posttoday
ระวัง! บทความจอมปลอมกำลังทำลายอนาคต

ระวัง! บทความจอมปลอมกำลังทำลายอนาคต

06 เมษายน 2562

ในอนาคต AI อาจถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำสงครามข้อมูลข่าวสารก็เป็นได้

ในอนาคต AI อาจถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำสงครามข้อมูลข่าวสารก็เป็นได้

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์ขยับทัพรับมือกับข่าวลือที่แพร่ระบาดสร้างความเสียหายไปทั่วโลก ด้วยการออกกฎหมายกวาดล้างข่าวปลอมและการบิดเบือนข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลน์ ห้ามไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงข้อมูลที่จะเป็นผลร้ายต่อความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อยของสาธารณชน หรือสัมพันธ์อันดีระหว่างสิงคโปร์กับประเทศอื่น

หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 เหรียญสิงคโปร์ หรือ 1,174,030 บาท และ/หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หากข่าวปลอมนั้นถูกโพสต์โดยบัญชีผู้ใช้ที่ปลอมขึ้นมาหรือควบคุมโดยบอต (โปรแกรมอัตโนมัติ) โทษปรับและจำคุกจะเพิ่มเป็น 2 เท่า หรือหากเป็นบริษัท เช่น เฟซบุ๊ค ปล่อยข่าวปลอม โทษปรับจะสูงถึง 1 ล้านเหรียญ หรือ 23,480,607 บาท นับว่าค่อนข้างสูงทีเดียว

ระวัง! บทความจอมปลอมกำลังทำลายอนาคต ภาพ : JACK GUEZ / AFP

แต่ในยุคที่ข่าวปลอมระบาดไปทั่ว จนไม่รู้ว่าอะไรจริง อะไรไม่จริงกันแล้ว ยังมีนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งพบว่า แม้แต่ในวงการที่น่าจะยึดโยงกับข้อเท็จจริงมากที่สุดก็ยังผลิตชุดข้อมูลที่เหลวไหลไร้สาระที่สุดออกมาได้ ผ่านทางขบวนการตีพิมพ์บทความทางวิชาการในวารสารต่างๆ ซึ่งถือเป็นช่องทางยกระดับตัวเองของนักวิชาการ แต่ในด้านหนึ่งยังเป็นแหล่งเงินแหล่งทองของคนจำพวกหนึ่งด้วย

เช่น กรณีที่เว็บไซต์ Motherboard รายงานเรื่องราวของ คริส ซัมเนอร์ ผู้ก่อตั้งองค์การ Online Privacy Foundation ที่ไปร่วมงานประชุมวิชาการกับองค์กรชื่อ WASET ซึ่งดูเผินๆ เหมือนจะเป็นองค์กรที่คร่ำหวอดในวงการวิทยาศาสตร์ เพราะจัดงานประชุมหลายพันงาน และมีบทความหลายหมื่นชิ้นด้านวิทยาศาสตร์เผยแพร่ทางแพลตฟอร์มสาธารณะ แต่หลังจาก ซัมเนอร์ ไปประชุมกับ WASET ถึงได้ตาสว่างว่าองค์กรนี้มันคือพวกมิจฉาชีพดีๆ นี่เอง โดยใช้วิทยาศาสตร์บังหน้า สร้างผลงานวิชาการเก๊ๆ ขึ้นมาเพื่อรีดไถ

ซัมเนอร์ คิดที่จะแก้เผ็ดและฉีกหน้ากากขบวนการจอมปลอมเหล่านี้ จึงทำการเขียนบทความชื่อ “Highly-Available, Collaborative, Trainable Communication-a policy neutral approach,” ด้วยคำศัพท์เฉพาะที่ดูเลิศหรู แต่จริงๆ แล้วมันอ่านไม่รู้เรื่องเลย เพราะเขียนขึ้นด้วยซอฟท์แวร์ที่พัฒนาโดยนักศึกษาสถาบัน MIT เพื่อให้อัลกอริทึ่มเขียนบทความวิทยาศาสตร์ แต่เป็นงานที่มั่วๆ ซึ่งดูเหมือนจะลึกซึ้งเพราะใช้ศัพท์แสงพิสดาร ปรากฏว่าบทความนี้ได้รับการตีพิมพ์เฉยเลย

ซัมเนอร์ ทำการสืบทราบมาว่า WASET เก็บค่าตีพิมพ์บทความและการเข้าประชุมวิชาการครั้งละเป็นร้อยเหรียญสหรัฐ โดยหากินกับความจำเป็นของนักวิชาการที่จะต้องเสนองานวิชาการ ในการยกระดับวิทยฐานะทำให้หัวโจกของขบวนการนี้มีเงินเข้ากระเป๋าถึง 4.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เฉพาะปี 2017

ลองคิดดูเล่นๆ ถ้านักศึกษา MIT สร้างโปรแกรมที่เขียนบทความได้เกือบจะเนียน ถ้ามนุษย์เราไม่ตรวจดูอย่างละเอียด ในอนาคตหากมีคนคิดในทางไม่ดีนำไปใช้ คงจะวุ่นวายพิลึก

นี่ไม่ใช่แค่กรณีเดียว เมื่อเร็วๆ นี้ ฟารุค อาลี ข่าน นักศึกษาปริญญาเอก ที่เมืองไฮเดอราบัด ประเทศอินเดีย เกิดหงุดหงิดกับการที่วงวิชาการไม่ค่อยจะสนใจตรวจงานแย่ๆ ก็เลยเขียนบทความวิชาการขึ้นมาชิ้นหนึ่งชื่อยาวเหยียดว่า Newer Tools to Fight Inter-Galactic Parasites and Their Transmissibility in Zyrgion Simulation (อุปกรณ์ที่ใหม่กว่าในการต่อสู้ปรสิตข้ามจักรวาลและโอกาสในการติดเชื้อในโลกเสมือนจริงซีร์เจียน)

ระวัง! บทความจอมปลอมกำลังทำลายอนาคต

ฟังดูเผินๆ เหมือนจะเป็นบทความที่ลึกซึ้งและซับซ้อน แต่จริงๆ แล้วมันมั่วทั้งเพ เพราะขอยืมศัพท์และไอเดียมาจากการ์ตูนเรื่อง Rick and Morty ถ้าใครอ่านหัวอย่างจริงจังสักหน่อยจะรู้ว่ามันมาจากการ์ตูน

ข่าน ทำเช่นนี้ก็เพื่อจะกระตุ้นให้วงการตระหนักถึงภัยเงียบที่เกิดจากการปล่อยให้ข้อมูลเท็จแพร่หลายในวงการวิทยาศาสตร์ เพราะเขาทนไม่ไหวจริงๆ

แต่ปรากฏว่ามีวารสารทางวิทยาศาสตร์อย่างน้อย 2 ฉบับ ที่ตีพิมพ์บทความเก๊ของ ข่าน แสดงว่าไม่ได้อ่านและตรวจสอบเลย มีบางรายเรียกเงินค่าตีพิมพ์ด้วยซ้ำ มีบางรายเขียนจดหมายต่อว่า ว่าส่งอะไรเหลวไหลมาให้ และมีบางรายพิจารณาจริงจังว่ามีอะไรผิดพลาดหรือไม่

การกระทำของ ข่าน อาจดูเหมือนการเล่นตลก แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมาก เพราะแสดงให้เห็นว่าในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกล ทำให้คนขาดความละเอียดถี่ถ้วนในการตรวจสอบข้อมูล ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มคนที่ต้องพึ่งพาข้อเท็จจริงอย่างมาก

หากในอนาคตแม้แต่วารสารด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังปลอมได้ แล้วเราจะเหลืออนาคตที่เชื่อถือได้ ได้อย่างไร?

อย่างไรก็ตาม ถ้าบทความจะปลอมได้ด้วยการใช้ซอฟท์แวร์ การตรวจสอบข้อมูลเท็จก็สามารถตรวจสอบได้ด้วยซอฟท์แวร์เช่นกัน และเริ่มมีการพัฒนาซอฟท์แวร์เพื่อใช้ตรวจข่าวปลอมกันบ้างแล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้ แต่เรื่องก็เงียบหายไป ตั้งแต่เฟซบุ๊คสัญญิงสัญญาว่าจะตรวจสอบข่าวกรองให้ถี่ถ้วนขึ้น

ปัญหาก็คือ วารสาร MIT Technology Review เตือนว่า การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการจัดการข่าวปลอม อาจเป็นชนวนของการพัฒนา AI เพื่อทำสงครามข้อมูลข่าวสารได้เหมือนกัน

ระวัง! บทความจอมปลอมกำลังทำลายอนาคต

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69