posttoday
ผ่ากลยุทธ์ “เบทาโกร” ปั้นยอดขาย Pet Focus สู่ 5,600 ล้าน ชูธงพรีเมียมบุกตลาดโลก

ผ่ากลยุทธ์ “เบทาโกร” ปั้นยอดขาย Pet Focus สู่ 5,600 ล้าน ชูธงพรีเมียมบุกตลาดโลก

04 กรกฎาคม 2569

เจาะกลยุทธ์ “เบทาโกร” ดัน Pet Focus โตปีละ 30% ทะยานสู่ยอดขาย 5,600 ล้านบาท ในปี 71 ขยายพอร์ตสินค้ามูลค่าสูง รุกการตลาดเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เปิดตลาดส่งออกศักยภาพสูง ชิงมาร์เก็ตแชร์ 8% ใน 3 ปี

KEY

POINTS

  • เบทาโกรตั้งเป้าหมายยอดขายกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง "Pet Focus" ให้เติบโตสู่ 5,600 ล้านบาทภายในปี 2571 โดยเติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี ชิงมาร์เก็ตแชร์ 8% ใน 3 ปี 
  • ชูกลยุทธ์พรีเมียม (Premiumization) โดยเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าสูง เช่น อาหารรักษาสุขภาพและวัตถุดิบ Human Grade เพื่อตอบรับเทรนด์ Pet Humanization พร้อมสร้างแบรนด์เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
  • เร่งขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และตะวันออกกลาง ควบคู่กับการเป็นผู้ผลิต OEM สินค้าพรีเมียม 

ภาพรวมตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคทองอย่างเต็มตัว จากข้อมูลของ Euromonitor และ Pet Marketing Intelligence ระบุว่า ในปี 2568 มูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยงอยู่ที่ 43,400 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 12% ต่อปี (ปี 2565-2568) แบ่งเป็นอาหารสุนัข มูลค่า 23,400 ล้านบาท คิดเป็น 55% ของมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยง และอาหารแมว มูลค่า 20,000 ล้านบาท คิดเป็น 45% ของมูลค่าตลาดสัตว์เลี้ยง

 

เมื่อเจาะลึกอัตราการเติบโตเฉลี่ยในปี 2565-2568 จะพบว่า อาหารเปียกและขนมขบเคี้ยว มีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นกว่าอาหารเม็ด 

 

อาหารสุนัข

 

  • อาหารเม็ด เติบโตเฉลี่ย 9%
  • อาหารเปียก เติบโตเฉลี่ย 13%
  • ขนมขบเคี้ยว เติบโตเฉลี่ย 10%

 

อาหารแมว 

 

  • อาหารเม็ด เติบโตเฉลี่ย 13%
  • อาหารเปียก เติบโตเฉลี่ย 18%
  • ขนมขบเคี้ยว เติบโตเฉลี่ย 16%

 

ทั้งนี้ ในปี 2569 คาดว่าตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 49,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 13% ต่อปี โดยอาหารเม็ดยังคงครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 66% อาหารเปียก 20% และขนมขบเคี้ยว 14% ซึ่งสะท้อนว่าตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยกำลังขยายตัวอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง แต่ก็เผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้น โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากกระแสการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว และครัวเรือนเดี่ยวที่นิยมเลี้ยงสัตว์แทนการมีทายาท 

 

ท่ามกลางโอกาสมหาศาลนี้ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ภายใต้กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง “Pet Focus” ได้ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญเพื่อชิงส่วนแบ่งในตลาดที่มีการแข่งขันสูงนี้ โดยตั้งเป้าหมายยอดขายทะยานสู่ 5,600 ล้านบาท ภายในปี 2571 เติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี 

 

“สมชาญ ศุภปีติพร” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ระบุว่า Pet Focus เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มธุรกิจ Animal Nutrition and New Venture ที่มีสัดส่วนคิดเป็น 28% ของยอดขายรวมของบริษัท  

 

สำหรับธุรกิจสัตว์เลี้ยง BTG ดำเนินการมานานกว่า 20 ปี แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือการตั้งโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะเมื่อประมาณ 8-9 ปีก่อน เพื่อแยกสายการผลิตที่ชัดเจน เนื่องจากอาหารสัตว์เลี้ยงต้องการนวัตกรรมและการผลิตที่ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่มากกว่า  

 

ปักธงยอดขาย 5,600 ล้านบาท ในปี 2571 

 

ธุรกิจสัตว์เลี้ยงของเบทาโกรเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงสามารถทำยอดขาย 2,660 ล้านบาท เติบโต 25% จากปีก่อน การเติบโตมาจาก 2 ส่วนสำคัญ คือ ยอดขายในประเทศ เติบโต 18% จากปีก่อน และส่งออก เติบโต 43% จากปีก่อน 

 

ส่วนในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงไว้ที่ 3,300 ล้านบาท เติบโต 24% จากปีก่อน โดยในไตรมาส 1/2569 มียอดขายแล้ว 721 ล้านบาท เติบโต 22% จากปีก่อน เป็นผลจากการเพิ่มกำลังการผลิต การขยายช่องทางจำหน่าย และการรุกตลาดต่างประเทศ

 

ขณะเดียวกัน บริษัทวางเป้าหมายในช่วง 3 ปีข้างหน้า หรือปี 2571 มียอดขายทะยานสู่ 5,600 ล้านบาท อัตราการเติบโตเฉลี่ย  (CAGR) 30% ต่อปี (2569-2571) มุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย

 

ขยายพอร์ตสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง 

 

1.Strategic Premiumization Drive การปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอ โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value) หรือกลุ่มพรีเมียม (Premium) มากขึ้น สาเหตุหลักมาจากเทรนด์ “Pet Humanization” หรือ “Pet Parenting” ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงมองสัตว์เป็นลูกและยอมจ่ายเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด 

 

ผ่ากลยุทธ์ “เบทาโกร” ปั้นยอดขาย Pet Focus สู่ 5,600 ล้าน ชูธงพรีเมียมบุกตลาดโลก

 

โดย Pet Focus มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์นี้ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เน้นวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียมระดับ Human Grade อาทิ อาหารประกอบการรักษาโรคกลุ่ม Therapeutic อาหารบำรุงสุขภาพและเสริมภูมิคุ้มกันกลุ่ม Wellness และขนมสัตว์เลี้ยงรูปแบบใหม่ 

 

Pet Focus ตั้งเป้าหมายจะพลิกกลับให้กลุ่มพรีเมียม และกลุ่มพรีเมียม แมส (Premium Mass) หรือกลุ่มมาตรฐาน (Standard) ขึ้นมาเป็น 55% ภายใน 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันสัดส่วนสินค้า 2 กลุ่มดังกล่าวอยู่ที่ 45% และสินค้ากลุ่มประหยัด (Economy) อยู่ที่ 55% 

 

กลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

 

2.Aggressive Domestic Market Penetration อัตราการเข้าถึง (Penetration) ของอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูปในไทย ปัจจุบันอยู่ที่เพียง 40% เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น หรืออเมริกาที่สูงถึง 95% จึงสะท้อนได้ว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงยังมีช่องว่างให้เติบโตได้อีกมาก

 

เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ (Gen Y และ Gen Z) ได้รวดเร็วขึ้น Pet Focus ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการสื่อสารจากการโฆษณาแบบเดิมสู่การสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านแคมเปญการตลาด ทั้งการใช้พรีเซ็นเตอร์ เซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์  

 

  • การใช้ “ต้าห์อู๋-ออฟโรด" เป็นพรีเซนเตอร์ช่วยสร้าง Brand Awareness ได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะแบรนด์ DOG n joy และ Cat n joy ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายให้เติบโตได้มากกว่า 30%
  • เน้นการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลและการไลฟ์สด เพื่อเจาะจงกลุ่มเป้าหมายที่มองหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจซื้อ

 

ผ่ากลยุทธ์ “เบทาโกร” ปั้นยอดขาย Pet Focus สู่ 5,600 ล้าน ชูธงพรีเมียมบุกตลาดโลก

 

เจาะตลาดส่งออกใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ

 

3.Accelerated International Market Expansion การขยายสู่ตลาดใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพ อาทิ บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บรูไน ฮ่องกง และเกาหลีใต้ จากปัจจุบันสัดส่วนรายได้มาจากการส่งออกประมาณ 35% โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย 

 

ความสำเร็จที่สำคัญคือในไตรมาส 2/2569 Pet Focus เริ่มส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาได้เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นการยอมรับในมาตรฐานคุณภาพระดับโลก  

 

กลยุทธ์การส่งออกจะเน้นการเป็น High Margin OEM โดยรับผลิตสินค้ากลุ่มพรีเมียมและอาหารรักษาโรคให้กับพาร์ทเนอร์ต่างชาติ ควบคู่ไปกับการสร้างแบรนด์ของตัวเอง เพื่อความได้เปรียบเชิงต้นทุนและความรู้ทางเทคโนโลยี 

 

โดยปัจจุบัน Pet Focus มีสัดส่วนรายได้ OEM ที่ 35% และมีสัดส่วนรายได้จากแบรนด์ของตัวเองที่ 65% ตั้งเป้าหมายปรับสัดส่วนรายได้จากแบรนด์ของตัวเองเพิ่มเป็น 70% และสัดส่วนรายได้ OEM เหลือ 30% 

 

การเดินหน้าตามกลยุทธ์ดังกล่าว นอกเหนือจากจะทำให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว มั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) จาก 5% สู่ระดับ 8% ภายในปี 2571

 

เดินหน้าลงทุนรองรับการเติบโต  

 

การลงทุนของ Pet Focus ภายใต้เครือเบทาโกร ถูกวางไว้เพื่อรองรับเป้าหมายการเติบโตของยอดสู่ 5,600 ล้านบาท ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยเน้นการลงทุนใน 4 ด้านหลัก 

 

1. งบการตลาดและการสร้างแบรนด์ 

 

บริษัทให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์อย่างมาก โดยปัจจุบันใช้งบประมาณด้านการตลาดและการขายอยู่ที่ประมาณ 10% และมีแผนจะเพิ่มขึ้นเป็น 15-20% ของยอดขาย เพื่อสร้างการรับรู้และเจาะกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

 

2. การขยายกำลังการผลิต 

 

ปัจจุบันโรงงานมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 9,000 ตันต่อเดือน โดยมีการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) อยู่ที่ 75% ในปีนี้ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 85% ในปีหน้า ทำให้บริษัทต้องเตรียมงบลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตระลอกใหม่เริ่มศึกษาตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เพื่อให้เพียงพอต่อเป้าหมายยอดขายที่ตั้งไว้

 

3. การวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ 

 

บริษัทมีการลงทุนในงานวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างนวัตกรรมสินค้ากลุ่มใหม่ ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าสูง (High Value) เช่น อาหารรักษาโรค (Therapeutic Food) และอาหารป้องกันอาการแพ้ เพื่อเพิ่มสัดส่วนสินค้ากลุ่มพรีเมียมให้มากขึ้น

 

4. การลงทุนด้านความยั่งยืน 

 

Pet Focus มีแผนลงทุนต่อเนื่องในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero

 

  • พลังงานชีวมวล (Biomass): ลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักรบอยเลอร์ให้ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biomass) ซึ่งปัจจุบันทำได้แล้ว 60% และตั้งเป้าหมายเป็น 100% ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า 
  • พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell): ปัจจุบันมีการติดตั้งไปแล้ว 2.7 เมกะวัตต์ (MW) และมีแผนลงทุนติดตั้งเพิ่มอีก 0.6 เมกะวัตต์ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าปกติและบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก 20% ภายในปี 2030

 

การลงทุนส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปที่การสร้างแบรนด์และการขยายโรงงานเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการเติบโตแบบก้าวกระโดด

ข่าวล่าสุด

ผ่ากลยุทธ์ “เบทาโกร” ปั้นยอดขาย Pet Focus สู่ 5,600 ล้าน ชูธงพรีเมียมบุกตลาดโลก

ผ่ากลยุทธ์ “เบทาโกร” ปั้นยอดขาย Pet Focus สู่ 5,600 ล้าน ชูธงพรีเมียมบุกตลาดโลก