กรัมปี้แคท เจ้าเหมียวหน้าบึ้งที่รวยพันล้าน

  • วันที่ 18 พ.ค. 2562 เวลา 18:00 น.

กรัมปี้แคท เจ้าเหมียวหน้าบึ้งที่รวยพันล้าน

โดย จารุณี นาคสกุล

คนรักแมวคงจะทราบข่าวกันแล้วว่าเจ้ากรัมปี้แคท (Grumpy Cat) แมวหน้าบึ้งที่เป็นเซเลบมีคนรู้จักไปทั่วโลก ได้จากโลกนี้ไปแล้วในวัย 7 ปี ด้วยอาการระบบทางเดินปัสสาวะติดเชื้อ เมื่อวันที่ 14 ที่ผ่านมา ตามที่ ทาบาธา บันเดเซน เจ้าของของมันแจ้งผ่านทวิตเตอร์ วันนี้เราจะมาย้อนประวัติความดังของเจ้าเหมียวเซเลบหน้าบึ้งตัวนี้กัน

กรัมปี้แคท มีชื่อจริงว่า ทาดาร์ซอส เป็นแมวเพศเมียลูกผสมระหว่างแมวสามสีจากทางแม่ ส่วนเชื้อสายทางพ่อ บันเดเซน เจ้าของของมันก็ไม่แน่ใจแต่เธอเชื่อว่าน่าจะเป็นเปอร์เซีย แร็กดอลล์ หรือไม่ก็สโนว์ชู มันเกิดเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2012 ที่เมืองมอร์ริสทาวน์ รัฐแอริโซนาของสหรัฐ โดยมีโรคประจำตัวคือโรคแคระและขากรรไกรล่างยื่น ทำให้หน้าของมันมีความผิดปกติจนดูเหมือนกับทำหน้าบูดบึ้งอยู่ตลอดเวลา จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว

คริสตัล ลูกสาวของบันเดเซนคิดว่าสีขนของเจ้ากรัมปี้เหมือนกับสีของทาร์ทาร์ซอส เลยตั้งชื่อนี้ให้ แต่เธอสะกดผิดจึงเพี้ยนมาเป็นทาดาร์ซอส

ทาดาร์ซอสใช้ชีวิตเหมือนแมวปกติทั่วไป จนกระทั่งไบรอันน้องชายของบุนเดเซนโพสต์ภาพหน้าบึ้งๆ ของมันลงในเว็บไซต์ Reddit เมื่อเดือน ก.ย. 2012 ที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของแมวตัวนี้ ด้วยหน้าตาที่ไม่เหมือนแมวทั่วไปทำให้คนในโลกโซเชียลคิดว่าภาพที่ไบรอันโพสต์เป็นภาพตัดต่อ จึงเกิดมีมล้อเลียนเจ้าทาดาร์ซอสเผยแพร่ไปทั่วอินเทอร์เน็ต ทั้งเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ โดยมีภาพหนึ่งที่โพสต์ในเว็บไซต์ Imgur มีคนดูถึง 1,030,000 คน ภายใน 48 ชั่วโมง

 

 

 

 

 

 

View this post on Instagram

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Have a terrible #Halloween

A post shared by Grumpy Cat (@realgrumpycat) on

เมื่อถูกเข้าใจผิดว่าตัดต่อภาพ ในวันเดียวกันบุนเดเซนได้โพสต์คลิปลงในยูทูบเพื่อพิสูจน์ให้โลกโซเชียลเห็นว่านั่นคือหน้าของเจ้าทาดาร์ซอสจริงๆ ไม่เคยผ่านการตัดต่อใดๆ ปรากฏว่าคลิปนี้มียอดคลิกแตะหลักล้านครั้งในชั่วพริบตา ไม่นานจากนั้นบุนเดเซนก็เปิดบัญชีอินสตาแกรมเพื่อโพสต์รูปใบหน้าที่น่ารักแบบกวนๆ ของทาดาร์ซอส จนมีแฟนคลับมากมายไม่ต่างจากคนดัง ตำนานของกรัมปี้แคทจริงเริ่มขึ้น โดยชื่อกรัมปี้แคทก็เป็นชื่อที่โลกออนไลน์ตั้งให้จากหน้าตาที่เหมือนกับทำหน้าบูดบึ้งตลอดเวลาของมัน แต่เจ้าของหรือทาสของมันบอกว่าจริงๆ แล้วกรัมปี้แคทมีความสุขและขี้เล่นเหมือนกับแมวตัวอื่นๆ นี่แหละ

หลังจากโด่งดังในคลิปวันนั้น ก็มีคนต่อสายมาติดต่องานของเจ้ากรัมปี้แคทไม่หยุด จนบุนเดเซนต้องลาออกจากการเป็นพนักงานเสิร์ฟเพื่อมาเป็นผู้จัดการให้กับเจ้าเหมียวของเธอ กรัมปี้แคทประเดิมงานชิ้นแรกของซุปตาร์ด้วยการไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์และดนตรี South by Southwest Interactive Festival ที่เมืองออสตินในรัฐเทกซัสเมื่อปี 2013 โดยมีบรรดาทาสแมวยืนต่อแถวเพื่อรอเซลฟี่กับมันเป็นชั่วโมง

กรัมปี้แคทในงาน MTV Movie Awards ที่ลอสแองเจลิส ภาพ : Photo by Frederic J. BROWN/AFP

เมื่อขึ้นแท่นเป็นเซเลบแล้ว กรัมปี้แคทก็เริ่มเดินสายโชว์ตัว ไม่ว่าจะเป็นการออกรายการโทรทัศน์ดังๆ  เช่น Good Morning America, American Idol ร่วมเดินพรมแดงในงานประกาศรางวัล MTV Movie Awards การออกหนังสือเล่มแรกในปี 2013 เรื่อง Grumpy Cat: A Grumpy Book ตามด้วย The Grumpy Guide To Life: Observations By Grumpy Cat ซึ่งเล่มหลังติดอันดับ 3 หนังสือขายดีประเภทฮาวทูของนิวยอร์กไทม์ส

นอกจากนี้ กรัมปี้แคทยังฝากผลงานไว้ในภาพยนตร์เรื่อง Grumpy Cat’s Worst Christmas Eve ที่ดึงดูดคนดู 1.7 ล้านคนในวันที่ 29 พ.ย.ที่ลงโรงฉายและเป็นอีเว้นท์ที่มีการทวีตมากที่สุดในวันเดียวกัน แถมเจ้าเหมียวหน้าบึ้งตัวนี้ยังมีหุ่นขี้ผึ้งในพิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซในซานฟรานซิสโกเคียงข้างคนดังระดับโลก รวมไปถึงแบรนด์สินค้าต่างๆ เช่น กาแฟ รองเท้า เสื้อยืด เรียกว่ากวาดแทบจะทุกงานที่คนดังเขาทำกัน

ปัจจุบันนี้กรัมปี้แคทมีแฟนคลับในอินสตาแกรม 2.4 ล้านฟอลโลเวอร์ ทวิตเตอร์ 1.5 ล้านฟอลโลเวอร์ และเฟซบุ๊คอีก 8.5 ล้านไลค์

มีการคาดการณ์กันว่าหลังจากเป็นซุปตาร์ดัง กรัมปี้แคทสร้างรายได้ให้เจ้าของเกิน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ จากทั้งการไปปรากฏตัวในรายการต่างๆ ลิขสิทธิ์หนังสือ การเป็นนางแบบ ซึ่งอาจจะมากกว่านักแสดงฮอลลีวูดบางคนเสียด้วย แต่เมื่อปี 2014 บุนเดเซน ยืนยันกับหนังสือพิมพ์ฮัฟฟิงตันโพสต์ว่าตัวเลขที่พูดๆ กันนั้นไม่ถูกต้อง แต่กลับไม่ยอมบอกว่ามากไปหรือน้อยไป

รายได้นี้ยังไม่รวมกับค่าเสียหายที่ศาลสั่งให้บริษัทผู้ผลิตกาแฟ “กรัมปูชิโน” จ่ายให้บุนเดเซนอีก 710,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 22.598 ล้านบาท เมื่อปีที่แล้ว จากคดีที่บริษัทดังกล่าวใช้ภาพของกรัมปี้แคททำการค้านอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้อีก

บุนเดเซน ยังเผยอีกว่า กรัมปี้แคทเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเธอและคนในครอบครัวอย่างสิ้นเชิง “เมื่อก่อนฉันเป็นพนักงานเสิร์ฟมา 10 ปี รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง แต่ตอนนี้ฉันได้เดินทางไปกับเจ้าเหมียวตัวนี้ ได้ใช้เวลากับลูกสาวและน้องชายเพิ่มขึ้น จากที่เมื่อก่อนเจอกันครั้งสองครั้งในรอบ 10 ปี แต่ตอนนี้เจอกันอย่างน้อย 2 เดือนครั้ง”

และมันยังเปลี่ยนชีวิตมนุษย์อีกหลายคนที่ได้เห็นหน้าบึ้งๆ แต่น่ารักของมันแล้วมีรอยยิ้มด้วย

 

 

 

 

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Yengo Premium

ข่าวอื่นๆ