posttoday

ถอดบทเรียนไต้หวัน ประกันสุขภาพให้สำเร็จในยุคดิจิทัล

13 พฤษภาคม 2562

เรียนรู้การปฏิรูประบบประกันสุขภาพ เพื่อบรรลุภารกิจการขยายระบบประกันสุขภาพครอบคลุมประชาชนทุกระดับชั้นรายได้

เฉิน สือ จง (Shih-Chung, Chen) รมว.สาธารณสุขและสวัสดิการของไต้หวัน ได้เขียนบทความบอกเล่าประสบการณ์ของไต้หวันในการพัฒนาระบบประกันสุขภาพในยุคดิจิทัล ซึ่งประเทศไทยสามารถศึกษาและนำมาเป็นบทเรียนในการพัฒนาระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้ 

เฉิน สือ จง  กล่าวว่า รัฐบาลไต้หวันจัดตั้งและดำเนินการ “ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ  National Health Insurance (NHI)” มาเกือบ 24 ปี “ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ” ให้บริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ ตั้งแต่การป้องกันจนถึง การรักษา การกายภาพบำบัดหลังทุพพลภาพจนถึงการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ซึ่งได้ครอบคลุมรอบด้าน  ตั้งแต่ปีพ.ศ.2503 เป็นต้นมา แรงงาน เกษตรกร และพนักงาน ฯลฯ ของรัฐต่างร่วมระบบการประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งทำให้ทุกคนมีสิทธิการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียมกัน และระบบประกันสุขภาพแห่งชาติของไต้หวันนี้ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในระบบประกันสุขภาพที่ดีที่สุดในโลก 

โดยนิตยสารระดับโลก The Economist เผยผลการจัดอันดับดัชนีการเข้าถึงด้านการดูแลสุขภาพทั่วโลก ประจำปี พ.ศ.2560 (2017 Global Access to Healthcare Index) ไต้หวันถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 14 และสำนักข่าว Bloomberg เผยผลการจัดอันดับดัชนีประสิทธิภาพทางสาธารณสุข (health-efficiency index) ประเทศที่มีประสิทธิภาพด้านการดูแลสุขภาพ ประจำปี พ.ศ.2561 ไต้หวันถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 9

ถอดบทเรียนไต้หวัน ประกันสุขภาพให้สำเร็จในยุคดิจิทัล เฉินสือจง รมว.สาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน.jpg

ความสำเร็จของ NHI ไต้หวันมีปัจจัยสำคัญหลายประการ ประการแรกคือ ไต้หวันใช้ระบบกองทุนเดียว โดยมีรัฐบาลนายจ้างและผู้รับประกันภัย สามฝ่ายร่วมกันเบี้ยประกันสุขภาพและรับังคับเรียกเก็บเบี้ยประกันเพิ่มเติมโดยคิดตามรายได้ของผู้รับประกันภัย

ประการที่สอง ระบบการชำระเงินเต็มจำนวน ที่กำหนดเพดานเงินสมทบสำหรับการบริการทางการรักษาพยาบาลและควบคุมค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปีพ.ศ. 2560 ค่ารักษาพยาบาลดังกล่าว ร้อยละ 6.4 ของมูลค่า GDP รวม ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศในกลุ่ม OECD นอกจากนี้ค่าบริหารจัดการของ NHI เพียงประมาณร้อยละ 1 ของงบประมาณค่าใช้จ่าย ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งหมดและความพึงพอใจของประชาชนในปีพ.ศ.2560 สูงถึงร้อยละ 86

ประการที่สาม การจัดทำมาตรการป้องกันเชิงบูรณาการ และหยึดหลักผู้ใช้เป็นผู้จ่าย รักษาระดับคุณภาพการรักษาพยาบาลได้และส่งเสริมการพัฒนาได้ย่างต่อเนื่อง

ประการที่สี่ มอบเงินสมทบค่าเบี้ยประกันแก่กลุ่มผู้ด้อยโอกาส เช่น ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำและผู้ตกงาน  ฯลฯ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการรักษาพยาบาล

ถอดบทเรียนไต้หวัน ประกันสุขภาพให้สำเร็จในยุคดิจิทัล

การดูแลสุขภาพ สาธารณสุขปฐมภูมิ พร้อมมาตรการป้องกันที่เกี่ยวข้องเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการให้ประชากรทั้งหมดเข้าร่วมระบบประกันสุขภาพ นับตั้งแต่รัฐบาลไต้หวันจัดตั้งระบบประกันสุขภาพขึ้นมานั้น ได้สั่งสมเอกสารประกอบการสมัครประกันสุขภาพมากว่า 24 ปี

อีกทั้งยังได้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ เทคโนโลยีการคำนวณระบบคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการสร้าง “ระบบตรวจสอบข้อมูลการรักษาพยาบาลจากระบบคลาวด์” เพื่อให้แพทย์พยาบาลตรวจดูประวัติการรักษาของผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที และ “ระบบตรวจประวัติการใช้ยาจากรบบคลาวด์ของประกันสุขภาพแห่งชาติ”  ช่วยให้แพทย์และเภสัชกรเข้าถึงประวัติการใช้ยาของผู้ป่วยได้สถานพยาบาลระดับปฐมภูมิในชุมชน สามารถเข้าถึงประวัติและข้อมูลการรักษาของผู้ป่วยที่ทำขึ้นโดยสถานพยาบาลระดับทุติยภูมิหรือตติยภูมิ เช่น เนื้อหาใบสั่งยาและผลการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT) ผลการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ผลอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ผลการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กใหญ่ และผลรังสีเอกซ์ (X-rays) เป็นต้น

ถอดบทเรียนไต้หวัน ประกันสุขภาพให้สำเร็จในยุคดิจิทัล

เทคโนโลยีดิจิทัลเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขภาพเหล่านี้จัดทำขึ้นตามความต้องการของประชาชนและสังคม ไม่เพียงแต่ปรับปรุงคุณภาพการบริการด้านการรักษาพยายบาล ประหยัดเวลาและเงินทุน ช่วยยังลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อสุขภาพจากการตรวจซ้ำซ้อน อีกทั้งยังบรรลุแนวความคิด “โรงพยาบาลชุมชนมีคุณภาพ แพทย์ดีมีทุกที”

ไต้หวันใช้ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์และเทคโนโลยี มาปรับปรุงการบริการด้านการรักษาพยาบาลและสาธารณสุข นอกจากนี้ ไต้หวันยังมอบทุนการศึกษาแก่แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้สอดคล้องเป้าหมายของการเพิ่มบุคลากรด้านการรักษาพยาบาล ภายในปี พ.ศ.2573 ขององค์กรอนามัยโลก (WHO)

ถอดบทเรียนไต้หวัน ประกันสุขภาพให้สำเร็จในยุคดิจิทัล

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ไต้หวันมีความกระตือรือร้นที่จะแบ่งปันประสบการณ์การปฏิรูปการรักษาพยาบาลระดับโลก แต่มักจะถูกกีดกันทางการเมือง ในการที่ไม่ให้เข้าร่วมและสร้างคุณประโยชน์ให้กับการประชุมสมัชชาอนามัยโลกหรือ World Health Assembly (WHA) การที่องค์การอนามัยโลกปฏิเสธไม่ให้ไต้หวันเข้าร่วมงานประชุมดังกล่าวเท่ากับเป็นการปฏิเสธมิให้ชาวไต้หวันนวน ๒๓ ล้านคน ผู้รักสันติภาพ และประชาธิปไตยเข้าร่วมงานประชุมนั้น ๆ

อย่างไรก็ตาม ไต้หวันยังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือด้านการรักษาพยาบาลและสาธารณสุขระดับภูมิภาคพร้อมระดับโลกและแบ่งปันประสบการณ์และความสามารถด้านการปฏิรูปการรักษาพยาบาลของชาวไต้หวัน เพื่อช่วยบรรลุเป้าหมายสุขภาพอย่างถ้วนหน้า ภายในปี พ.ศ. 2573 ให้นานาประเทศ

ถอดบทเรียนไต้หวัน ประกันสุขภาพให้สำเร็จในยุคดิจิทัล

ดังนั้น ไต้หวันขอเรียกร้องให้องค์กรอนามัยโลกตามหลัก “ความโอบอ้อมอารี และการมีส่วนร่วมอย่างถ้วนหน้า” สนับสนุนให้ไต้หวันมีส่วนร่วมใน WHA รวมไปถึงการร่วมประชุมทางเทคนิค และเข้าร่วมกิจกรรมขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุในกฎบัตรขององค์กรอนามัยโลกเพราะไต้หวันเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือพร้อมที่ช่วยเหลือนานาประเทศให้บรรลุภารกิจการขยายระบบประกันสุขภาพแบบถ้วนหน้าให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน ภายในปี พ.ศ.2573

 

ข่าวล่าสุด

อนุทิน อวยพรวันเกิด 71 ปี สุวัจน์ ถึงวัดไตรมิตร หลังชนะเลือกตั้ง