ฝ่ายขวาผงาดบราซิล หลังเสียงสนับสนุนล้นหลาม

  • วันที่ 29 ต.ค. 2561 เวลา 19:38 น.

ฝ่ายขวาผงาดบราซิล หลังเสียงสนับสนุนล้นหลาม

อดีตนายทหาร นักการเมืองฝ่ายขวาได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนล้นหลามในการเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิล

การเลือกตั้งประธานาธิบดีบราซิลรอบที่ 2 ซึ่งเป็นรอบสุดท้ายได้สิ้นสุดลงแล้ว ในวันที่ 28 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือวันที่ 29 ต.ค.ตามเวลาประเทศไทย ไม่ว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายกำชัยชนะก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นศึกที่สูสีและปลุกกระแสความแตกแยกในสังคมบราซิลที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง เฟร์นันโด ฮัดดัด ผู้นำพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้าย สายสังคมนิยม กับ ชาอีร์ บอลโซนารู แห่งพรรคสังคมเสรี ซึ่งเป็นนักการเมืองฝ่ายขวา อดีตนายทหาร ที่ได้รับเสียงสนับสนุนล้นหลาม จนกลายเป็นไอค่อนคนใหม่ของวงการเมืองแดนแซมบ้า และทำให้บราซิลกลายเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ฝ่ายขวาเริ่มผงาดขึ้นมา

บอลโซนารูเข้าสู่วงการเมืองตั้งแต่ปี 1990 โดยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาล่าง และจากนั้นดำรงตำแหน่งต่อเนื่องกัน 6 สมัย ยาวนานถึง 27 ปี และในระยะหลังสั่งสมชื่อเสียงในฐานะนักการเมืองสายชาตินิยม-อนุรักษนิยม ต่อต้านแนวคิดฝ่ายซ้าย ในด้านเศรษฐกิจเขาสนับสนุนเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี ซึ่งตรงกันข้ามกับนโยบายอัดฉีดสวัสดิการขออดีตผู้นำประเทศฝ่ายซ้าย ในด้านการเมือง เขายังสนับสนุนระบอบทหารเป็นใหญ่ และยังแก้ต่างให้กับรัฐบาลทหารที่เคยปกครองบราซิลในอดีต ท่าทีนี้ทำให้เกิดกลุ่มอาสาสมัครอดีตทหาร และกลุ่มนิยมทหารออกมาสนับสนุนเขาอย่างล้นหลาม

ชาอีร์ บอลโซนารู แห่งพรรคสังคมเสรี

ท่าทีหนึ่งที่สวนทางกับกระแสสากลคือ บอลโซนารูมีจุดยืดอนุรักษนิยมสุดโต่งในประเด็นสังคม จนทำให้เขาถูกมองว่าเป็นพวกขวาจัด เช่น เขาต่อต้านการสมรสของคนเพศเดียวกัน ต่อต้านแนวคิดสตรีนิยม คัดค้านการทำแท้ง ไม่เห้นด้วยกับการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยอย่างเท่าเทียม คัดค้านการเปิดเสรียาเสพติด และต่อต้านการแยกศาสนาออกจากรัฐ (บราซิลเป็นประเทศคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก และศาสนามีอทิธิพลต่อชีวิตเป็นอย่างมาก) ในด้านการต่างประเทศ เขาเป็นพวกนิยมอเมริกัน และชื่นชอบนโยบายของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

ท่าทีที่อื้อฉาวที่สุดของเขาคือ เมื่อปี 2008 เคยเสนอให้คุมกำเนิดคนจน อ้างว่าคนจนไม่มีการศึกษามากพอที่จะวางแผนครอบครัวได้

การผงาดขึ้นมาของฝ่ายขวาและนักการเมืองสายทหารในบราซิล เกิดจากความไม่พอใจกับสภาพบ้านเมืองที่ไร้ขื่อแป จากการใช้นโยบายแบบลด แลก แจก แถม ของฝ่ายซ้ายที่ครองอำนาจติดต่อกันหลายปี จนทำให้เศรษฐกิจร่อแร่ อีกทั้งยังมีปัญหาคอร์รัปชั่นระบาดไปทั่ว คุณภาพชีวิตของประชาชนตกต่ำ ต้องจมปลักกับปัญหาอาชญากรรมที่หนักหน่วง ทำให้บราซิลที่เคยมีอนาคตสดใส ในฐานะตลาดเกิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง กลายเป็นประเทศที่ก้าวหน้าไปไหนไม่ได้ ยิ่งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา บราซิลยังเผชิญกับวิกฤตการเมือง เนื่องจากการคอร์รัปชั่นของอดีตประธานาธิบดีจากพรรคแรงงานถึง 2 คน คือ ลูลา และรูสเซฟ

จากผลสำรวจความเห็นของประชาชนก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งผู้นำยกที่ 2 พบว่าบอลโซนารูมีคะแนนนิยมประมาณ 63-65% เทียบกับฮัดดัด ที่มีคะแนนนิยม 55% และยังมีคะแนนลดลงฮวบฮาบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หากฮัดดัดต้องการจะพลิกกลับมาเอาชนะ จะต้องเป็นการพลิกด้วยคะแนนถล่มทลาย ซึ่งโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก

ภาพ เอเอฟพี

ที่มา www.m2fnews.com

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ