
หน้ากากกันฝุ่นอัจฉริยะเกินตัว นวัตกรรมเท่านั้นที่จะฆ่าหมอกควัน
เพราะวิกฤตการณ์ในจีน ทำให้หนุ่มอังกฤษต้องลุกขึ้นมาสร้างสิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยชาวเมืองจากควันพิษ
เพราะวิกฤตการณ์ในจีน ทำให้หนุ่มอังกฤษต้องลุกขึ้นมาสร้างสิ่งประดิษฐ์เพื่อช่วยชาวเมืองจากควันพิษ
********************************
โดย...จารุณี นาคสกุล
แม้ว่าวิกฤตควันไฟในภาคเหลือและฝุ่นควันในกรุงเทพฯ อาจจะคลี่คลายลงในที่สุด แต่พี่น้องชาวไทยมั่นใจได้เลยว่า มันจะกลับมาทำร้ายพวกเราอีกครั้งอย่างแน่นอน หากภาครัฐยังไม่จริงจังกับการแก้ปัญหา ด้วยการยกเป็นวาระแห่งชาติ และหากภาคประชาชนยังไม่เลิกบ่นและหันร่วมมือกันหยุดยั้งต้นตอของปัญหา
แน่นอนว่าเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองใหญ่แห่งเดียวที่เผชิญปัญหานี้ ในเอเชียมีหลายเมืองที่กำลังเผชิญกับวิกฤตเช่นเดียวกัน ล่าสุดคือกรุงโซล ที่รับมลพิษจากจีนโดยตรง นอกจากนี้ยังมีกรุงนิวเดลี และกรุงปักกิ่งของจีน ซึ่งไม่กี่ปีก่อนถือเป็นเมืองหลวงแห่งหมอกควันโลกเลยก็ว่าได้ เพราะถูกฝุ่นควันพิษปกคลุมหนาแน่นเสียจนแทบจะมองเห็นทาง คนจีนต้องสังเวยชีวิตจากการหายใจเอาควันพิษเข้าไปนับล้านๆ คน
ความรุนแรงนี้ทำให้หนุ่มอังกฤษตัวเล็กๆ คนหนึ่งลงมือคิดค้นนวัตกรรมหน้ากากอนามัยที่ช่วยปกป้องลมหายใจของผู้คนในเมืองหลวงของจีน จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “หน้ากากอนามัยอัจฉริยะ” ชิ้นแรกของโลก
หลังจบการศึกษาจาก ม.เคมบริดจ์ คริสโตเฟอร์ ด็อบบิง หนุ่มเมืองผู้ดีก็ย้ายไปทำงานด้านที่ปรึกษาด้านการศึกษาที่ประเทศจีนตั้งแต่ปี 2012 ระหว่างนั้นเขาได้เห็นเพื่อนร่วมงานชาวจีนหลายคนป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ และยิ่งช็อกเข้าไปอีกสำหรับคนที่เติบโตมาจากแถบชนบทซึ่งมีอากาศที่บริสุทธิ์ เมื่อเขาสังเกตว่าเด็กๆ ที่นั่นแทบจะทุกคนจะมีอาการไอและต้องพกยาดมติดตัวตลอดเวลา
เมื่อได้เห็นคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ด็อบบิง จึงลงมือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับมลพิษในอดีตอย่างจริงจัง ทำให้เขาเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของปัญหาที่คร่าชีวิตประชากรโลกนับล้านๆ คนในแต่ละปี ปี 2015 เขาจึงตั้งบริษัทสำหรับผลิตหน้ากากอนามัยในชื่อ Smart CambridgeMask โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้าเป็นอันดับแรก ส่วนประกอบของหน้ากากอนามัยล้วนผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน
ด็อบบิง ในฐานะซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท เผยว่า "ผมเชื่อว่าทุกคนควรได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างที่ใจต้องการ โดยไม่ต้องกังวลว่าอากาศข้างนอกจะเป็นอย่างไร และลุคของเราจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย ดังนั้น ผมจึงทุ่มเวลาให้กับการคิดค้น ออกแบบหน้ากากอนามัยที่มาพร้อมทั้งฟังก์ชั้นการใช้งานและมีความเป็นแฟชั่นในอันเดียวกัน"
Smart Cambridge Mask ประกอบด้วยชั้นกรองฝุ่นละอองถึง 3 ชั้น โดยชั้นแรกจะสกัดกั้นอนุภาคและฝุ่นละอองขนาดใหญ่ หรือ PM10 ชั้นที่ 2 ซึ่งประกอบด้วย เส้นใยพอลิโพรไพลีน 3 ชั้น ที่สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็ก หรือ PM2.5 จากการทดสอบนั้นเส้นใยในชั้นที่ 2 สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง PM0.3 ส่วนชั้นที่ 3 นั้นเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ชนิดเดียวกับที่กองทัพอังกฤษใช้ในทางทหาร ชั้นนี้จะสกัดกั้นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และมลพิษจากแก๊สต่างๆ เช่น ไนโตรเจนออกไซด์จากท่อไอเสียรถยนต์ดีเซล
มาถึงไฮไลท์สำคัญของหน้ากากอัจฉริยะ นั่นก็คือสมาร์ทวาล์วที่ฝังชิปบลูทูธและเชื่อมต่อกับแอพพลิเคชั่น Cambridge Mask App โดยวาล์วที่ว่านี้จะทำหน้าที่ตรวจวัดสภาพอากาศรอบตัวผู้ใช้ รวมทั้งจะคำนวณว่าเมื่อไรควรเปลี่ยนแผ่นกรองอากาศ โดยวัดจากรูปแบบการหายใจและสมรรถนะของปอดตามน้ำหนัก ส่วนสูง และเพศ
ด้วยประสิทธิภาพเกินตัวนี้ ทำให้หน้ากากอัจฉริยะสัญชาติอังกฤษนี้ได้รับเสียงตอบรับล้นหลาม มีลูกค้าทั่วโลกกว่า 40 ประเทศแล้ว
สตาร์ทอัพในบ้านเราน่าจะเอาอย่างหนุ่มคนนี้บ้าง เพราะความต้องการหน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพและดีไซน์เก๋ๆ กำลังสูงมาก จนลามไปถึงร้านขายยาในประเทศญี่ปุ่นที่คนไทยพากันซื้อติดไม้ติดมือกลับมาจนหมดเกลี้ยงแล้วเช่นกัน 
ภาพ : Smart Cambridge Mask







