจะได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนเมย์โดยปริยาย แต่ในพรรคอนุรักษนิยมเองเกิดความแตกแยกระหว่างฝ่ายหนุนเบร็กซิตและฝ่ายต่อต้านยุโรปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในช่วงเวลานี้การดำเนินการเกี่ยวกับเบร็กซิตก็มีอันต้องชะลอไปก่อนจนกว่าจะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่

บอริส จอห์นสัน ภาพ : Andrew Matthews/AFP

ขณะนี้ บอริส จอห์นสัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศที่หนุนให้สหราชอาณาจักรแยกตัวจากสหภาพยุโรป เป็นหนึ่งในตัวเต็งของพรรคอนุรักษนิยม หากจอห์นสันได้รับความไว้วางใจจากพรรคให้ขึ้นมาแทนที่นายกรัฐมนตรีหญิง อนาคตของประเทศอาจจะถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย เนื่องจากจอห์นสันประกาศจุดยืนชัดเจนมาตลอดว่าสนับสนุนให้สหราชอาณาจักรแยกตัวออกมาโดย “ไม่มีดีล” การค้ากับสหภาพยุโรป คือสหราชอาณาจักรต้องกลับมาใช้กฎหมายการค้าระหว่างประเทศทั่วไปที่ไม่มีการยกเว้นภาษีพิเศษระหว่างกันอีก ความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าของสหราชอาณาจักรก็จะลดลง

แต่ไม่ว่าหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมและนายกรัฐมนตรีคนใหม่จะเป็นใคร ก็ต้องแบกรับภาระในการจัดการกระบวนการเบร็กซิตอย่างหนักเช่นที่เมย์เคยพยายามและล้มเหลวมาแล้วถึง 3 ครั้ง อีกทั้งยังต้องได้ทางออกที่ดีที่สุดให้ทันภายในวันที่ 31 ต.ค.นี้ ตามกำหนดเส้นตาย เนื่องจากสหภาพยุโรปประกาศชัดว่าจะไม่มีการเลื่อนเวลาให้สหราชอาณาจักรแล้ว

เมื่อปี 2016 เทเรซา เมย์ รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจาก เดวิด คาเมรอน ที่ประกาศลาออกหลังจากพ่ายแพ้ในการลงประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป เนื่องจากเจ้าตัวพยายามอย่างหนักในการโน้มน้าวให้คนอังกฤษหนุนแนวคิดการอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป แต่คนอังกฤษส่วนใหญ่เห็นว่าควรแยกตัว

ก่อนที่คาเมรอนจะลาออก ส.ส.ในพรรคบางคนถึงกับเยาะเย้ยว่าเขาล้มเหลวไม่เป็นท่า แม้แต่คนที่เคยจงรักภักดีกับคาเมรอนอย่าง ไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและพ่อบุญธรรมของลูกสาวคาเมรอนยังหันไปหนุนให้สหราชอาณาจักรแยกตัว หลังจากนั้น บอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอนที่เคยถูกมองว่าเป็นทายาททางการเมืองของคาเมรอน ยังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการสวนทางหนุนเบร็กซิตเต็มที่

เมื่อเมย์เข้ามารับไม้ต่อยังเดินเกมผิดด้วยการประกาศเลือกตั้งก่อนกำหนด เพราะคิดว่าพรรคอนุรักษนิยมจะชนะถล่มทลายและเดินหน้าเบร็กซิตตามเจตนารมณ์ แต่ปรากฏว่าผลการเลือกตั้งทำให้เกิด hung parliament ไม่มีใครได้เสียงข้างมากในสภา อำนาจในสภาของพรรคอนุรักษนิยมกลับอ่อนแอลง และกัดเซาะขาเก้าอี้ผู้นำหญิงมาเรื่อยๆ

นอกจากนี้ การเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ของพรรคอนุรักษนิยมอาจนำพาไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป โดยมีความขัดแย้งภายในของพรรคเป็นปัจจัยหนุนส่งให้พรรคแรงงานของ เจเรมี คอร์บิน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านกลับขึ้นมาเป็นรัฐบาลครั้งแรกในรอบเกือบสิบปี ทว่าพรรคแรงงานเองก็มีปัญหาภายในเช่นกัน 

สหราชอาณาจักรจึงขยับเข้าใกล้ฝันร้ายที่ชื่อว่าเบร็กซิตมากขึ้นๆ

ข่าวอื่นๆ