เด็กในประเทศต่างๆทั่วโลกทำอะไรในวันคริสต์มาส
สำรวจธรรมเนียมวันคริสต์มาส เด็กๆทั่วโลกได้อะไรเป็นของขวัญ
สำรวจธรรมเนียมวันคริสต์มาส เด็กๆทั่วโลกได้อะไรเป็นของขวัญ
วันนี้ (25 ธ.ค.) นอกเหนือจากจะเป็นวันคริสต์มาสในความหมายทางคริสต์ศาสนาแล้ว ยังถือเป็นการเริ่มต้นของเทศกาลปีใหม่ที่กำลังตามอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าบรรยากาศแบบนี้เป็นที่ใฝ่ฝันของเด็กๆหลายคนเนื่องจากอบอวลไปด้วยความสุขและของขวัญมากมาย
หลายประเทศในแถบตะวันตกที่ให้ความสำคัญกับวันนี้ก็จะมีธรรมเนียมในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะกับเด็กทั่วโลกที่ต่างรอคอยเทศกาลนี้เป็นพิเศษ โพสต์ทูเดย์ได้รวบรวมธรรมเนียมวันคริสต์มาสของเด็กๆทั่วโลกว่าพวกเขาได้อะไรเป็นของขวัญจากวันพิเศษนี้บ้าง
เริ่มที่สหรัฐ เรามักจะคุ้นชินกับธรรมเนียมการฉลองคริสต์มาสจากภาพยนต์ที่เด็กๆจะแขวนถุงเท้าไว้เหนือเตาผิง แล้วคุณลุงซานต้าจะโรยตัวลงมาทางปล่องไฟ เพื่อแอบนำของขวัญไปวางไว้ข้างต้นคริสต์มาส แล้วเด็กก็จะตื่นมาพร้อมกับลุ้นของขวัญที่(พ่อแม่) วางไว้นั่นเอง
ขณะที่ยังมีตัวอย่างธรรมเนียมคริสต์มาสแปลกๆที่ผู้ปกครองและเด็กๆฉลองกันในวัฒนธรรมต่างๆเช่น
ในอิตาลีนอกจากเด็กๆจะได้รับของขวัญจากซานต้าแล้ว บางครั้งพวกเขาก็ได้ของขวัญจากแม่มดที่เรียกว่า Befana ธรรมเนียมนี้เชื่อว่าหากเด็กคนนั้นทำตัวดีจะได้ลูกอม แต่หากเป็นเด็กเกเรจะได้ถ่านหินแทน โดยแม่มด Befana นี้จะเป็นแม่มดที่ขี่ไม้กวาดไปมอบของขวัญให้เด็กๆในวันEpiphany Day ซึ่งเป็นวันคริสต์มาสในช่วงเดือนมกราคมตามธรรมเนียมของอิตาลี
ในญี่ปุ่นเด็กมักได้กินไก่ KFC แม้ว่าที่ญี่ปุ่นนั้นจะมีชาวญี่ปุ่นเพียง 1% เท่านั้นที่เป็นชาวคริสต์ ผู้ปกครองที่เป็นชาวคริสต์ในญี่ปุ่นจึงมักจะพาครอบครัวไปฉลองคริสต์กับไก่เคเอฟซีแทนไก่งวง สำหรับเคเอฟซีนั้นเปิดทำการสาขาแรกในญี่ปุ่นช่วงปี 1970 และนับตั้งแต่นั้นก็ได้ดำเนินแคมเปญในช่วงเทศกาลคริสต์มาสมาตลอดนับตั้งแต่ปี 1974 จนกระทั่งได้กลายเป็นประเพณีไก่ทอดคริสต์มาสนับตั้งแต่นั้นมา
ส่วนที่เอสโตเนีย เด็กมักจะได้รับแอปเปิ้ล ถั่วและคุ๊กกี้ในเทศกาลคริสต์มาส โดยแอปเปิ้ลนั้นสื่อความหมายถึงเสรีภาพ ส่วนถั่วและคุ๊กกี้นั้นก็สามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน
ขณะที่เด็กในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย อย่างเดนมาร์ก สวีเดนและนอร์เวย์นั้น เด็กๆมักจะฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวด้วยการชมThe Disney Christmas Show จากดิสนีย์ ที่สถานีโทรทัศน์หลายแห่งมักจะนำการ์ตูน หรือภาพยนตร์ของดิสนีย์มาออกอากาศ
ด้าน Bjørn Schiermer นักวิจัยด้านสังคมวิทยาและภูมิศาสตร์มนุษย์ ของมหาวิทยาลัยออสโล อธิบายว่า การชมภาพยนตร์ดิสนีย์ในคืนวันคริสต์มาสอีฟของเด็กในแถบสแกนดิเนเวียได้กลายเป็นธรรมเนียมในหมู่เด็กๆไปแล้ว
นอกจากนี้ที่นอร์เวย์ยังมีธรรมเนียมแปลกคือการนำไม้กวาดไปซ่อน เนื่องจากในนอร์เวย์มีความเชื่อที่ว่าช่วงเวลาวันคริสต์มาสนั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกับพวกวิญญาณชั่วร้ายและแม่มดจะออกมาตามที่ต่างๆ แต่ละครอบครัวจึงซ่อนไม้กวาดของพวกเขาเพื่อไม่ให้แม่มดใช้บินหนีไป
และสุดท้ายที่ประเทศไอซ์แลนด์จะมีการมอบหนังสือให้แก่กันในวันคริสต์มาส เด็กในไอซ์แลนด์จะใช้เวลาท่ามกลางอากาศหนาวในแถบอาร์คติดเซอร์เคิลบนเตียง และผ้าห่มอันอบอุ่นริมเตาผิง อ่านหนังสือในช่วงวันหยุดยาว
ธรรมเนียมนี้เรียกว่า Jólabókaflóð ในภาษาไอซ์แลนด์ หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า "Christmas book flood" โดยธรรมเนียมนี้เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 1944 เมื่อไอซ์แลนด์ได้รับเอกราชจากเดนมาร์ก และหนึ่งในสิ่งของที่หาได้ยากจากประเทศในแถบอาร์คติกเซอร์เคิลก็คือ กระดาษ หนังสือจึงกลายเป็นของขวัญยอดนิยมนับตั้งแต่นั้นมาอีกทั้งยังสามารถใช้กระดาษเหล่านี้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับจุดเตาผิงภายในบ้านได้อีกด้วย


