มุมมองชีวิตหลังความตายของ 'ศ.สตีเฟน ฮอว์คิง'

  • วันที่ 14 มี.ค. 2561 เวลา 15:25 น.
  • | เปิดอ่าน 13,867
Share on Google+
LINE it!

มุมมองชีวิตหลังความตายของ 'ศ.สตีเฟน ฮอว์คิง'

ย้อนบทสัมภาษณ์ศาสตราจารย์สตีเฟน ฮอว์คิง เชื่อชีวิตหลังความตายไม่มีจริง สวรรค์-นรกเป็นเพียงแค่นิทานหลอกเด็ก

หลังจากที่วันนี้ 14 มีนาคม 2018 ทางครอบครัวของศาสตราจารย์ฮอว์กิ้งได้ออกมาแถลงว่า ศ.สตีเฟน ฮอว์คิง นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชื่อดังได้จากไปอย่างสงบด้วยวัย 76 ปี ซึ่งนับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญในวงการวิทยาศาสตร์ของโลก ผลงานของเขาเป็นที่โดดเด่น อาทิ หนังสือเรื่อง ประวัติย่อของกาลเวลา (A Brief History of Time) และจักรวาลในเปลือกนัท (The Universe in a Nutshell) ซึ่งได้รับการตีพิมพ์มากถึง 10 ล้านเล่ม

โดยนอกจากความสามารถในการอธิบายหลักการฟิสิกส์ และจักรวาลวิทยาด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายสำหรับคนทั่วไปแล้ว ในหลายครั้งศ.ฮอว์คิงยังแสดงทัศนะในเรื่องต่างๆไว้อย่างน่าสนใจอีกด้วย และเพื่อเป็นการรำลึกถึงการจากไปของเขา จึงขอย้อนบทสัมภาษณ์ของศาสตราจารย์ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับสำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยนในปี 2011 ถึงชีวิตหลังความตาย

ปี 2011 ศ.ฮอว์คิงในวัย 69 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับเดอะการ์เดี้ยนไว้ถึงประเด็นที่เขากล่าวว่าไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า และเปรียบชีวิตหลังความตายถึงเรื่องนรกสวรรค์ว่าเป็นเรื่องหลอกเด็ก โดยเขากล่าวว่า

"นับตั้งแต่ที่หมอวินิจฉัยว่าผมเป็น ALS และอาจมีชีวิตได้ไม่เกิน 2 ปี แต่หลังจากนั้นผมกลับได้ใช้ชีวิตอยู่มาถึง 49 ปี ผมไม่เคยกลัวตาย แต่ผมจะไม่รีบตาย เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่ผมอยากทำ ผมมองว่าสมองก็เหมือนคอมพิวเตอร์ มันจะหยุดทำงานเมื่อองค์ประกอบอื่นๆในร่างกายล้มเหลว ไม่มีสวรรค์หรือชีวิตหลังความตายสำหรับคอมพิวเตอร์ที่เสีย มันก็เป็นแค่นิทานที่หลอกให้คนกลัวความมืดเท่านั้น"

อย่างไรก็ดีความเห็นล่าสุดของศ.ฮอว์คิงที่ระบุในหนังสือ The Grand Design ที่ถูกตีพิมพ์ในปี 2010 ซึ่งอธิบายถึงการเกิดขึ้นของจักรวาลนั้นไม่ใช่ฝีมือของพระเจ้า แต่เป็นฝีมือของบิ๊กแบง ที่เป็นต้นกำเนิดของจักรวาล ซึ่งสร้างให้เกิดความไม่พอใจจากบรรดาผู้นำศาสนาหลายคน

ทั้งนี้ในการสัมภาษณ์ของศ.ฮอว์คิงระบุถึงการเติมเต็มศักยภาพของมนุษยบนโลกของเราให้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยเขากล่าวถึงวิธีการใช้ชีวิตบนโลกอย่างง่ายๆว่า "เราควรแสวงหาคุณค่าที่มากที่สุดในการดำเนินการของเรา"

 

ที่มา : https://www.theguardian.com/

Share on Google+
LINE it!

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ Nytive