อียูเล็งคว่ำบาตรเขมร-พม่า จี้เร่งแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชน

  • วันที่ 07 ต.ค. 2561 เวลา 07:20 น.

อียูเล็งคว่ำบาตรเขมร-พม่า จี้เร่งแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชน

อียูพร้อมคว่ำบาตรการค้ากัมพูชา ปมปัญหาสิทธิมนุษยชน แย้มเล็งเป้าเมียนมาต่อ

สหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยว่าพร้อมใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้ากับกัมพูชา โดยจะพิจารณาตัดสิทธิพิเศษทางการค้าภายใต้โครงการค้าทุกอย่าง ยกเว้นยุทโธปกรณ์ (อีบีเอ) ซึ่งไม่เก็บภาษีสินค้าทุกรายการที่ส่งออกไปอียูยกเว้นอาวุธ ขณะที่เสริมว่าอาจระงับโครงการอีบีเอกับเมียนมาด้วยเช่นกัน เนื่องจากสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในทั้งสองประเทศกำลังย่ำแย่ลง

เซซิเลีย มาล์มสตรอม หัวหน้าผู้แทนการค้าของอียูแถลงต่อรัฐมนตรีการค้า 28 ประเทศของสหภาพ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ได้แจ้งกัมพูชาแล้วว่าจะเริ่มกระบวนการถอดถอนอีบีเอ ซึ่งใช้เวลาพิจารณานาน 6 เดือน และจะระงับสิทธิทางการค้าดังกล่าวหากสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในกัมพูชายังไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน หมายความว่าอียูอาจเริ่มเก็บภาษีสินค้าหลายรายการจากกัมพูชา เช่น น้ำตาลและสิ่งทอ ภายในเวลา 12 เดือนหลังจากนั้น

ก่อนหน้านี้ อียูเปิดเผยแล้วว่า จะดำเนินการดังกล่าวหลังรัฐบาลสั่งยุบพรรคฝ่ายค้าน รวมถึงกวาดล้างสื่อและองค์กรอิสระช่วงการเลือกตั้งเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ทำให้นายกรัฐมนตรี ฮุนเซน จากพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) ซึ่งครองอำนาจมายาวนานกว่า 30 ปี ชนะการเลือกตั้งทั่วไปอย่างไม่ชอบธรรมตามกฎหมาย

ทั้งนี้ อียูเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดอันดับ 2 ของกัมพูชา คิดเป็นสัดส่วน 40%ของปริมาณการค้ากับต่างชาติทั้งหมด โดยเมื่อปีที่แล้วกัมพูชาส่งออกสินค้าไปอียู 5,000 ล้านยูโร (ราว 1.89 แสนล้านบาท) ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้ากลุ่มสิ่งทอ ขณะที่อุตสาหกรรมสิ่งทอช่วยสร้างงานในประเทศกว่า 7 แสนตำแหน่ง

สำหรับเมียนมานั้น มาล์มสตรอม เปิดเผยว่า อียูได้ส่งคณะผู้แทนค้นหาข้อเท็จจริงเข้าไปในประเทศแล้ว เพื่อประเมินว่าจะตัดสิทธิประโยชน์ทางการค้าหรือไม่ หลังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของเมียนมาย่ำแย่ลงเช่นกัน โดยเฉพาะกรณีรัฐบาลปราบปรามกลุ่มมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่ เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ รอยเตอร์สรายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เตรียมคว่ำบาตรอุตสาหกรรมสิ่งทอเมียนมาและมั่นใจว่าจะเห็นผลเร็ว เพราะผู้ผลิตยุโรปหลายรายเข้าไปลงทุนเพราะต้นทุนแรงงานถูก โดยอุตสาหกรรมส่งออกเสื้อผ้าเมียนมามีมูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.5 หมื่นล้านบาท) ในปี 2017 และสร้างงานกว่า 4.5 แสนตำแหน่ง

อย่างไรก็ดี รายงานระบุว่า อียูอาจไม่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้า หากเมียนมาและกัมพูชาทำได้ตามเป้าหมายในด้านมนุษยธรรมและประชาธิปไตย สอดคล้องกับแถลงการณ์ของมาล์มสตรอมที่ระบุว่า อียูยังคงเปิดกว้างพร้อมเจรจากับทั้งสองประเทศเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ภาพ เอเอฟพี

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ