
สวนนงนุชผ่า “มะพร้าวทะเล” หายาก โชว์เมล็ดใหญ่สุดในโลก
สวนนงนุชพัทยาเปิดผล “มะพร้าวทะเล” พืชหายากมูลค่ากว่าลูกละแสนบาท เผยโครงสร้างภายในที่แทบไม่มีใครเคยเห็น ตอกย้ำศักยภาพการอนุรักษ์พันธุ์พืชระดับโลก
สวนนงนุชพัทยาจัดกิจกรรมเปิดผล “มะพร้าวทะเล” (Coco de Mer) พืชหายากระดับโลกและได้รับการบันทึกว่าเป็นพืชที่มีเมล็ดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีนายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานในการปลอกผลมะพร้าวทะเลจำนวน 12 ลูก มูลค่ารวมกว่า 1.2 ล้านบาท หรือเฉลี่ยลูกละประมาณ 100,000 บาท สะท้อนความสำเร็จด้านการอนุรักษ์และขยายพันธุ์พืชหายากที่สวนนงนุชพัทยาดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ คือการผ่าเปิดผลมะพร้าวทะเลเพื่อเผยให้เห็นโครงสร้างและเนื้อภายในผล ซึ่งนับเป็นภาพที่หาชมได้ยากอย่างยิ่ง เนื่องจากพืชชนิดนี้มีจำนวนจำกัด มีมูลค่าสูง และต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะเจริญเติบโตจนให้ผลผลิต ทำให้โอกาสที่จะได้ศึกษาโครงสร้างภายในผลอย่างใกล้ชิดแทบไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก
การเปิดผลมะพร้าวทะเลในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับนักพฤกษศาสตร์ นักวิชาการ ตลอดจนผู้สนใจด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ที่จะได้เรียนรู้ลักษณะทางชีววิทยาของพืชหายากชนิดนี้อย่างใกล้ชิด
นายกัมพล เปิดเผยว่า มะพร้าวทะเลเป็นพืชแยกเพศ โดยต้องมีทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมียจึงจะสามารถผสมเกสรและติดผลได้ ซึ่งสวนนงนุชพัทยาอาจเป็นสถานที่แห่งเดียวของประเทศไทยที่มีต้นมะพร้าวทะเลทั้งสองเพศอยู่ร่วมกันในจำนวนเพียงพอ จนสามารถผสมเกสรและให้ผลผลิตได้อย่างสมบูรณ์ตามธรรมชาติ
นอกจากนี้ ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ มะพร้าวทะเลอาจต้องใช้เวลานานถึง 60 ปีจึงจะเริ่มให้ผลผลิต แต่ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้น้ำ ปุ๋ย และการจัดการสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม ทำให้ต้นมะพร้าวทะเลที่ปลูกภายในสวนนงนุชพัทยาสามารถออกผลได้ภายในระยะเวลาประมาณ 20 ปีเศษ ถือเป็นความสำเร็จด้านการเพาะปลูกและอนุรักษ์พืชหายากที่สำคัญ
สำหรับผลมะพร้าวทะเลทั้ง 12 ลูกที่นำมาปอกในครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 2 ปีในการพัฒนาจนเข้าสู่ระยะพร้อมงอกเป็นต้นกล้า โดยเมล็ดจะเริ่มสร้างระบบรากก่อน แล้วจึงค่อยพัฒนาเป็นต้นอ่อนในลำดับต่อไป
สวนนงนุชพัทยายังมีแผนขยายพื้นที่ปลูกต้นกล้ามะพร้าวทะเลเพิ่มเติมจากที่มีอยู่กว่า 50 ต้น เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์ ศึกษาวิจัย และขยายพันธุ์มะพร้าวทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกในอนาคต
ปัจจุบัน สวนนงนุชพัทยามีมะพร้าวทะเลรวมทั้งสิ้น 90 ต้น แบ่งเป็นต้นโตเต็มวัย 35 ต้น และต้นกล้า 55 ต้น พืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดอยู่ในหมู่เกาะเซเชลส์ มหาสมุทรอินเดีย และได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นพืชที่มีเมล็ดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยต้องใช้เวลากว่า 30 ปีจึงจะออกผลครั้งแรก ผลหนึ่งผลใช้เวลาราว 7 ปีจึงสุกเต็มที่ และสามารถมีอายุยืนยาวได้ถึง 400 ปี







