เหรินเจิ้งเฟย ชายที่ผลักดันหัวเว่ยจากแบรนด์เซินเจิ้นสู่แบรนด์โลก

  • วันที่ 22 พ.ค. 2562 เวลา 18:00 น.

เหรินเจิ้งเฟย ชายที่ผลักดันหัวเว่ยจากแบรนด์เซินเจิ้นสู่แบรนด์โลก

 

นาทีนี้คงจะมีคนอยากรู้จักเหรินเจิ้งเฟย ซีอีโอและผู้ก่อตั้งหัวเว่ยให้มากขึ้นว่าเขาเป็นใครมาจากไหนถึงได้ไม่ยอมก้มหัวให้รัฐบาลสหรัฐง่ายๆ

เหรินเจิ้งเฟยเกิดในครอบครัวครูในมณฑลกุ้ยโจวซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยากจนที่สุดของจีนในสมัยนั้น ตัวเขา พ่อแม่ และพี่ๆ น้องๆ ต้องอาศัยอยู่ใต้ชายคาเล็กๆ ขนาด 12 ตร.ม. ที่ดัดแปลงระเบียงเป็นครัวขนาดย่อมๆ โดยที่พ่อแม่มักจะไปจ่ายตลาดในช่วงที่ตลาดใกล้ปิด เพื่อให้ได้วัตถุดิบเพียงพอกับทุกคนในบ้าน เพราะพ่อค้าแม่ค้ามักจะขายผักปลาในราคาถูกกว่าช่วงเวลาปกติ

ระหว่างที่ญี่ปุ่นเข้ายึดจีน พ่อของเหรินเจิ้งเฟยย้ายไปยังเมืองกว่างโจวเพื่อทำงานในทำแหน่งเสมียนบัญชีในโรงงานของรัฐบาลก๊กมินตั๋ง และเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อปี 1958

ส่วนเหรินเจิ้งเฟยเองนั้นหลังจากจบชั้นมัธยมก็เข้าเรียนต่อที่สถาบันวิศวกรรมโยธาและสถาปัตยกรรมฉงชิ่งในปี 1963 และจับพลัดจับผลูได้เข้าร่วมกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีนในฐานะทหารนักเทคโนโลยี เพราะรัฐบาลจีนขณะนั้นต้องการสร้างโรงงานผลิตเส้นใยสังเคราะห์ท่ามกลางภาวะขาดแคลนอาหารและเครื่องนุ่งห่มจากการปฏิวัติวัฒนธรรม แต่เจ้าตัวไม่ได้รับตำแหน่งทางทหาร และไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ได้ เนื่องจากพ่อเคยทำงานให้พรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งรัฐบาลจีนถือว่ามีประวัติไม่ใสสะอาด

เมิ่งหว่านโจว ภาพ : AFP

แต่ด้วยความที่เหรินเจิ้งเฟยมีผลงานด้านเทคโนโลยีที่โดดเด่น ทำให้ได้รับเลือกจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนให้เข้าร่วมการประชุมวิทยาศาสตร์แห่งชาติเมื่อปี 1978 และได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ในที่สุดด้วยการช่วยเหลือจากผู้บังคับบัญชา กระทั่งได้เลื่อนขั้นสูงสุดเป็นรองประธานสถาบันวิจัยด้านการก่อสร้างเล็กๆ อีก 4 ปีต่อมาก็ลาออกจากกองทัพเนื่องจากมีการปรับลดกำลังพล

ปี 1983 เหรินก็ย้ายไปทำงานกับบริษัทให้บริการด้านโลจิสติกส์ที่เมืองเซินเจิ้น เมื่อเริ่มอิ่มตัวกับงาน ก็ตัดสินใจลาออกมาก่อตั้งบริษัท หัวเว่ย ขึ้นมาด้วยเงินทุนเพียง 21,000 หยวนในปี 1987 และดำรงตำแหน่งซีอีโอของบริษัทตั้งแต่ปี 1988 จนถึงปัจจุบัน

ในช่วงเริ่มแรกของหัวเว่ยนั้น รัฐบาลจีนกำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมโดยมีรัฐวิสาหกิจ คือ Great Dragon, Datang และ ZTE เป็นผู้นำตลาด จากหนังสือเรื่อง The Huawei Way ของเถียนเทา หนึ่งในสภาที่ปรึกษาของหัวเว่ย ระบุว่า ช่วงแรกหัวเว่ยค้าขายเฉพาะอุปกรณ์ด้านโทรคมนาคม แต่ถูกมองว่าเป็นผู้ค้ารายเล็กๆ เท่านั้น ทำให้ไม่สามารถเข้าไปแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดได้ ช่วงนั้นเหรินเจิ้งเฟยถึงกับถูกอาการเครียดรุมเร้า

ถึงอย่างนั้น เหรินเจิ้งเฟยก็ยังไม่ถอดใจ เขาขอให้พนักงานทำงานล่วงเวลาและทำทุกวิถีทางเพื่อให้หัวเว่ยเดินหน้าต่อไปได้ และใช้กลยุทธ์ตีเมืองเล็กก่อน เนื่องจากไม่สามารถเข้าไปแข่งกับเจ้าตลาดในเมืองใหญ่ๆ ด้วยเหตุนี้ เหรินเจิ้งเฟยจึงทุ่มเทให้กับการวิจัยและพัฒนาอย่างเต็มที่ เพื่อให้หัวเว่ยสร้างเทคโนโลยีของตัวเองที่สามารถแข่งกับคู่แข่งรายใหญ่ๆ ได้

แม้แต่เหรินเจิ้งเฟยเองก็ต้องทำงานหนักไม่ต่างจากพนักงาน เจ้าตัวเผยว่า “ผมต้องสู้เพื่อให้บริษัทรอด ผมใช้เวลาที่ออฟฟิศวันละ 16 ชั่วโมง” ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัวและไม่ค่อยสนิทกับลูกๆ

เหรินเจิ้งเฟยมีหลักการบริหารหัวเว่ยที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ การตัดสินใจส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของวิศวกรในบริษัท ส่วนงานประจำวันของบริษัทจะเป็นหน้าที่ของผู้บริหาร 3 คน โดยแต่ละคนจะนั่งตำแหน่งซีอีโอคนละ 6 เดือนแล้วหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยแนวคิดนี้เหรินเจิ้งเฟยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการบินอพยพของฝูงนกที่จะบินตามกันเป็นรูปตัววี (V) ตัวที่อยู่แถวหน้าสุดคือตัวที่ต้องรับภาระหน้าที่หนักที่สุด

จากความพยายามทั้งหมดของเหรินเจิ้งเฟยส่งผลให้ทุกวันนี้หัวเว่ยผงาดขึ้นเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการโทรคมนาคมอันดับหนึ่งของโลก และผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอันดับสองรองจากซัมซุง คาดว่าตัวเขามีทรัพย์สินราว 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วหัวเว่ยมีมูลค่าถึง 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2018 โดยมีพนักงานเกือบ 190,000 คน ปฏิบัติการใน 170 ประเทศทั่วโลก

View this post on Instagram

Thank you @lebal.paris for the magical experience💛

A post shared by Annabel Yao (@annabelballerina) on

ด้านชีวิตครอบครัวนั้น เหรินเจิ้งเฟยผ่านการแต่งงานมาแล้ว 3 ครั้ง ครั้งแรกสมสรกับเมิ่งจวิน บุตรสาวอดีตรองผู้ว่าการมณฑลเสฉวน มีบุตรสาวด้วยกัน 1 คนคือ เมิ่งหว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของหัวเว่ย และบุตรชายอีก 1 คน ได้แก่ เมิ่งผิง ซึ่งทำงานในบริษัทลูกของหัวเว่ย เหรินเจิ้งเฟยหย่ากับภรรยาคนแรกไม่นานหลังก่อตั้งหัวเว่ยและมาแต่งงานกับเหยาหลิง และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คนคือ เหยาอานนา หรือแอนนาเบล เหยา และต่อมายังหย่าร้างอีกครั้งและแต่งงานใหม่กับซูเวยที่ลือกันว่าเป็นเลขาฯ ส่วนตัว

แม้จะมีธุรกิจพันล้าน แต่เหรินเจิ้งเฟยกลับเก็บตัวเงียบ ไม่เคยให้สัมภาษณ์ออกรายการทีวี และให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวแทบจะนับครั้งได้ จนกระทั่ง เมิ่งหว่านโจว ลูกสาวคนโตและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของหัวเว่ยถูกจับกุมตัวที่แคนาดาตามคำขอของรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเมื่อปลายปีที่แล้ว เราจึงได้เห็นเหรินเจิ้งเฟยชี้แจงข้อเท็จจริงฝั่งตัวเองผ่านสื่อเป็นครั้งแรก

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ