กำจัด "ฝุ่นควัน" ต้องประกาศสงครามแบบจีน!!

  • วันที่ 14 ม.ค. 2562 เวลา 18:59 น.

กำจัด "ฝุ่นควัน" ต้องประกาศสงครามแบบจีน!!

เมื่อจีนต้องเผชิญปัญหาฝุ่นควันรุนแรง ผู้บริหารประเทศจึงประกาศยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาทุกมิติด้วยความเฉียบขาด

ในเวลานี้กรุงเทพฯ กำลังเผชิญกับปัญหาฝุ่นควันที่ร้ายแรงจนกระทบต่อสุขภาพ และทำให้เมืองอันศิวิไลซ์กลายเป็นดินแดนในหมอกพิษดูน่าสะพรึง แต่ขณะที่คนเมืองกรุงบ้านเรากำลังสำลักฝุ่นควันอยู่นั้น คนเมืองกรุงอีกแห่งที่เคยเป็นข่าวแบบเดียวกับเรากลับมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น ทั้งๆ ที่เคยมีปัญหาฝุ่นควันถึงขั้นที่เป็นกระแสข่าวอันดับต้นๆ ของโลก เมืองที่เรากำลังพูดถึงคือ กรุงปักกิ่ง

เมื่อ 4-5 ปีก่อน ปักกิ่งมีปัญหาฝุ่นควันรุนแรงหนักหน่วงมาก ทำให้วิสัยทัศน์การจราจรมีปัญหา และเป้าหมายของจีนในการเป็นประเทศพัฒนาอย่างมีคุณภาพต้องสั่นคลอน แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ ทำให้สุขภาพของประชาชนย่ำแย่ เพราะมีชาวจีนถึง 1.1 ล้านคน ต้องเสียชีวิตเพราะปัญหาฝุ่นควันในแต่ละปี

ขณะที่ผู้บริหารบ้านเมืองของไทยยังไม่ขยับ แต่จีนเรื่องนี้กลายเป็นวาระแห่งชาติที่คนระดับนายกรัฐมนตรีลงมาจัดการด้วยตัวเอง

เมื่อปี 2014 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเรื่องที่นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ถึงกับประกาศสงครามกับปัญหาฝุ่นควัน และการรณรงค์คืนท้องฟ้าของเมืองจีนให้กลับมามีสีฟ้าอีกคร้ง ในวาระเปิดประชุมรัฐสภาประจำปี ซึ่งท่าทีนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยอมรับเรื่องมลพิษทางอากาศว่าเป็นปัญหาระดับวิกฤตแล้ว

แต่จีนไม่ได้แก้ปัญหาแบบขอไปที เพราะในขณะที่ประกาศจะลดค่า PM2.5 และ PM10 ไปพร้อมๆ กับกำจัดกระบวนการเผาผลาญพลังงานที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้ถ่านหินและหันไปใช้พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ แม้การลดการใช้ถ่านหินและการลดกำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษปริมาณมหาศาล จีนก็ยอมทำเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน

คำประกาศของหลี่เค่อเฉียง ไม่ใช่แค่โวหารทางการเมืองเพื่อเรียกคะแนนนิยม เพราะรัฐบาลจีนทำจริง หลังจากนั้นมีการปิดโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ถ่านหินอย่างต่อเนื่อง หรือไม่ก็ต้องเปลี่ยนมาใช้เครื่องกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพแต่ราคาแพง

นอกจากนี้ หลี่เค่อเฉียงยังคาดโทษข้าราชการที่รับผิดชอบด้วยว่า จะลงโทษผู้ที่ปล่อยปละละเลย ในส่วนของประชาชน รัฐบาลยังเร่งรัดให้ครัวเรือนเลิกใช้ถ่านหินในการให้ความร้อน (ซึ่งเป็นพลังงานหลักในภาคเหนือของจีน)

แต่ปัญหาอยู่ที่ภาคประชาชน เพราะบังคับได้ยากที่สุด หลังจากที่สภาพอากาศของปักกิ่งดีขึ้นมาบ้างในช่วงปีสองปีมานี้ กลับแย่ลงอีกเมื่อเดือน พ.ย. โดยรัฐบาลชี้ว่า เพราะครัวเรือนยังคงใช้ถ่านหินให้ความร้อนในช่วงฤดูหนาว นอกจากนี้ ประชาชนที่มีรายได้สูงบางรายยังหลีกเลี่ยงมาตรการห้ามใช้รถตามทะเบียนเลขคู่เลขคี่ในวันที่กำหนด โดยมีการซื้อรถยนต์ส่วนบุคคลเพิ่มเติมเพื่อใช้ในวันคู่และวันคี่เป็นการเฉพาะ

สิ่งหนึ่งที่ปักกิ่งแตกต่างจากกรุงเทพฯ คือ ทุกๆ ฤดูหนาวปักกิ่งจะได้รับอิทธิพลจากกระแสลมรุนแรงจากไซบีเรีย พัดพามลพิษให้หมดไปจากเมือง ขณะที่กรุงเทพฯ ค่อนข้างที่จะอับกระแสลม ชาวกรุงจึงมีชะตากรรมที่น่าเป็นห่วงมากกว่า

ภาพ เอเอฟพี

ที่มา www.m2fnews.com

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ