ฝรั่งเศสชัตดาวน์ปารีส รับมือปะทะม็อบเสื้อกั๊กเหลืองครั้งที่ 4

วันที่ 08 ธ.ค. 2561 เวลา 18:43 น.
ฝรั่งเศสชัตดาวน์ปารีส รับมือปะทะม็อบเสื้อกั๊กเหลืองครั้งที่ 4
ฝรั่งเศสขนเจ้าหน้าที่เกือบหมื่นนาย รถหุ้มเกราะนับสิบคันคุมปารีส รับมือม็อบเสื้อกั๊กเหลือง

เปิดฉากขึ้นอีกครั้งเป็นสัปดาห์ที่ 4 ของการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการเก็บภาษีเชื้อเพลิง หรือที่รู้จักในนามม็อบเสื้อกั๊กเหลือง เนื่องจากมีการใช้เสื้อกั๊กสีเหลืองสะท้อนแสง (yellow vest) เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มผู้ประท้วง

การชุมนุมเป็นครั้งที่ 4 ครั้งนี้ ส่งผลให้ทางเจ้าหน้าที่ต้องวางกำลังรับมือกับกลุ่มผู้ประท้วงอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ หลังจากที่การชุมนุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสร้างความเสียหายในกรุงปารีสเป็นจำนวนมาก

 

 

รายงานระบุว่า รัฐบาลฝรั่งเศสได้สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่คุมเข้มในเมืองสำคัญต่างๆทั่วประเทศราว 90,000 นาย ขณะที่ภายในกรุงปารีส ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของการชุมนุม ทางการฝรั่งเศสได้สั่งชัตดาวน์กรุงปารีสตลอดช่วงเสาร์ -อาทิตย์นี้ (8-9 ธ.ค.)

โดยมีการสั่งปิดทำการสถานที่สำคัญต่างๆทั้งหอไอเฟล พิพิธภัณฑ์หลายแห่ง รวมถึงประตูชัยอาร์กเดอทรียงฟ์เดอเลตวล ก็มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ด้วยเช่นกัน เช่นเดียวกับบรรดาห้างร้านค้าที่ตั้งอยู่บนถนนช็องเอลิเซ่ ก็ปิดทำการพร้อมกับมีการนำตะแกรงเหล็กมากั้นกระจกด้านหน้าร้านด้วยเช่นกัน เนื่องจากหวาดกลัวความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

 

 

สำหรับที่กรุงปารีส นายกรัฐมนตรี เอดวง ฟิลิป ได้สั่งระดมกำลังมากกว่า 8,000 นาย พร้อมทั้งรถหุ้มเกราะอีก 12 คัน รับมือกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งคาดว่ามีอยู่ราว 5,000 คน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี ที่กรุงปารีสมีการคุมกำลังเข้มขนาดนี้

 

 

อย่างไรก็ดีเป็นไปตามคาดว่าการชุมนุมประท้วงในสัปดาห์นี้จำนวนผู้ชุมนุมจะน้อยกว่าครั้งก่อนๆ จากการที่ทางรัฐบาลของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ยอมถอยเรื่องเก็บภาษีน้ำมันแล้ว

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดฉากยิงแก๊สน้ำตาใส่กลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมกับมีการเข้าปะทะกับผู้ชุมนุมบางส่วนแล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่ได้จับตัวกลุ่มผู้ชุมนุมไปแล้วกว่า 480 ราย

 

แอมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีของคนรวย

การชุมนุมครั้งน่าสนใจกว่าการชุมนุมทางการเมืองครั้งไหนๆในฝรั่งเศส เนื่องจากในช่วงแรกของการชุมนุม ผู้ประท้วงชูประเด็นความไม่พอใจเรื่องภาษีเชื้อเพลิงที่รัฐบาลมีแผนจัดเก็บ จนกลายเป็นการชุมนุมในหลายเมืองทั่วฝรั่งเศส

 แต่เมื่อรัฐบาลยอมถอย แต่กลุ่มผู้ชุมนุมกลับถอยตาม แต่กลายเป็นการผสมปนเปของกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งขวาจัด และซ้ายจัดที่ไม่พอใจในตัวปธน.มาครง อีกทั้งยังมีกลุ่มคนที่นิยมความรุนแรงร่วมด้วย จึงทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก

 

 

กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่ม "ลาก" ประเด็นอื่นมาเป็นเหตุผลในการชุมนุม โดยเฉพาะเรื่องที่รัฐบาลจะขึ้นภาษีอื่นๆ อีกนอกจากภาษีเชื้อเพลิง แต่กลับลดภาษีให้กับกลุ่มทุนโดยอ้างว่าจะกระตุ้นการลงทุน จนผู้ชุมนุมหลายฝ่ายให้ฉายามาครงว่าเป็น ประธานาธิบดีของคนรวย (President for the rich) ส่งผลให้ขณะนี้หลายชาติในอียูต่างกำลังจับตาว่าอนาคตของผู้นำหนุ่มวัย 40 จะเป็นเช่นไร เนื่องจากเขาได้ฝ่าฟันเอาชนะผู้นำฝ่ายขวาจัดอย่าง นางมารี เลอแปง ในศึกเลือกตั้งครั้งก่อนมาได้ ประกอบกับที่ขณะนี้หลายชาติในยุโรปกำลังเผชิญกับคลื่นกระแสขวาจัดด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต